"ข้าว่าพวกเจ้าตระกูลไป๋นี่ความจำเสื่อมกันยกตระกูลเสียกระมัง บอกให้คุกเข่าคำนับสามทีแล้วไสหัวไปให้พ้นหน้าข้า เหตุใดจึงยังยืนทำหน้าโง่งงราวกับควายถูกตอนอยู่เช่นนี้เล่า?"
น้ำเสียงยียวนกวนประสาทของหลินฟานดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของลานประลองตระกูลรอง เงาร่างโปร่งบางในชุดคลุมสีครามยืนไขว่ห้างพิงเสาหินศิลาอย่างเกียจคร้าน บนบ่ากว้างของเขามีเจ้าก้อนขนสีขาวนุ่มฟูตัวกลมป้อมกำลังหาวหวอดใหญ่อย่างไร้ความเกรงกลัวต่อจิตสังหารเข้มข้นที่แผ่พุ่งมาจากยอดฝีมือขั้นหลอมรวมวิญญาณนับสิบชีวิตรอบด้าน
เป๋าย่งตง ผู้อาวุโสใหญ่แห่งตระกูลไป๋ หน้าเขียวคล้ำสลับม่วงด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบๆ จนแทบจะระเบิด มือเหี่ยวย่นกำกระบี่ในมือแน่นจนข้อต่อขาวโพลน ศัตรูเบื้องหน้าเป็นเพียงเด็กหนุ่มรุ่นหลานที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ขอบเขตสร้างรากฐาน แต่กลับกล้าเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของยอดฝีมือระดับสูงอย่างไม่ไว้หน้า
"หลินฟาน! เจ้าเด็กสามหาว วันนี้ต่อให้เจ้ามีเก้าชีวิต ก็อย่าหวังว่าจะได้เดินออกไปจากที่นี่อย่างครบสามสิบสองส่วน!" เป๋าย่งตงคำรามลั่นในลำคอ แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นที่ห้าทะลักทลายออกมาจากร่างราวกับคลื่นยักษ์ พลังปราณสีชาดแผ่ขยายเป็นวงกว้างจนพื้นศิลาใต้เท้าแตกร้าวเป็นลายใยแมงมุม
รอบลานประลอง ฝูงชนจากสำนักต่างๆ ที่มาร่วมชมการประลองต่างพากันถอยร่นด้วยความหวาดกลัว บ้างก็กระซิบกระซาบกันด้วยความเวทนา
"เด็กตระกูลหลินคนนั้นเสียสติไปแล้วกระมัง แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะแสดงฝีมือประหลาดออกมา แต่การต้องเผชิญหน้ากับเป๋าย่งตงและค่ายกลโลหิตหมื่นศพโดยลำพัง นั่นมันรนหาที่ตายชัดๆ"
"น่าเสียดายนัก อัจฉริยะมักอายุสั้นเสมอ..."
หลินฟานหาได้ใส่ใจเสียงนินทาเหล่านั้นไม่ ดวงตาเรียวรีคมกริบดั่งพยัคฆ์ซ่อนเล็บกวาดมองค่ายกลสีเลือดที่กำลังปิดล้อมพวกเขาเข้ามาทุกที อากาศรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยว รัศมีความร้อนระอุและกลิ่นอายคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
"โฮก..."
