เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล•ตอนที่ 47

กลับสำนักพร้อมกองทัพ

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
เสียงคำรามต่ำทุบสะเทือนผืนป่าหมื่นอสูรจนแผ่นดินสะท้านสะเทือน ฝุ่นตลบฟุ้งกระจายตลบท้องฟ้า แต่ใจกลางกลุ่มฝุ่นควันเหล่านั้น กลับมีเสียงเคี้ยวกร้วมอย่างเอร็ดอร่อยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน "ข้าบอกเจ้ากี่ครั้งแล้วว่า กระดูกของราชสีห์เพลิงโลกันต์น่ะ ให้เคี้ยวเบาๆ หน่อย รสชาติมันจะนุ่มละมุนลิ้นกว่าการกลืนลงไปทั้งท่อนนะเจ้าตัวเล็ก" หลินฟานเอ่ยกลั้วหัวเราะ พลางยื่นมือไปลูบศีรษะกลมๆ ของพยัคฆ์มังกรสีขาวขนปุยตัวน้อยที่นั่งยองๆ อยู่บนบ่า เส้นขนสีขาวบริสุทธิ์ของเสี่ยวตู้สะท้อนประกายแสงเรืองรองจางๆ ทว่าในปากของมันกลับคาบซากกระดูกสัตว์อสูรระดับเจ็ดที่แข็งแกร่งปานเหล็กไหลไว้ครึ่งท่อน ดวงตากลมโตสีฟ้าใสแจ๋วของมันกะพริบปริบๆ ก่อนจะกลืนซากกระดูกนั้นลงคอไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับส่งเสียงร้อง "แฮ่..." เบาๆ ในลำคอราวกับจะประจบประแจงผู้เป็นนาย ด้านหลังของทั้งสองคน คือขบวนกองทัพอสูรบรรพกาลนับร้อยชีวิตที่เดินตามหลังมาอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นอินทรีย์เพลิงเก้าสวรรค์ที่หุบปีกสงบนิ่ง วานรศิลาโลกันต์ที่แบกกระบองยักษ์พาดบ่า หรือแม้แต่ งูพิษเกล็ดมังกรนิลกาฬที่เลื้อยผ่านที่ใด พื้นดินแถบนั้นต่างกลายเป็นผลึกแก้วสีดำสนิทด้วยพิษสงอันร้ายกาจ นี่ไม่ใช่การกลับมาของคนธรรมดา... แต่นี่คือการกลับมาของผู้ถือครองบัญชาแห่งอสูรผู้ยิ่งใหญ่ ซุ้มประตูหินมหึมาของสำนักเมฆาประจิมปรากฏขึ้นเบื้องหน้า บรรยากาศรอบด้านเงียบสงบผิดปกติ ยามปกติแล้ว บริเวณหน้าประตูสำนักจะต้องมีศิษย์สายในยืนเวรยามอย่างเข้มงวด ทว่าวันนี้ กลับมีเพียงความว่างเปล่าและกลิ่นอายของค่ายกลสะกดวิญญาณที่ถูกแอบติดตั้งไว้โดยรอบ หลินฟานหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด เขาโบกมือขึ้นเบื้องหน้าช้าๆ กองทัพอสูรด้านหลังหยุดชะงักลงพร้อมเพรียงราวกับฝึกซ้อมมาเป็นอย่างดี ไม่มีแม้แต่เสียงหายใจ "ดูเหมือนว่า... ผู้อาวุโสรองจะต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดีเลยนะเจ้าสำนักน้อย" หลินฟานเอ่ยกระซิบเบาๆ กับตัวเอง สายตาคมกริบมองทะลุผ่านม่านหมอกค่ายกลที่พยายามอำพรางความเคลื่อนไหวภายในสำนัก ทันใดนั้น แสงกระบี่นับพันสายก็พุ่งแหวกอากาศออกมาจากภายในสำนัก ล้อมรอบร่างของหลินฟานและเสี่ยวตู้ไว้ในพริบตา เงาร่างของชายชราในชุดคลุมสีเทาเข้มผู้หนึ่งก้าวเดินออกมาจากหลังม่านค่ายกล สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ไร้การปิดบัง "หลินฟาน! เจ้าเดรัจฉานน้อย กล้าดีอย่างไรจึงบังอาจพาสัตว์เดรัจฉานเข้ามาเหยียบย่ำเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ของสำนักเมฆาประจิม!" เสียงตะคอกของผู้อาวุโสรองดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา พร้อมกับแรงกดดันจากพลังลมปราณระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ที่แผ่พุ่งเข้ากดทับหมายให้หลินฟานคุกเข่าลง