เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล•ตอนที่ 35

การตื่นขึ้นของสายเลือดมังกร

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
“ถ้าเจ้ายังไม่หยุดสั่นสะท้านแบบนี้ ข้าสาบานได้เลยว่าวันนี้เราทั้งคู่ได้กลายเป็นเถ้าถ่านก่อนที่ศัตรูจะมาถึงตัวเสียอีก!” หลินฟานตะคอกเสียงต่ำ พลางกระชากร่างที่สั่นเทาอย่างรุนแรงของก้อนขนสีขาวนวลเข้ามากอดไว้แน่น แม้จะเป็นคำพูดที่ฟังดูเหมือนการต่อว่า แต่สัมผัสจากฝ่ามือที่ลูบไล้แผ่นหลังของเจ้าเสี่ยวตู้กลับเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ปิดไม่มิด ไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างเล็กๆ ของพยัคฆ์มังกรพุ่งสูงขึ้นจนอากาศรอบกายเริ่มบิดเบี้ยว ราวกับว่ามิติในถ้ำแห่งนี้กำลังจะแตกร้าวออกเป็นเสี่ยงๆ เสี่ยวตู้ส่งเสียงครางอืออึงในลำคอ ดวงตากลมโตสีฟ้าใสที่เคยดูไร้เดียงสา บัดนี้เริ่มมีประกายสีทองลุกโชนดุจดั่งลาวาที่ถูกกักขังไว้ในก้นบึ้งของมหาสมุทร ขนสีขาวปุยที่เคยให้สัมผัสนุ่มมือกลับเริ่มแข็งตัวและเปล่งประกายคมกริบราวกับใบมีดเซียนที่แหลมคมที่สุดในปฐพี “ข้าถามจริงๆ นะเสี่ยวตู้... เจ้ากินอะไรเข้าไปกันแน่? หรือว่าไอ้ผลึกมังกรที่ข้าเพิ่งขโมยมาจากตำหนักลึกลับนั่นมันมีปัญหา?” หลินฟานแค่นหัวเราะกับตัวเองทั้งที่เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มแผ่นหลัง เขาพยายามส่งพลังปราณสายบริสุทธิ์เข้าไประงับความปั่นป่วนในร่างสัตว์เลี้ยง แต่ทว่าทันทีที่ปราณของเขาแตะเข้ากับไอพลังสีทอง ร่างของเขากลับถูกแรงดีดมหาศาลผลักกระเด็นไปกระแทกผนังถ้ำจนหินผาแตกออกเป็นทางยาว *ครืน... ครืน...* แรงสั่นสะเทือนจากร่างของเสี่ยวตู้นั้นไม่ได้เกิดจากความกลัว แต่มันคือการ ‘ลอกคราบ’ ของสายเลือดบรรพกาลที่ถูกจองจำมานานนับหมื่นปี รูปลักษณ์ภายนอกที่ดูน่ารักน่ากอดเริ่มบิดเบี้ยว กล้ามเนื้อใต้ขนสีขาวขยายตัวขึ้นจนคับถ้ำ กรงเล็บที่เคยเป็นเพียงอุ้งเท้าปุยยาวออกมาจนจิกพื้นหินเป็นรอยลึกจนถึงแกนกลางของภูเขา หลินฟานเช็ดเลือดที่มุมปากพลางยันกายลุกขึ้น สายตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเคือง มีเพียงความวิตกกังวลที่ปนไปกับความตื่นตะลึง เขาตระหนักได้ในทันทีว่าสิ่งที่เขากำลังเผชิญไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือการที่สายเลือดพยัคฆ์มังกรในตัวเสี่ยวตู้กำลัง "ตื่นขึ้น" อย่างสมบูรณ์ “เอาล่ะ... ถ้าเจ้าอยากจะเปลี่ยนร่างนัก ก็จงทำเดี๋ยวนี้! อย่าให้ข้าต้องตายเพราะความร้อนของเจ้าไปเสียก่อน!” หลินฟานตะโกนก้อง มือขวากางออกสร้างม่านพลังกั้นเขตแดนไม่ให้ไอพลังทำลายล้างนี้รั่วไหลออกไปภายนอก มิเช่นนั้นพวกสำนักเซียนที่ไล่ล่าเขาอยู่คงพบตัวพวกเขาในพริบตา เสี่ยวตู้เงยหน้าขึ้น ดวงตาสีทองนั้นจ้องมองหลินฟานด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่สัตว์เลี้ยงที่เอาแต่เรียกร้องของกินอีกต่อไป แววตาของมันมีความนิ่งลึกดั่งห้วงอเวจี พลังกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาทำให้สิ่งมีชีวิตทุกชนิดในรัศมีร้อยลี้ต่างหมอบกราบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว ร่างเล็กของมันเริ่มขยายใหญ่ขึ้นจนคับถ้ำ เพดานหินพังถล่มลงมาเป็นจังหวะ ขนสีขาวที่เคยนุ่มนิ่มถูกแทนที่ด้วยเกล็ดมังกรสีขาวดุจหิมะที่สะท้อนแสงวาววับ ปีกคู่ใหญ่ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ขนปุยเริ่มกางออก มันไม่ใช่ปีกของนก แต่มันคือปีกที่ประกอบขึ้นจากกระแสไฟฟ้าและเปลวเพลิงที่ไม่มีวันดับ “นี่เจ้า... เจ้าคือราชาพยัคฆ์มังกรผู้เป็นตำนานจริงๆ สินะ?” หลินฟานพึมพำ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความทึ่ง แม้จะรู้ว่าต้องเจอกับเรื่องลำบาก แต่ในใจลึกๆ เขากลับรู้สึกภูมิใจอย่างประหลาด ทว่าในวินาทีที่ร่างของเสี่ยวตู้กำลังจะสมบูรณ์แบบ เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยพร้อมกลิ่นอายของนักฆ่าระดับสูงจากสำนักมารสวรรค์ก็ดังแทรกเข้ามาในถ้ำ “เจอตัวแล้ว... สัตว์อสูรบรรพกาลที่ตื่นขึ้นในคืนจันทร์ดับ... ท่านเจ้าสำนักสั่งมาว่า ใครที่ครอบครองมันได้ ผู้นั้นจะได้ครองความเป็นใหญ่ในโลกหล้า!” เสียงเย็นเยียบดังขึ้นจากเงามืด ปรากฏร่างของชายชุดดำสามคนที่ถือดาบอาคมพุ่งเข้ามาในถ้ำพร้อมกัน พวกเขามองข้ามร่างของหลินฟานไป และจ้องมองเสี่ยวตู้ที่กำลังอยู่ในสภาวะกึ่งเปลี่ยนผ่านด้วยความโลภอย่างสุดขีด หลินฟานขยับตัวไปขวางหน้าเสี่ยวตู้ไว้ มือกระชับกระบี่คู่ใจแน่น ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันเย็นชา ราวกับจะบอกว่าใครที่บังอาจแตะต้องสิ่งที่เขารัก จะต้องแลกด้วยชีวิต แต่ทว่า... ในวินาทีที่ดาบเล่มหนึ่งกำลังจะแทงทะลุร่างของเสี่ยวตู้ที่ยังเคลื่อนไหวไม่ได้ มือมหาศาลที่มีเกล็ดสีขาวดุจหิมะก็โผล่ออกมาจากกลุ่มควันของหินที่พังถลาย... มันคว้าจับคมดาบเหล่านั้นไว้ด้วยนิ้วเดียว *เปรี้ยง!* ดาบอาคมระดับสูงแหลกละเอียดเป็นผุยผงในชั่วพริบตา เสี่ยวตู้ในร่างที่กึ่งสำเร็จค่อยๆ หันมามองกลุ่มนักฆ่าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น ก่อนที่มันจะพ่นลมหายใจออกมาเป็นเพลิงสีทองที่แผดเผาทุกอย่างรอบข้างให้กลายเป็นจุล แต่ขณะที่หลินฟานคิดว่าสถานการณ์กำลังจะคลี่คลาย ร่างของเสี่ยวตู้ก็กลับทรุดลงกับพื้นอีกครั้ง พร้อมกับความมืดมิดที่เริ่มกัดกินร่างของมันจนกลายเป็นสีดำสนิทราวกับน้ำหมึก และเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ไม่ได้มาจากลำคอของเสี่ยวตู้ ก็ดังก้องขึ้นในโสตประสาทของหลินฟาน “ขอบใจที่ปลดผนึกให้เจ้าหนูนี้... ถึงเวลาที่ข้าจะได้กลับมาทวงคืนบัลลังก์ที่สวรรค์เคยแย่งไปเสียที!” หลินฟานเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาสีดำสายหนึ่งแยกตัวออกจากร่างของเสี่ยวตู้และพุ่งเข้าหาเขาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายฟ้า... นี่ไม่ใช่การตื่นขึ้นของสายเลือด แต่มันคือการกลับมาของสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าบรรพกาล! หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับความพลิกผันในครั้งนี้ แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนถัดไปนะครับ ขอบคุณทุกแรงสนับสนุนจากรี้ดเดอร์ทุกท่านจากใจ ลั่วอสูรหมื่นภูผาครับ
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%