“เจ้ากล้าดียังไงถึงคิดจะยึดอำนาจในหอคอยร้อยชั้นผ่านมติคณะผู้อาวุโส? หลินฟาน... เจ้าคิดว่าที่นี่เป็นสนามเด็กเล่นของสัตว์เลี้ยงขนปุยของเจ้าหรืออย่างไร!”
เสียงตวาดก้องของผู้อาวุโสฝ่ายกฎหมาย ‘มู่เฉิน’ ดังสนั่นจนฝุ่นผงบนเพดานโถงประชุมร่วงกราว หลินฟานไม่ได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขายืนกอดอกพิงเสาหินศิลาจันทรา ท่าทางสบายอารมณ์ขัดกับบรรยากาศมาคุในห้องนี้อย่างสิ้นเชิง บนบ่าของเขามีเจ้าเสี่ยวตู้ พยัคฆ์มังกรขนสีขาวนุ่มฟูกำลังหาวหวอดๆ ก่อนจะใช้ลิ้นเล็กๆ เลียอุ้งเท้าตนเองอย่างไม่สนใจโลกภายนอก
“ท่านผู้อาวุโสมู่ ท่านเข้าใจผิดไปไกลแล้วครับ” หลินฟานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ ดวงตาที่เคยขี้เล่นพลันฉายแววคมกริบดุจมีดโกน “ข้าเพียงแค่ต้องการให้คนในสำนักตระหนักว่า หอคอยร้อยชั้นที่เคยสั่นสะเทือนเมื่อวาน ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะลมฟ้าอากาศ แต่เกิดจาก ‘ขยะ’ ที่พวกท่านซุกไว้ใต้พรมมันเริ่มเน่าเฟะจนกลิ่นโชยออกมาต่างหาก”
สิ้นคำพูดนั้น ผู้อาวุโสหลายคนในห้องต่างขยับตัวด้วยความร้อนรน บางคนถึงกับกำอาวุธข้างกายแน่น ความเงียบที่เข้าปกคลุมห้องประชุมหลังเหตุการณ์หอคอยหยุดสั่นนั้น แท้จริงแล้วคือความเงียบก่อนพายุใหญ่ที่กำลังจะกวาดล้างระเบียบเดิมของสำนักเซียนเมฆา
“เจ้ากำลังจะกล่าวหาว่าพวกเราทุจริตงบประมาณบำรุงรักษาอาคมป้องกันหอคอยหรือ?” มู่เฉินก้าวออกมาข้างหน้า รัศมีพลังกดดันระดับเซียนขั้นห้าแผ่ออกมา หมายจะกดให้หลินฟานคุกเข่าลงกับพื้น
ทว่าในชั่วพริบตานั้นเอง—
*เปรี้ยง!*
คลื่นพลังงานสีทองจางๆ แผ่ออกมาจากร่างของเสี่ยวตู้ที่เพิ่งกระโดดลงจากบ่า แม้มันจะเป็นเพียงเจ้าก้อนขนขาวๆ แต่แรงกดดันที่ส่งออกมากลับรุนแรงจนพื้นหินใต้เท้าของผู้อาวุโสมู่แตกร้าวเป็นวงกว้าง เสี่ยวตู้คำรามเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นไม่ใช่เสียงขู่ของสัตว์ธรรมดา แต่มันคือเสียงสะท้อนจากมิติบรรพกาลที่ทำให้แก้วหูของทุกคนในห้องสั่นสะท้าน
“ใจเย็นๆ ครับท่านมู่” หลินฟานก้าวมาบังหน้าเสี่ยวตู้ไว้ “เสี่ยวตู้ของข้าขี้ตกใจ ถ้าท่านขู่มันมากไป เกรงว่าเพดานห้องนี้อาจจะไม่ได้ถล่มลงมาแค่ฝุ่น แต่มันอาจจะหายไปทั้งหลังพร้อมกับคนในห้องนี้ด้วยก็ได้นะ”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดถึงขีดสุด เหล่าผู้อาวุโสที่เหลือต่างซุบซิบกันด้วยความหวั่นวิตก พวกเขารู้ดีว่าหลินฟานไม่ได้พูดเล่น ยิ่งไปกว่านั้นคือ ‘หลักฐาน’ ที่อยู่ในมือของหลินฟาน ซึ่งเป็นบันทึกการเบิกจ่ายศิลาปราณที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง หากเรื่องนี้หลุดออกไปถึงหูเจ้าสำนัก ตำแหน่งของหลายคนในที่นี้ต้องสั่นคลอนอย่างแน่นอน
“เจ้าต้องการอะไรกันแน่ หลินฟาน?” ผู้อาวุโสใหญ่ที่นั่งเงียบมานานเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่ายแต่แฝงความนัยที่อ่านไม่ออก “จะเอาตำแหน่ง? จะเอาสมบัติ? หรือต้องการเพียงแค่ข่มขวัญพวกเรา?”
หลินฟานยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ทำให้ทุกคนรู้สึกหนาวสันหลัง “ข้าไม่ได้ต้องการตำแหน่ง แต่ข้าต้องการ ‘ความจริง’ เกี่ยวกับตระกูลของข้าที่ถูกลบทิ้งจากบันทึกสำนักเมื่อสิบปีก่อน ใครเป็นคนทำ ใครเป็นคนสั่ง... ถ้าพวกท่านตอบไม่ได้ ข้าก็คงต้องใช้วิธีของข้าในการค้นหาคำตอบ”
เขาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ผายมือไปที่ประตูทางออก “ตอนนี้สำนักกำลังอ่อนแอจากเหตุการณ์หอคอยร้อยชั้น พวกท่านควรเอาเวลาไปซ่อมแซมอาคมมากกว่ามานั่งจับผิดคนเลี้ยงสัตว์อย่างข้า นะครับ”
เมื่อหลินฟานเดินออกจากห้องโถงไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัด ผู้อาวุโสมู่เฉินกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขาหันไปพยักหน้าให้เงาดำที่ยืนอยู่หลังม่านฉากไม้แกะสลัก
“กำจัดมันเสีย ก่อนที่มันจะขุดคุ้ยไปถึงห้องลับใต้ดิน” เสียงกระซิบที่เย็นเยียบดังขึ้น ทว่าในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องประชุมก็ถูกกระชากเปิดออกอีกครั้งด้วยแรงมหาศาล เด็กรับใช้คนหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับแผ่นป้ายประกาศิตที่หักครึ่งในมือ
“ผู้อาวุโสครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! มีคนบุกเข้าไปในคลังแสงและขโมย ‘ผลึกอสูรบรรพกาล’ ไปได้ แถมยังมีคนเห็นว่าคนที่บุกเข้าไป... มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับคุณชายหลินฟานไม่มีผิดเพี้ยน!”
ในขณะที่ทุกคนในห้องโถงกำลังตะลึงกับข่าวร้าย หลินฟานที่เพิ่งเดินพ้นเขตหอประชุมมาได้ไม่ไกลก็หยุดชะงัก เขาไม่ได้แปลกใจกับข่าวที่ได้ยินแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ก้มลงมองเสี่ยวตู้ที่กำลังทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่ข้างเท้า
“เจ้าทำใช่ไหม?” หลินฟานกระซิบถาม
เสี่ยวตู้เงยหน้าขึ้น ดวงตาสีฟ้าครามของมันฉายแววซุกซน ก่อนที่มันจะคาย ‘ผลึกอสูร’ ก้อนมหึมาออกมาจากปากแล้ววางไว้แทบเท้าเขา พร้อมกับส่งเสียงร้อง ‘เมี๊ยว’ ราวกับจะบอกว่านี่คือของขวัญที่ตั้งใจมอบให้
ทว่า ในวินาทีนั้นเอง ท้องฟ้าเหนือสำนักพลันเปลี่ยนเป็นสีเลือด อักขระสีดำนับพันตัวเริ่มปรากฏขึ้นทั่วท้องนภา—มันคือค่ายกลกักขังที่ไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกันศัตรูภายนอก แต่มีไว้เพื่อสังหารคนข้างใน และดูเหมือนเป้าหมายเดียวของมันในตอนนี้... คือจุดที่หลินฟานยืนอยู่
หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นและอยากติดตามตอนต่อไปนะครับ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่คอยเป็นกำลังใจให้ลั่วอสูรหมื่นภูผาเสมอครับ
เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล•ตอนที่ 28
ปมความขัดแย้งในพรรค
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!