ทว่า หลินฟานกลับยืนนิ่งสนิท สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย เขายังคงใช้มือข้างหนึ่งเกาคางให้เสี่ยวตู้ด้วยความเพลิดเพลิน ราวกับแรงกดดันมหาศาลนั้นเป็นเพียงสายลมเย็นๆ ยามเช้า "ผู้อาวุโสรอง... ผ่านไปไม่กี่เดือน ท่านดูแก่ลงไปเยอะนะศิษย์พี่ใหญ่" หลินฟานเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสุภาพนอบน้อม แต่แววตากลับเยียบเย็นเสียจนคู่สนทนาต้องชะงัก "บังอาจ! ใครเป็นศิษย์พี่ของเจ้า! วันนี้ตระกูลหลินของเจ้าล่มสลายไปแล้ว เจ้าไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเหยียบย่ำแผ่นดินนี้ ค่ายกลกระบี่สังหารสวรรค์... เปิด!" ผู้อาวุโสรองคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว สะบัดแขนเสื้อส่งสัญญาณให้ศิษย์สายตรงนับร้อยที่ซ่อนอยู่กระหน่ำพลังใส่ค่ายกลทันที แสงกระบี่เจิดจ้าพุ่งเข้าหาหลินฟานจากทุกทิศทุกทาง พลังทำลายล้างนั้นรุนแรงพอจะบดขยี้ภูเขาให้กลายเป็นจุลในพริบตาเดียว หลินฟานถอนหายใจยาวเหยียด เขาไม่ได้ชักกระบี่ออกจากฝักด้วยซ้ำ เพียงแค่ก้มลงกระซิบข้างหูเจ้าตัวเล็กที่อยู่บนบ่า "เสี่ยวตู้... จัดการให้เรียบร้อย แต่อย่าให้เลือดกระเด็นเปื้อนเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ข้าเพิ่งตัดมานะเจ้าตัวดี" "โฮกกระหาย—!" เสียงคำรามสะท้อนดังก้องกังวานจนมิติรอบด้านบิดเบี้ยว ร่างสีขาวปุยของเสี่ยวตู้พุ่งทะยานออกไปราวกับสายฟ้าสีเงิน ความเร็วนั้นเหนือล้ำยิ่งกว่าย่างก้าวแห่งความว่างเปล่าเสียอีก ในชั่วพริบตาเดียว แรงกดดันจากค่ายกลกระบี่สังหารสวรรค์ที่ว่ากันว่าไร้เทียมทาน กลับแตกสลายกลายเป็นผุยผงด้วยการสะบัดอุ้งเท้าเพียงครั้งเดียว! ผู้อาวุโสรองเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผาก เมื่อเงาร่างสีขาวปุยนั้นมายืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าเขา พร้อมกับเขี้ยวสีขาวที่เรืองแสงระยิบระยับจ่ออยู่ตรงลำคอ "อะ... อะไรกัน... สัตว์อสูรนี่มัน..." ผู้อาวุโสรองเสียงสั่นเครือ ร่างกายแข็งทื่อขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่น้อย หลินฟานเดินยิ้มละไมเข้าไปใกล้ ชายหนุ่มโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของผู้อาวุโสผู้เย่อหยิ่งด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทำเอาอีกฝ่ายหัวใจหยุดเต้น "ท่านผู้อาวุโส... ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือว่า การกลับมาครั้งนี้ของข้า... ข้าไม่ได้กลับมามือเปล่า" ในวินาทีนั้นเอง เสียงระฆังโบราณจากยอดเขาหลักของสำนักเมฆาประจิมก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกัน พร้อมกับกลุ่มควันสีดำสนิทที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า บรรยากาศรอบด้านเปลี่ยนเป็นสีเลือดในพริบตา และร่างของบุคคลลึกลับผู้สวมหน้ากากทองคำก็ก้าวออกมาจากเงาไม้ พร้อมกับถือป้ายคำสั่งประจำสำนักที่ควรจะอยู่กับเจ้าสำนักผู้ล่วงลับในมือ! ด้วยความเคารพและมิตรภาพแห่งยุทธภพ — ลั่วอสูรหมื่นภูผา —
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%