"เจ้าตัวดี! คายออกมาเดี๋ยวนี้ นั่นคือคัมภีร์ลับระดับตำนานห้าดาวเชียวนะ!"
หลินฟานตวาดลั่นพลางกระโจนเข้าคว้าหางปุยๆ ของ 'เสี่ยวตู้' ที่ตอนนี้กำลังทำหน้าตาทองไม่รู้ร้อน ปากมังกรจิ๋วขบเคี้ยวแผ่นหนังอักขระเซียนกร้วมๆ ราวกับมันเป็นเพียงขนมขบเคี้ยวรสถั่ว
ในจังหวะที่อักขระสีเลือดบนท้องฟ้ากำลังสั่นสะเทือนหอสมุดหมื่นลักษณ์จนฝุ่นผงคลุ้งกระจาย หลินฟานกลับต้องมาปวดหัวกับเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวดีที่มุดเข้ามาในเขตหวงห้ามเพื่อหาของว่างกินแทนที่จะช่วยเขาหลบหนีจากค่ายกลสังหาร
*อึก!*
เสี่ยวตู้กลืนกระดาษเก่าคร่ำครึลงคอไปอย่างง่ายดาย ก่อนจะเรอออกมาเป็นประกายสายฟ้าสีทอง แววตาของมันดูมีประกายซุกซนมากกว่าปกติ ขนสีขาวบริสุทธิ์เริ่มเปลี่ยนเป็นสีรุ้งเรืองรอง พลังปราณรอบตัวของพยัคฆ์มังกรน้อยทะลักออกมาจนชั้นหนังสือรอบด้านแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ
"เจ้ากินความรู้เข้าไป แต่สมองของเจ้ายังเท่าเม็ดถั่วเท่าเดิมใช่ไหมเสี่ยวตู้!" หลินฟานสบถพลางถีบตัวหลบเสาหินที่พังทลายลงมา แรงกดดันจากค่ายกลสีเลือดด้านบนนั้นรุนแรงจนผิวหนังของเขาเริ่มปริแตก แต่ดูเหมือนเสี่ยวตู้จะไม่สะทกสะท้าน แถมยังทำท่าทางยืดเส้นยืดสายราวกับกำลังรอคอยให้ค่ายกลนั่นประทับตราลงมาบนหัวมันเสียเต็มประดา
"โฮก!" เสียงคำรามที่ฟังดูคล้ายเสียงหัวเราะของเด็กน้อยดังขึ้นจากลำคอของเสี่ยวตู้ มันกระโดดขึ้นไปบนชั้นวางคัมภีร์ที่สูงที่สุด ก่อนจะใช้เท้าหน้าเขี่ยหนังสือต้องห้ามอีกเล่มตกลงมาใส่หัวหลินฟาน
"เดี๋ยว! นี่เจ้าจะทำอะไร?" หลินฟานรับหนังสือเล่มนั้นไว้ได้ทัน คัมภีร์ปกหนังมังกรสั่นไหวในมือเขาอย่างรุนแรง ราวกับมันกำลังสื่อสารกับพลังปราณบางอย่างในตัวเสี่ยวตู้
ขณะที่อักขระสีเลือดบนท้องฟ้าเริ่มหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นเตรียมพุ่งลงมาบดขยี้ทุกชีวิตภายในหอสมุด หลินฟานสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ กระแสพลังงานในหนังสือเล่มนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อฝึกตน แต่มันคือ 'รหัสลับ' ของค่ายกลที่กำลังจ้องจะฆ่าเขาอยู่!
"เจ้าแอบกินตำราเพื่อหาวิธีแก้ค่ายกลงั้นรึ?" หลินฟานชะงัก สายตามองเจ้าพยัคฆ์มังกรน้อยที่บัดนี้กำลังนั่งเลียอุ้งเท้าด้วยท่าทีสงบเสงี่ยมผิดกับเมื่อครู่
เสี่ยวตู้ไม่ตอบ มันเพียงแต่พ่นลมหายใจที่เป็นประกายสีเงินออกมา วงเวทย์ปริศนาขนาดเล็กปรากฏขึ้นรอบตัวมันอย่างรวดเร็ว อักขระสีเลือดที่กำลังร่วงหล่นลงมาเมื่อสัมผัสกับรัศมีของเสี่ยวตู้ก็พลันชะงักงัน กลางอากาศดูเหมือนเวลาจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ หลินฟานเห็นช่องว่างของอักขระเหล่านั้น นี่ไม่ใช่ค่ายกลสังหารธรรมดา แต่มันคือค่ายกลดักจับวิญญาณที่ซ่อนกลไกไว้ในอักขระตัวที่หนึ่งร้อยแปด
ทว่า ในขณะที่ความหวังกำลังจะจุดประกาย หลินฟานกลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายเย็นเยียบที่คุ้นเคย กลิ่นอายของคนผู้หนึ่งที่เขาจดจำได้แม่นยำยิ่งกว่าใคร กลิ่นของธูปไม้หอมที่ผสมผสานกับไอสังหารจางๆ ของ 'ศิษย์พี่ใหญ่' ผู้ที่เขาเคยเชื่อใจที่สุด
เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นออกมาจากมุมมืดของชั้นหนังสือ แสงจากอักขระสีเลือดสะท้อนใบหน้าเรียบเฉยที่มุมปากประดับด้วยรอยยิ้มสมเพช ดาบยาวในมือของเขาค่อยๆ ถูกชักออกมาจากฝัก ส่งเสียงกรีดร้องเสียดแทงประสาทหู
"เจ้าพบวิธีแก้ค่ายกลแล้วงั้นรึ หลินฟาน... ช่างเป็นสัตว์เลี้ยงที่น่าอิจฉาเสียจริงที่ได้ตายพร้อมกับเจ้านายที่ฉลาดหลักแหลมเช่นนี้"
หลินฟานกำหนังสือในมือแน่น หัวใจเต้นรัวด้วยความเดือดดาล การทรยศครั้งนี้รุนแรงยิ่งกว่าคมดาบที่พุ่งเข้ามา เขาหันไปสบตาเสี่ยวตู้ที่ตอนนี้กำลังกางเล็บแหลมคมออกมา ขนสีรุ้งเริ่มลุกชันราวกับพร้อมจะฉีกกระชากผู้บุกรุกให้เป็นชิ้นๆ
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ศิษย์พี่ใหญ่จะตวัดดาบลงมา เสี่ยวตู้กลับหันหลังให้ศัตรู แล้วกระโจนเข้าใส่กำแพงหอสมุดด้านหลังที่ปิดตายมานานนับร้อยปี!
*โครม!*
กำแพงที่แข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้าแตกออกเผยให้เห็นห้องลับที่ซ่อนอยู่ภายใน ทว่าสิ่งที่อยู่หลังกำแพงนั้นไม่ใช่ทางออก... แต่มันคือคุกมืดที่ขังตัวตนบางอย่างที่ควรจะสูญสิ้นไปนานแล้ว และเสียงโซ่ตรวนที่ดังสนั่นขึ้นจากในห้องนั้น ทำให้แม้แต่หลินฟานยังต้องหน้าถอดสี
"นี่เจ้า... ไปปลุกอะไรขึ้นมากันแน่เสี่ยวตู้!"
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของหลินฟานและเสี่ยวตู้ในตอนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล•ตอนที่ 29
เสี่ยวตู้กับก๊วนสัตว์เลี้ยงป่วนหอสมุด
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!