“เจ้าคิดจะเอาของสิ่งนี้ไปถมหลุมศพให้พวกสวะตระกูลจ้าวหรืออย่างไร หลินฟาน!”
เสียงคำรามแหบพร่าของชายชราในชุดคลุมสีเทาดังสะท้อนไปทั่วโถงถ้ำที่เต็มไปด้วยไอหมอกพิษ กลิ่นคาวเลือดจากคมดาบที่เพิ่งผ่านการสังหารยังคงอบอวลอยู่ไม่จางหาย หลินฟานยืนนิ่งสนิทอยู่ท่ามกลางวงล้อมของเหล่ายอดฝีมือสำนักเมฆาจันทรา ดวงตาของเขาเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยประกายคมปลาบที่ใครเห็นก็ต้องหนาวสั่น
มือข้างหนึ่งของเขาลูบหัวเจ้า ‘เสี่ยวตู้’ ที่นอนหมอบอยู่ข้างกายอย่างใจเย็น พยัคฆ์มังกรสีขาวปุยตัวน้อยดูเหมือนจะง่วงงุน ทว่าหางของมันที่สะบัดไปมากลับสร้างรอยแยกมิติเล็กๆ ไว้ในอากาศทุกครั้งที่กระทบพื้นหิน
“ของสิ่งนี้ไม่ใช่ของที่คนอย่างท่านจะเข้าใจหรอกครับท่านผู้อาวุโส” หลินฟานตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความเย้ยหยัน “ท่านเอาแต่สั่งสมบารมีด้วยการเหยียบย่ำผู้อื่น แต่กลับไม่เคยเงยหน้ามองฟ้าเลยว่า... บางครั้งโชคชะตาก็ไม่ได้เข้าข้างคนแก่ที่ทำตัวเป็นกาฝากเสมอไป”
ทันใดนั้น เสียงกระดิ่งกังวานใสที่ไม่มีที่มาก็ดังขึ้นในโสตประสาทของหลินฟาน มันไม่ใช่เสียงจากภายนอก แต่เป็นเสียงจาก ‘ระบบ’ ที่เงียบหายไปนาน
[ติ๊ง! ตรวจพบสถานะเข้าตาจน: อัตราการเต้นของหัวใจ 120 ครั้งต่อนาที, ระดับพลังจิตอยู่ในสภาวะสั่นคลอน]
[ของขวัญพิเศษจากภารกิจลับ 'การล้างมลทินในเงามืด': ท่านได้รับ 'ศิลาจิตดาราบรรพกาล' ระดับตำนาน!]
หลินฟานยกยิ้มที่มุมปากโดยไม่มีใครสังเกตเห็น เขารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่ไหลเวียนอยู่ในห้วงความคิด ความกดดันจากจิตสังหารของเหล่ายอดฝีมือรอบกายพลันจางหายไปราวกับหมอกที่ถูกแสงอาทิตย์แผดเผา พลังจิตของเขากำลังขยายตัวอย่างไร้ขีดจำกัด
“พวกเจ้ามีเวลาอีกสามลมหายใจ” หลินฟานเปรยขึ้นพลางก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ “หากยังไม่เก็บกระบี่แล้วไสหัวไป ข้าเกรงว่าแม้แต่ชื่อของพวกเจ้าก็จะไม่เหลือให้จารึกไว้ในประวัติศาสตร์”
“ปากดี!”
หนึ่งในมือสังหารพุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วเหนือเสียง พลังปราณสีดำมืดห่อหุ้มคมกระบี่ หมายจะปลิดชีพเขาในกระบวนท่าเดียว หลินฟานไม่ได้ขยับตัวเพียงนิด เขาเพียงแค่ปรายตาไปมองด้วย ‘พลังจิต’ ที่เพิ่งได้รับมาใหม่
*ตูม!*
ร่างของมือสังหารที่พุ่งเข้ามากลับหยุดชะงักกลางอากาศราวกับชนเข้ากับกำแพงเหล็กที่มองไม่เห็น แรงกดดันมหาศาลกดทับจนกระดูกทั่วร่างลั่นเปรี๊ยะ ก่อนที่ร่างนั้นจะถูกแรงเหวี่ยงลึกลับฟาดกระเด็นไปกระแทกผนังถ้ำจนดินถล่มลงมากลบมิด
บรรยากาศในโถงถ้ำเงียบสงัดลงในทันที ทุกคนต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว เสี่ยวตู้ที่ดูเหมือนจะรำคาญเสียงหนวกหู จึงลุกขึ้นยืนแล้วคำรามเบาๆ เสียงคำรามนั้นไม่ได้ดังกึกก้อง ทว่ามันทำให้มิติรอบข้างบิดเบี้ยวจนเหล่ายอดฝีมือต้องถอยร่นไปหลายก้าว
“เจ้า… เจ้าใช้เคล็ดวิชาอะไรกันแน่?” ผู้อาวุโสชุดเทาถามด้วยเสียงสั่นเครือ ความมั่นใจทั้งหมดที่มีพังทลายลงในพริบตา
หลินฟานหยิบผลไม้เซียนขึ้นมาป้อนให้เสี่ยวตู้พลางหัวเราะร่า “ก็แค่ของขวัญเล็กๆ น้อยๆ จากสวรรค์น่ะครับ ท่านจะลองสัมผัสมันด้วยตัวเองดูไหมล่ะ?”
เขาสะบัดมือเบาๆ ไอพลังมหาศาลที่อัดแน่นด้วยจิตสังหารแผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบกายกลายเป็นสีครามเข้ม เสี่ยวตู้กระโดดขึ้นไปเกาะบนไหล่ของเขา ดวงตาสีทองของมันจ้องมองไปที่จุดมืดมิดด้านหลังผู้อาวุโสชุดเทา
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังเข้าสู่จุดเดือด กลิ่นอายที่หลินฟานคุ้นเคยอย่างประหลาดก็พุ่งเข้าปะทะประสาทสัมผัส มันไม่ใช่พลังของศัตรู แต่มันคือกลิ่นหอมของดอกท้อที่เขาสัญญาว่าจะไม่ลืมเลือนตลอดไป
เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าข้างหลังผู้อาวุโสชุดเทา เป็นหญิงสาวในชุดสีขาวบริสุทธิ์ที่ถือร่มกระดาษน้ำมันสีแดงสด ใบหน้าของนางถูกปิดบังด้วยผ้าแพรบางๆ แต่แววตาที่จ้องมองมานั้นกลับทำให้หลินฟานถึงกับชะงักกึก
“ท่านพี่... ท่านจำได้หรือไม่ว่าใครเป็นคนมอบศิลาจิตดาราให้ท่านเป็นครั้งแรก?”
หลินฟานเบิกตากว้าง มือที่ลูบหัวเสี่ยวตู้หยุดนิ่งลงทันที นี่ไม่ใช่คำถามที่ศัตรูควรจะถาม และไม่ใช่คำถามที่คนแปลกหน้าจะรู้ได้!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับข้าและเสี่ยวตู้ในเส้นทางสายเซียนที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
- ลั่วอสูรหมื่นภูผา -
เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล•ตอนที่ 40
ของขวัญจากระบบ
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!