กลิ่นอายคาวเลือดและความเย็นเยือกที่เสียดแทงกระดูกสันหลังไม่ได้มาจากลมหนาวของยอดเขาเมฆาคล้อย แต่มันพุ่งตรงมาจากเงาสีดำสนิทที่หลุดออกมาจากร่างของเสี่ยวตู้
*ฟึบ!*
หลินฟานดีดตัวถอยหลังสามจังหวะอย่างสัญชาตญาณ ปลายเท้ากระทบพื้นศิลาจนแตกละเอียดเป็นผุยผง นัยน์ตาคมกริบหดแคบลงเหลือเพียงเท่าเมล็ดงา สัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ถูกขัดเกลามาจากการเอาชีวิตรอดในแดนเซียนร้องเตือนภัยดังลั่นว่า สิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่พลังปราณธรรมดา แต่มันคือ "จิตมาร" ระดับบรรพกาลที่หลับใหลมาเนิ่นนาน
"เจ้าก้อนขน... ถอยไป!" หลินฟานคำรามต่ำในลำคอ พร้อมกับสะบัดแขนเสื้อเรียกกระบี่บินคู่ใจออกมาขวางกั้น
ทว่า เสี่ยวตู้ พยัคฆ์มังกรสีขาวขนปุยที่ปกติมักจะส่งเสียงร้องอ้อนขอเนื้อย่างและทำตัวน่ารักน่าชัง บัดนี้ดวงตากลมโตกลับเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต ขนสีขาวบริสุทธิ์เริ่มมีลวดลายอักขระมารสีดำผุดขึ้นมาทีละเส้น มันไม่ได้ถอยหนีตามคำสั่ง แต่กลับอ้าปากคำรามเสียงต่ำที่สะเทือนไปถึงวิญญาณ
*โฮกศิลา!*
เสียงคำรามของมันไม่ได้ก้องกังวานด้วยความเกรี้ยวกราดแบบสัตว์อاستрумทั่วไป แต่มันคือคลื่นเสียงความถี่ต่ำที่ทำให้มิติรอบข้างบิดเบี้ยว เงาสีดำที่พุ่งเข้ามาเมื่อครู่พลันชะงักงัน ก่อนจะแปรเปลี่ยนรูปร่างเป็นกลุ่มควันสีม่วงเข้ม ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศแล้วหัวเราะออกมาด้วยเสียงที่ฟังดูคล้ายเสียงเสียดสีของโลหะ
"ฮี่ๆๆ... สมแล้วที่เป็นสายเลือดแห่งพยัคฆ์มังกรบรรพกาล ความมืดมิดที่สะสมมานับหมื่นปี ช่างหอมหวนยิ่งนัก..."
เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยจิตสังหาร หลินฟานหรี่ตามองเงาสีม่วงเบื้องหน้า สมองของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็ว พรรคมาร... นี่ไม่ใช่ความผิดปกติจากการบำเพ็ญเพียร แต่มันคือการแทรก
"พวกแกเป็นใคร กล้าดียังไงถึงแฝงตัวเข้ามาในเขตหวงห้ามของสำนักกระบี่สวรรค์" หลินฟานเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยคลื่นพลังปราณที่พร้อมระเบิดได้ทุกเมื่อ มือขวาของเขาลูบหัวเสี่ยวตู้เบาๆ เพื่อส่งกระแสจิตสงบสติอารมณ์เจ้าตัวน้อย "ไม่เป็นไรนะเสี่ยวตู้ ข้าอยู่ตรงนี้ ใครหน้าไหนก็ทำอะไรเจ้าไม่ได้"
เสี่ยวตู้ส่งเสียงครางฮื่อในลำคอ ความดุร้ายในดวงตานิดนึงเริ่มเจือจางลงเมื่อได้ยินเสียงทุ้มนุ่มของเจ้านาย มันซบหัวกลมๆ เข้ากับข้อเท้าของหลินฟานทันที ราวกับเด็กน้อยที่เพิ่งตื่นจากฝันร้ายอันน่ากลัว แต่หางฟูฟ่องของมันยังคงพองขนและชี้ฟูพร้อมสู้ตาย
เงาสีม่วงหัวเราะเยาะ "สำนักกระบี่สวรรค์งั้นรึ? หึ... ภายในไม่กี่วันนี้ ชื่อนี้จะเหลือเพียงแค่เศษซากประวัติศาสตร์ สายลับของเราฝังรากลึกอยู่ในทุกยอดเขา แม้แต่ผู้อาวุโสบางท่าน... ก็ยังลิ้มรสความหอมหวานของพลังมารไปแล้ว เจ้าเด็กน้อย เจ้าคิดว่าเจ้าจะปกป้องสัตว์อสูรตัวนี้และสำนักปลอมๆ นี่ได้สัก
คำพูดนั้นทำให้หลินฟานชะงักไปเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความตระหนักรู้ ผู้อาวุโสในสำนักงั้นหรือ? นี่คือแผนการกวาดล้างจากภายใน! พรรคมารไม่ได้แค่ส่งคนมาสอดแนม แต่มพวกมันกำลังชักใยอยู่เบื้องหลังความขัดแย้งทั้งหมด
"ปากกล้าดีนี่..." หลินฟานยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ฉายแววเจ้าเล่ห์และอันตรายจนเงาสีม่วงถึงกับรู้สึกหนสันหลังวาบ "แต่เจ้าคงลืมไปอย่างหนึ่ง... ที่นี่คืออาณาเขตของข้า"
*เปรี้ยง!*
ไม่ต้องรอให้เงาสีม่วงได้ตั้งตัว หลินฟานสะบัดพัดหยกในมือซ้าย ปราณกระบี่นับร้อยสายพรั่งพรูออกมาจากความว่างเปล่าราวกับห่าฝน ทว่าเป้าหมายไม่ใช่เงาสีม่วงตรงหน้า แต่เป็นจุดอับสายตาทั้งแปดทิศรอบลานฝึกตน
"อั๊ก!"
