“เครื่องสังเวยอย่างนั้นหรือ? ฟังดูยิ่งใหญ่เกินไปสำหรับคนธรรมดาอย่างข้า แต่สำหรับเจ้า... ข้าว่ามันเป็นแค่ข้ออ้างของความกลัวที่ไม่มีที่สิ้นสุดเสียมากกว่า”
หลินฟานแค่นยิ้ม มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อยจนเห็นเป็นรอยยิ้มที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่ศัตรูเคยพบเห็น ชายปริศนาในชุดคลุมสีเทาเข้มเบื้องหน้าชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาใต้หมวกฮู้ดวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้นที่ถูกยั่วยุ
พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาเริ่มสั่นสะเทือน กลิ่นอายกดดันมหาศาลจากใต้ฝ่าเท้าพุ่งทะลุชั้นดินขึ้นมา มันไม่ใช่แรงสั่นสะเทือนธรรมดา แต่มันคือเสียงคำรามที่ถูกกักขังมานานนับพันปี
“เจ้าไม่มีทางรอดหรอก หลินฟาน สุสานนี้ไม่เพียงแต่ฝังศพตระกูลเจ้า แต่มันกำลังหิวโหย มันต้องการเลือดเนื้อของสายเลือดสุดท้ายเพื่อปลุก ‘อสูรบรรพกาลวิปลาส’ ขึ้นมา!” ชายชุดเทาหัวเราะก้องก่อนจะถอยกรูดหายลับไปในเงามืดของผืนป่าทิ้งไว้เพียงกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง
หลินฟานไม่ได้วิ่งหนี เขาทำเพียงก้มลงลูบหัวก้อนขนสีขาวนุ่มนิ่มที่กำลังนอนบิดขี้เกียจอยู่ข้างตัว
“เสี่ยวตู้... ได้ยินไหม? เจ้าก้อนเนื้อนุ่มนิ่มของข้า” หลินฟานกระซิบ เสียงของเขาเรียบเฉยทว่าแฝงด้วยความเยือกเย็น “ดูเหมือนว่าจะมี ‘อาหารเย็น’ ชิ้นใหญ่กำลังตื่นขึ้นมาทักทายเรา เจ้าหิวบ้างหรือยัง?”
‘พยัคฆ์มังกรบรรพกาล’ เงยหน้าขึ้น ดวงตาสีทองดุจมรกตจ้องมองไปยังรอยแตกของพื้นดินที่ขยายวงกว้าง มันพ่นลมหายใจออกมาเป็นไอเย็นจนหญ้ารอบข้างกลายเป็นน้ำแข็ง ก่อนจะส่งเสียง ‘คิ้วๆ’ อย่างน่ารักราวกับแมวเหมียวขี้อ้อน แต่น่าแปลกที่ในแววตาของมันกลับมีความกระหายเลือดที่แม้แต่เทพเซียนยังต้องขวัญผวา
หลินฟานผุดลุกขึ้น เขาสะบัดแขนเสื้อเบาๆ กลไกค่ายกลที่เขาแอบฝังไว้รอบบริเวณนี้เริ่มทำงาน “เอาล่ะ เจ้าตัวเล็ก แผนที่หนึ่ง... ล่อมันออกมา”
เสี่ยวตู้กระโจนออกจากอ้อมกอด ร่างกายสีขาวขนปุยพุ่งทะยานราวกับสายฟ้าสีเงิน มันไปหยุดอยู่ตรงจุดที่พื้นดินแตกออกเป็นหลุมลึก แล้วแกล้งทำท่า ‘น่ารัก’ ด้วยการนอนหงายท้อง โชว์พุงขาวฟูฟ่องกลางสมรภูมิ
วินาทีนั้นเอง พื้นดินระเบิดออก!
ร่างมหึมาของ ‘พญาอสรพิษเกล็ดเหล็ก’ พุ่งทะยานขึ้นมาจากขุมนรก มันมีขนาดใหญ่โตจนบดบังแสงจันทร์ เขี้ยวพิษของมันยาวดุจดาบยักษ์ กลิ่นเหม็นเน่าที่พวยพุ่งออกมาจากปากทำให้ต้นไม้รอบข้างเหี่ยวเฉาทันที มันมุ่งตรงไปยังเสี่ยวตู้ด้วยความหิวโหย
ทว่า ในจังหวะที่เขี้ยวพิษจะถึงตัวเจ้าก้อนขน เสี่ยวตู้กลับพลิกตัวอย่างว่องไวแล้วดีดตัวหายไปในพริบตา!
ตู้ม!
