"หยุดทำหน้าเหมือนเจ้าของร้านขายหมูซึมเศร้าได้แล้วเสี่ยวตู้ นี่มันไม่ใช่สุสานบรรพบุรุษธรรมดา แต่มันคือขุมทรัพย์ที่คนทั้งยุทธภพยอมเอาชีวิตมาทิ้งเพื่อแลกกับเศษเสี้ยวของมันเชียวนะ!"
หลินฟานเค้นเสียงกระซิบพลางใช้ปลายเท้าเขี่ยเศษกระดูกมนุษย์ที่กลายเป็นผุยผงเมื่อสัมผัสอากาศ เขาไม่ได้พูดให้กำลังใจสัตว์เลี้ยงตัวน้อยที่เกาะอยู่บนไหล่ แต่นี่คือการพยายามปลอบประโลมใจตัวเองท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนอากาศรอบตัวหนาแน่นเหมือนถูกบีบด้วยแรงมหาศาล
เสี่ยวตู้ส่งเสียงครางฮือในลำคอ ดวงตาสีทองดุจอัญมณีหรี่ลง มันใช้เท้าหน้าสะกิดหูตัวเองเบาๆ ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาเป็นประกายสายฟ้าสีเงินจางๆ ราวกับจะบอกว่า 'เจ้าคิดว่าข้ากลัวงั้นหรือ? แค่เห็นกลิ่นไอความตายที่เหม็นหืนนี่ก็น่าหงุดหงิดจะแย่แล้ว'
"ข้ารู้ว่าเจ้าสัมผัสได้" หลินฟานขยับผ้าคลุมไหล่บังสายตาจากเงามืดเบื้องหน้า "มีบางอย่าง... บางอย่างที่เก่าแก่และหยิ่งทะนงกำลังรอให้เราไปหยิบฉวยมันอยู่ แต่อย่าประมาทไปล่ะ เบี้ยบนกระดานนี้ไม่ได้มีแค่ข้ากับเจ้า"
บรรยากาศในโถงหินกว้างขวางนั้นเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเอง หลินฟานค่อยๆ ก้าวผ่านประตูหินสลักลายสัตว์อสูรที่บิดเบี้ยวผิดรูปไปสู่โถงกลาง ที่นั่น—กลางใจห้อง—มีแท่นศิลาลอยตัวอยู่เหนือสระน้ำมรกตที่นิ่งสนิท ทว่าเหนือน้ำนั้นไม่มีอะไรอยู่เลยนอกจากอาวุธเพียงชิ้นเดียวที่ปักลงบนแท่นศิลา
มันไม่ใช่ดาบคมกริบ ไม่ใช่ทวนที่ดูดุร้าย แต่มันคือ 'กระบองเหล็กนิลมังกร' ที่มีลวดลายสลักเป็นอักขระโบราณที่สั่นไหวราวกับมีชีวิต สีดำสนิทของมันดูดกลืนแสงทุกอย่างรอบตัว แม้แต่คบเพลิงที่หลินฟานจุดไว้ก็ยังดูริบหรี่เมื่อเทียบกับความมืดมิดของกระบองเล่มนี้
"ของจริงสินะ..." หลินฟานพึมพำ มือที่หยิบยื่นไปสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะแรงกดดันจากจิตวิญญาณแห่งอาวุธที่ปะทะเข้ากับจิตของเขาโดยตรง
ทันใดนั้น เสี่ยวตู้ที่เคยสงบนิ่งกลับขนฟูชันไปทั้งตัว มันกระโดดลงจากไหล่ของหลินฟานมาขวางหน้าเขาไว้ แผงคอสีขาวสว่างวาบด้วยพลังอสูร บรรยากาศรอบตัวสั่นสะเทือน เสียงขู่ฟ่อจากลำคอของพยัคฆ์มังกรน้อยดังสนั่นราวกับเสียงคำรามของฟ้าผ่า
'เจ้าโง่... อย่าหลงกลมัน!' หลินฟานรู้สึกได้ถึงกระแสจิตที่แวบเข้ามาในหัวของเขาผ่านพันธสัญญาจิต
แต่สายเกินไปแล้ว ทันทีที่ปลายนิ้วของหลินฟานสัมผัสเข้ากับพื้นผิวเย็นเฉียบของกระบองนิลมังกร โลกทั้งใบก็หมุนคว้าง ภาพในความทรงจำที่ไม่ใช่ของเขาทะลักเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก—ภาพของสงครามระหว่างเซียนและอสูร ภาพเลือดที่ย้อมผืนแผ่นดินให้กลายเป็นสีแดงฉาน และภาพของชายชราผู้หนึ่งที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของยอดเขา มองลงมายังเขาสายตาที่เต็มไปด้วยความสมเพช
"เจ้าคิดว่าตนเองเป็นผู้เลือกงั้นรึ?"