เสียงอุทานด้วยความตกใจดังขึ้นจากความมืด พร้อมกับร่างของบุรุษในชุดคลุมสีดำสนิทที่ร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นอย่างไม่เป็นท่า เลือดสีดำพุ่งทะลักออกจากปากของมัน สายลับพรรคมารที่แอบซุ่มสังเกตการณ์อยู่ถูกบังคับให้ออกมาจากที่ซ่อนด้วยกระบวนท่าเดียว
หลินฟานก้าวเท้าเดินเข้าไปช้าๆ สายตาจ้องมองสายลับที่กำลังดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด เขาย่อตัวลงใช้ด้ามพัดเคาะเบาๆ ที่ไหล่ของอีกฝ่ายอย่างใจเย็น
"ไหนลองบอกข้าหน่อยสิ... ว่าพวกแกส่งคนเข้ามาในสำนักกี่คนแล้ว และเป้าหมายที่แท้จริงคืออะไร?" หลินฟานเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ราวกับกำลังไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบกับสหายสนิท แต่แววตากลับไร้ซึ่งความปรานี
สายลับพรรคมารหัวเราะฮ hแฮก เลือดสดๆไหลอาบมุมปาก "คิดว่า... จับข้าได้แล้วจะชนะงั้นรึ? สายลับของเราไม่ได้มีแค่คนเดียว... และคืนนี้... ศิษย์เอกสายตรงของเจ้าอาวาส... จะเป็นผู้เปิดประตูค่ายกลใหญ่ด้วยมือของเขาเอง!"
ดวงตาของหลินฟานเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นี่คือข้อมูลที่เกินคาดคิด!
ทว่า ก่อนที่หลินฟานจะได้เค้นความลับอะไรเพิ่มเติมนอกเหนือจากนี้ ร่างของสายลับพรรคมารก็เกิดอาการชักกระตุกอย่างรุนแรง ดวงตาเบิกโพลงจนแทบถลอกจากเบ้า อักขระสีดำบนผิวหนังลุกไหม้ขึ้นด้วยเปลวเพลิงสีครามจากภายใน
*ฟู่ว์...*
เพียงพริบตาเดียว ร่างนั้นก็สลายกลายเป็นเถ้าถธุลีสีดำโดยไม่ทันได้กรีดร้อง หลินฟานขมวดคัดแน่น รีบดึงเสี่ยวตู้เข้ามาอยู่ในอ้อมแขน ปราณป้องกันรอบกายถูกกางออกอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันละอองพิษ
"เป็นการฆ่าตัดตอนที่เด็ดขาดจริงๆ..." หลินฟานพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าเคร่งขรึมลงถนัดตา
เขาก้มมองเสี่ยวตู้ที่ตอนนี้สงบลงแล้ว เจ้าพยัคฆ์มังกรซุกตัวเข้ากับอกเสื้อของเขาอย่างออดอเซาะ ส่งเสียงครางเบาๆ คล้ายจะปลอบประโลมเจ้านาย หลินฟานอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปเกาคางมันเบาๆ พร้อมกับถอนหายใจยาว
"ดูท่าว่า... คืนนี้พวกเราคงไม่ได้นอนกันแล้วสินะ เจ้าตัวแสบ"
หลินฟานเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามวิกาลที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเลือด เมฆหมอกทมิฬเคลื่อนตัวปกคลุมยอดเขาเมฆาคล้อยอย่างรวดเร็ว ราวกับความมืดมิดกำลังกลืนกินทุกสรรพสิ่ง ทว่าในขณะที่เขากำลังจะหันหลังกลับไปยังเรือนพัก เสียงฝีเท้าเบาหวิวราวกับใบไม้ร่วงก็ดังขึ้นที่ด้านหลัง
*แปะ... แปะ... แปะ...*
เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของราตรีกาล
"ฝีมือยอดเยี่ยมมาก ศิษย์น้องหลินฟาน... ไม่เสียแรงที่ท่านอาจารย์คาดหวังไว้สูง"
หลินฟานชะงักฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบ เขารีบหมุนตัวกลับไปมองยังต้นเสียงทันที และภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้ลมหายใจของเขาเกือบสะดุด—
ภายใต้แสงจันทร์สีเลือด ร่างของบุรุษในชุดอาภรณ์ขาวสะอาดสะอ้าน ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นดั่งพี่ชายที่แสนดี กำลังยืนถือกระบี่ที่ชุ่มไปด้วยหยาดโลหิตสดๆ หยดลงบนพื้นศิลาทีละหยด... และคนผู้นั้น คือคนที่เพิ่งถูกกล่าวถึงว่าเป็น "ศิษย์เอกสายตรงของผู้ดูแลค่ายกล" เมื่อครู่!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางของข้าและเจ้าก้อนขนตัวแสบนี้ด้วยนะครับ - ลั่วอสูรหมื่นภูผา
เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล•ตอนที่ 36
ศัตรูจากแดนใต้
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!