เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล•ตอนที่ 32

ทุ่งหญ้าอสูรดุร้าย

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
“เจ้านี่มันตัวอะไรกันแน่... นักฆ่ามือฉกาจระดับปฐพีขั้นสูง ถึงกับต้องคุกเข่าให้กับเจ้าเพราะเหตุผลเพียงข้อเดียวงั้นรึ?” หลินฟานไม่ได้ลดอาวุธในมือลง แววตาของเขาเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก ปลายกระบี่สั่นระริกชี้ตรงไปยังลำคอของนักฆ่าสวมหน้ากากที่กำลังหมอบราบกับพื้น สัมผัสถึงไอสังหารที่แผ่ออกมาได้ชัดเจน แต่มันกลับถูกกดทับด้วยอำนาจบางอย่างที่เหนือกว่า นักฆ่าผู้นั้นเงยหน้าขึ้น ดวงตาภายใต้หน้ากากสีดำสนิทสั่นไหวระคนหวาดเกรง “ข้า... ข้าไม่ได้ทำเพื่อท่าน แต่ข้าทำเพื่อสิ่งที่อยู่ในมือท่านต่างหาก” หลินฟานเลิกคิ้ว ปลายสายตาเหลือบมอง ‘เสี่ยวตู้’ เจ้าพยัคฆ์มังกรขนปุยสีขาวที่กำลังนอนเลียอุ้งเท้าด้วยความเบื่อหน่ายอยู่บนไหล่ของเขา มันดูไร้พิษสงจนน่าตลก แต่อยู่ดีๆ ขนสีขาวนุ่มนิ่มของมันก็พองฟูขึ้น ดวงตาสีฟ้าครามดั่งอัญมณีจ้องเขม็งไปที่นักฆ่า ก่อนจะส่งเสียง ‘ขู่’ เบาๆ ในลำคอ แต่สำหรับนักฆ่าผู้นั้น เสียงนั่นกลับดังประหนึ่งเสียงคำรามของเทพเจ้าที่สั่นสะเทือนวิญญาณ “เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับซะ” หลินฟานกล่าวเสียงเรียบ “แล้วไสหัวไป ก่อนที่เจ้าพยัคฆ์ตัวนี้จะหิวจนเผลอ ‘กิน’ วิญญาณของเจ้าเข้าไปด้วย” นักฆ่าผู้นั้นไม่รอช้า ร่างของเขาสลายกลายเป็นควันสีดำหายวับไปกับตา ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายคาวเลือดที่จางลงอย่างรวดเร็ว หลินฟานถอนหายใจยาวก่อนจะหยิบตำราภารกิจของสำนักขึ้นมาดู “ทุ่งหญ้าอสูรดุร้าย... จุดที่คะแนนสะสมเยอะที่สุดงั้นรึ? น่าสนใจดีนี่” เขาแสยะยิ้มที่มุมปาก “เสี่ยวตู้ เจ้าพร้อมจะไปถล่มทุ่งหญ้านั่นให้ราบเป็นหน้ากลองหรือยัง?” ‘โฮก!’ เจ้าพยัคฆ์มังกรขานรับด้วยท่าทางกระตือรือร้น มันกระโดดลงจากไหล่แล้วขยายร่างจนใหญ่โตมหึมา ขนสีขาวสะอาดสะอ้านแปรเปลี่ยนเป็นประกายเงินวาววับ มันก้มหัวลงให้หลินฟานขึ้นขี่ ก่อนจะพุ่งทะยานออกไปดุจดาวตกสีเงิน ทิ้งทิ้งความว่างเปล่าเบื้องหลังไว้เพียงฝุ่นตลบ ... ทุ่งหญ้าอสูรดุร้ายไม่ใช่สถานที่ที่ใครจะย่างกรายเข้าไปได้โดยง่าย พื้นหญ้าที่นี่ไม่ได้เป็นสีเขียวขจี แต่มันกลับเป็นสีม่วงคล้ำที่แผ่ไอพิษตลอดเวลา ต้นหญ้าทุกต้นมีความคมประดุจใบมีดโกน และใต้ผืนดินนั้นคือที่อยู่อาศัยของ ‘หนอนอสูรธรณี’ ที่พร้อมจะลากเหยื่อลงไปฉีกกระชากทันทีที่ได้ยินเสียงเท้า หลินฟานกระโดดลงจากหลังเสี่ยวตู้พลางกวาดสายตามองรอบด้าน “ระวังตัวไว้ เสี่ยวตู้ กลิ่นสาบของพวกมันเริ่มโชยมาแล้ว” ยังไม่ทันขาดคำ พื้นดินเบื้องหน้าก็ระเบิดออก! หนอนยักษ์ตัวเขื่องที่ปกคลุมด้วยเปลือกแข็งสีดำสนิทโผล่พ้นดินขึ้นมา ปากของมันเต็มไปด้วยฟันเลื่อยที่หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง มันพุ่งเข้าหาหลินฟานด้วยความเร็วที่เหนือชั้นสำหรับอสูรระดับนี้ ทว่าหลินฟานกลับไม่ได้ขยับเขยื้อน เขาเพียงแค่ดีดนิ้ว ‘เปรี้ยง!’ สายฟ้าสีทองสายหนึ่งผ่าลงมาจากท้องฟ้าที่แจ่มใส กระแทกเข้าที่หัวของหนอนอสูรจนจมมิดลงไปในดินอีกครั้ง แรงปะทะทำให้พื้นดินรอบข้างสั่นสะเทือนเป็นวงกว้าง นี่คือพลังของการฝึกฝนวิชา ‘อัสนีสยบเซียน’ ที่เขาเพิ่งบรรลุขั้นต้น “แค่ตัวเปิดงานก็ไร้น้ำยาเสียจริง” หลินฟานบ่นพึมพำ แต่แล้วเขาก็ต้องชะงัก สายตาจับจ้องไปยังใจกลางทุ่งหญ้า ที่ซึ่งมีเงาร่างมหึมาหลายสิบตัวกำลังเคลื่อนที่เข้าหาเขาด้วยความเร็วสูง มันไม่ใช่แค่หนอนอสูร แต่มันคือ ‘ฝูงหมาป่าพยับเมฆ’ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าเล่ห์และพลังทำลายล้างที่ประสานกัน “เสี่ยวตู้ สัญญาณมาแล้ว!” เจ้าพยัคฆ์มังกรกระโจนเข้าหาฝูงหมาป่าโดยไม่เกรงกลัว มันไม่ได้ใช้เพียงพละกำลัง แต่กรงเล็บของมันเคลือบไปด้วยพลังปราณที่แปรเปลี่ยนเป็นรูปทรงมังกร กัดกินวิญญาณของหมาป่าตัวที่โชคร้ายที่สุดในพริบตา ความโกลาหลบังเกิดขึ้นกลางทุ่งหญ้า เลือดสีน้ำเงินของพวกอสูรกระเซ็นไปทั่ว ในขณะที่การต่อสู้กำลังดุเดือดถึงขีดสุด หลินฟานกลับสังเกตเห็นบางอย่างผิดปกติที่ขอบฟ้าเหนือทุ่งหญ้า มันไม่ใช่เมฆ แต่เป็น ‘ค่ายกลลวงตา’ ขนาดมหึมาที่ถูกวางไว้เพื่อปิดกั้นไม่ให้ใครออกไปจากที่นี่ได้ “กับดักงั้นรึ?” หลินฟานพึมพำ ดวงตาหรี่ลงด้วยความฉลาดแกมโกง “ดูเหมือนว่าภารกิจล่าอสูรครั้งนี้ จะไม่ใช่แค่การเก็บคะแนนธรรมดาๆ สินะ” เขารีบคว้าตัวเสี่ยวตู้ที่กำลังสนุกกับการตบหมาป่ากระเด็นไปมา “หยุดเล่นได้แล้ว! มีคนกำลังล้อมกรอบเราอยู่!” ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะตัดสินใจถอยหนี กองกำลังอาภรณ์สีเทากลุ่มหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นล้อมรอบพวกเขาไว้ พวกมันสวมหน้ากากรูปปีศาจแบบเดียวกับนักฆ่าคนก่อนหน้าไม่ผิดเพี้ยน ทว่าในมือของพวกมันไม่ได้ถืออาวุธปกติ แต่เป็นโซ่ตรวนที่ทำจาก ‘เหล็กไหลดับสูญ’ ซึ่งสามารถสลายพลังปราณของผู้ที่ถูกจับได้ ท่ามกลางกลุ่มนักฆ่า ชายร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีทองเข้มเดินก้าวออกมาอย่างเชื่องช้า มันคือศิษย์พี่ใหญ่ที่หลินฟานเคยเผชิญหน้าในสำนัก แต่ใบหน้าของชายผู้นี้กลับยิ้มแย้มอย่างผิดธรรมชาติ “หลินฟาน... เจ้าฉลาดเกินไป จนข้าไม่อาจปล่อยให้เจ้ามีชีวิตอยู่ถึงรุ่งเช้าได้” ศิษย์พี่ใหญ่กล่าวเสียงต่ำพลางชูหยกลึกลับชิ้นหนึ่งขึ้นเหนือหัว ทันใดนั้นท้องฟ้าเบื้องบนก็แปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด สัตว์อสูรทุกตัวในทุ่งหญ้าต่างหยุดชะงักและหมอบกราบลงกับพื้น ราวกับกำลังรอคอยคำสั่งจากผู้ที่เหนือกว่า หลินฟานกำหมัดแน่น เสี่ยวตู้คำรามก้องจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว ทว่าก่อนที่การปะทะครั้งใหญ่จะเริ่มขึ้น ชายในชุดคลุมสีทองก็โยนสิ่งของบางอย่างลงมาแทบเท้าหลินฟาน มันคือหยกประจำตระกูลที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน... พร้อมกับหยดเลือดที่ยังคงสดใหม่เปื้อนอยู่บนนั้น! “เจ้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อล่าอสูรหรอก หลินฟาน...” ชายผู้นั้นหัวเราะร่า “แต่เจ้ามาที่นี่ เพื่อเป็น ‘เครื่องสังเวย’ ให้กับสุสานของตระกูลเจ้าที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าเจ้าขณะนี้ต่างหาก” ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหลินฟานและเสี่ยวตู้มาจนถึงตอนนี้นะครับ!
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%