พญาอสรพิษพลาดเป้าอย่างแรงจนหัวโหม่งเข้ากับ ‘ค่ายกลลวงตา’ ที่หลินฟานวางไว้ มันกระแทกเข้ากับกำแพงพลังงานที่มองไม่เห็นจนเกล็ดเหล็กหลุดร่วง
“ยังไม่พอ!” หลินฟานตะโกนก้อง มือขวาตบลงบนพื้นดิน “ข้าไม่ได้เรียกมาแค่ตัวเดียว!”
จากทิศทางตรงกันข้าม กลิ่นอายของ ‘พยัคฆ์เพลิงทมิฬ’ ที่ถูกกระตุ้นด้วยพลังปราณที่หลินฟานปล่อยออกมาเป็นนกต่อ ก็ปรากฏตัวขึ้นด้วยความเดือดดาล มันเห็นพญาอสรพิษที่กำลังมึนงงอยู่กลางค่ายกลก็เข้าใจผิดคิดว่าอสรพิษตัวนี้คือผู้บุกรุกถิ่นฐานของมัน
การปะทะกันอย่างบ้าคลั่งจึงบังเกิดขึ้น!
ฝุ่นตลบอบอวล แรงปะทะของสัตว์อสูรระดับสูงสร้างคลื่นกระแทกจนป่ารอบข้างราบเป็นหน้ากลอง หลินฟานยืนกอดอกอยู่บนกิ่งไม้สูง มองดูสองอสูรยักษ์ตะปบกัดกันเองด้วยความพึงพอใจ
“เจ้าเห็นไหมเสี่ยวตู้... การใช้กำลังเพียงอย่างเดียวมันน่าเบื่อ การใช้สมองต่างหากคือวิถีแห่งเซียน” หลินฟานยิ้มกว้าง ก่อนจะหุบยิ้มลงเมื่อสายตาสังเกตเห็นบางสิ่งที่ผิดปกติ
ท่ามกลางการต่อสู้ที่ดุเดือด เศษหินจากสุสานตระกูลหลินที่แตกออก เผยให้เห็นศิลาจารึกสีดำมืดที่สลักชื่อบรรพบุรุษของเขาเอาไว้ แต่มันไม่ได้มีแค่ชื่อ... มันมี ‘รอยฝ่ามือปริศนา’ ที่ยังคงสดใหม่ ราวกับเพิ่งถูกประทับลงไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
หัวใจของหลินฟานเต้นระรัว
เขารีบทะยานลงจากกิ่งไม้เพื่อเข้าไปตรวจสอบศิลาจารึกนั้นทันที แต่แล้วความเย็นเยียบก็แล่นเข้าสู่ไขสันหลัง เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่รุนแรงกว่าอสูรทั้งสองตัวรวมกันจากทางด้านหลัง
“ช่างเป็นกลยุทธ์ที่ล้ำเลิศนัก หลินฟาน...” เสียงทุ้มต่ำดังก้องขึ้น มันไม่ใช่เสียงของชายชุดเทาเมื่อครู่ แต่มันคือเสียงที่เขารู้จักดี... เสียงของคนที่เขาควรจะฝังศพไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน
หลินฟานค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ พลางกุมด้ามกระบี่แน่น ในขณะที่เสี่ยวตู้ที่กำลังหยอกล้ออยู่ห่างๆ พลันหยุดกึก ขนทั้งตัวตั้งชันขึ้นด้วยความหวาดระแวง และสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเขา คือร่างของชายในชุดเกราะโบราณที่สวมหน้ากากศิลาขาวสะอาดตา
“ท่านอา...?” หลินฟานเค้นเสียงผ่านไรฟัน ในขณะที่มือของอีกฝ่ายค่อยๆ ยื่นออกมาแตะหน้ากากของตัวเอง แล้วค่อยๆ ปลดมันออก เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงที่ทำให้เลือดในกายของหลินฟานเย็นเฉียบจนแทบหยุดเต้น
“เจ้าทำได้ดีมากที่ปลุกข้าขึ้นมาหลานข้า... แต่สิ่งที่ข้าต้องการไม่ใช่การล้างมลทินของตระกูล” ร่างนั้นขยับยิ้มที่บิดเบี้ยว “ข้าต้องการ ‘ร่าง’ ของเจ้า... เพื่อที่ข้าจะได้กลับไปครองบัลลังก์เทพเซียนอีกครั้ง!”
ค่ำคืนที่แสนยาวนานเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และหมากกระดานนี้ ดูเหมือนเขาจะเป็นเพียงเบี้ยตัวเล็กๆ ที่ถูกต้อนให้จนมุมในสุสานของบรรพบุรุษตัวเองเสียแล้ว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับข้าและเสี่ยวตู้ในตอนที่เข้มข้นที่สุดนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนถัดไปครับ
ลั่วอสูรหมื่นภูผา
เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล•ตอนที่ 33
กลยุทธ์ล่ออสูรมาชนกันเอง
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!