เสียงแหบพร่าดังก้องในโถงหิน ร่างเงาสีดำค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากไอหมอกที่ระเหยมาจากสระน้ำมรกต หลินฟานชักมือกลับแทบไม่ทัน แต่กระบองนิลมังกรนั้นกลับติดหนึบกับฝ่ามือของเขาเหมือนมีแม่เหล็กพลังงานบางอย่างยึดไว้
"ใคร?" หลินฟานเค้นเสียงถาม ปากยังคงทำหน้าที่เป็นอาวุธที่ฉลาดแกมโกง "หากจะออกมาทักทาย ก็ช่วยโผล่มาให้เห็นหัวหน่อย อย่าทำตัวเป็นผีเฝ้าสมบัติที่ไม่มีความสง่างามแบบนี้เลย มันเสียชื่อชนชั้นเซียนบรรพกาลเปล่าๆ"
เงาสีดำนั้นหัวเราะเบาๆ เสียงของมันฟังดูน่าขนลุกเหมือนเสียงกระดูกเสียดสีกัน "ปากดีนักนะ... เจ้าเด็กน้อยผู้สืบทอดสายเลือดที่ล่มสลาย เจ้ากำลังหยิบอาวุธที่แม้แต่บรรพบุรุษของเจ้ายังไม่กล้าแม้แต่จะเอื้อมมือไปแตะ"
หลินฟานกัดฟันแน่น พลังปราณในร่างโคจรอย่างบ้าคลั่งเพื่อต่อต้านแรงดึงดูดจากกระบอง "ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นผู้สืบทอดที่อ่อนแอ แต่ข้ามาเพื่อเปลี่ยนกฎของกระดานนี้!"
เขากระชากกระบองด้วยแรงทั้งหมดที่มี แสงสีขาวสว่างจ้าปะทะกับความมืดมิดในโถงหินจนเกิดแรงระเบิดมหาศาล สระน้ำมรกตระเบิดออก เศษหินกระเด็นว่อน เสี่ยวตู้กระโจนเข้าหาเงาสีดำนั้นด้วยกรงเล็บที่อาบด้วยเปลวเพลิงสีฟ้า
ทว่าเมื่อแสงสว่างจางลง สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่เงาสีดำที่น่าเกรงขาม แต่มันคือชายชุดขาวที่ดูคุ้นตายิ่งนัก ชายผู้นั้นนั่งอยู่บนแท่นศิลาที่บัดนี้แตกร้าวไปครึ่งหนึ่ง ใบหน้าของเขาเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยความเหยียดหยาม
"หลินฟาน... เจ้ากล้าดียังไงถึงคิดจะยึดครองสมบัติชิ้นนี้"
ชายผู้นั้นขยับยิ้ม ทันใดนั้นกระบองนิลมังกรในมือของหลินฟานก็กลับตาลปัตร มันเปลี่ยนสภาพเป็นงูเหล็กดุร้ายที่รัดแขนของเขาจนเลือดซึมออกมา และก่อนที่หลินฟานจะทันได้ตั้งตัว ชายผู้นั้นก็ก้าวลงจากแท่นศิลา
ความรู้สึกเย็นเยียบแล่นผ่านสันหลังของหลินฟาน ไม่ใช่เพราะศัตรูตรงหน้า แต่เป็นเพราะใบหน้าที่แท้จริงของชายปริศนาที่ค่อยๆ เผยออกมาภายใต้แสงสลัวของโถงที่กำลังพังทลาย
นั่นไม่ใช่คนแปลกหน้าที่ไหน... แต่มันคือใบหน้าของหลินฟานในอีกเวอร์ชันหนึ่งที่ดูอำมหิตและทรงพลังกว่าหลายเท่าตัว!
"ข้าบอกแล้วไง... ว่าหมากกระดานนี้ ข้าเป็นคนวางเอาไว้เอง"
ชายผู้นั้นเอื้อมมือมาแตะที่ปลายคางของหลินฟาน ความมืดมิดในดวงตาของเขาเริ่มกลืนกินสติสัมปชัญญะของหลินฟานไปทีละน้อย พร้อมกับการปรากฏตัวของกองทัพเงาที่ก้าวออกมาจากผนังถ้ำนับพันตน
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับข้าและพยัคฆ์มังกรจอมป่วนในเส้นทางสายเซียนที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลนะครับ แล้วพบกันในตอนหน้าครับ!
- ลั่วอสูรหมื่นภูผา -
เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล•ตอนที่ 34
สมบัติลับในซากปรักหักพัง
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!