เสียงครางง้วงงุนดังขึ้นเบาๆ จากเจ้าก้อนขนบนบ่า เสี่ยวตู้ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อหาตำแหน่งที่นอนสบายที่สุด ดวงตากลมโตสีฟ้าใสแจ๋วปรือขึ้นมองเศษซากศิลาที่ปลิวว่อนด้วยความรำคาญ มันอ้าปากหาวหวอดกว้าง เผยให้เห็นเขี้ยวสีขาวสะอาดที่แฝงประกายสายฟ้าสีทองจางๆ อยู่ภายใน
หลินฟานยิ้มมุมปาก มือเรียวยื่นไปเกาใต้คางให้เจ้าตัวน้อยเบาๆ อย่างรักใคร่ "ว่าอย่างไรเล่าเจ้าอ้วน หิวแล้วใช่หรือไม่? ดูสิ พวกเขานำ 'เชื้อเพลิง' มาให้พวกเราเล่นสนุกกันตั้งเยอะแยะเชียวนะ"
"โฮก!" เสี่ยวตู้ส่งเสียงรับคำในลำคอ คล้ายเข้าใจความหมายของเจ้านายเป๊ะ มันกระโดดลงจากบ่า ยืนสאี่ขาอยู่บนพื้นศิลาเบื้องหน้าหลินฟาน ขนสีขาวปุยลุกชันขึ้นทีละเส้น ร่างกายที่ดูนุ่มนิ่มน่ากอดเมื่อครู่เริ่มขยายใหญ่ขึ้นทีละน้อย ออร่าพลังงานโบราณที่กดดันจนฟ้าดินสะเทือนเลื่อนลั่นแผ่ซ่านออกมาจากร่างเล็กๆ นั้น
เป๋าย่งตงหรี่ตามองลูกสุนัขหน้าตาประหลาดที่จู่ๆ ก็ขยายร่างขึ้น แม้จะรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง แต่ความหยิ่งทะนงในพลังของตนก็ทำให้เขาหัวเราะเยาะออกมา "คิดจะใช้สัตว์เลี้ยงหน้าโง่ตัวนี้มาต้านทานวิชาเพลิงโลหิตผลาญสวรรค์ของข้าอย่างนั้นหรือ? ช่างไร้เดียงสา!"
"วิชาเพลิงโลหิตผลาญสวรรค์! จงกลืนกินมันเสีย!"
เป๋าย่งตงสะบัดมือวาดค่ายกลกลางอากาศ เปลวเพลิงสีเลือดขนาดมหึมาพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนจะทิ้งตัวดิ่งลงมาคล้ายอัคคีบาบาทตกลงสู่พื้น เป้าหมายคือร่างของหลินฟานและเสี่ยวตู้ ความร้อนแรงของมันแผดเผาจนออกซิเจนรอบบริเวณแทบหมดสิ้น ผู้คนรอบนอกต่างต้องใช้พลังปราณป้องกันความร้อนระอุนี้กันอย่างอลหม่าน
หลินฟานยืนนิ่งสงบ ไม่แม้แต่จะยกกระบี่ขึ้นป้องกัน เขากลับกอดอกแล้วส่งยิ้มพินิจพิจารณาไปยังเบื้องหน้า
"เสี่ยวตู้ จัดการ"
สิ้นคำสั่งของหลินฟาน ดวงตาสีฟ้าใสของเสี่ยวตู้ก็เปลี่ยนเป็นสีทองเจิดจ้า ร่างกายที่พองโตขึ้นหยุดนิ่ง อ้าปากกว้างจนเห็นลำแสงสีขาวบริสุทธิ์หมุนวนอยู่ภายใน
*ฟู่ว์—ตูม!*
วินาทีนั้น ราวกับเวลาหยุดเดิน
เพลิงโลหิตที่โหมกระหน่ำลงมาอย่างเกรี้ยวกราด ปะทะเข้ากับลำแสงสีขาวเส้นเล็กที่พ่นออกมาจากปากของพยัคฆ์มังกรน้อย
ไม่มีเสียงระเบิดกึกก้องดังที่ควรจะเป็น มีเพียงเสียง "ฟิ้ว..." คล้ายน้ำมันเดือดราดลงบนกองไฟ เพลิงสีเลือดที่น่ากลัวจนสามารถเผาผลาญภูเขาได้ทั้งลูก กลับถูกลำแสงสีขาวนั้นกลืนกินและสลายกลายเป็นไอความร้อนอย่างไร้ทางสู้!
"อะ... อะไรกัน!" เป๋าย่งตงเบิกตากว้างจนแทบถลันออกมาจากเบ้า ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด พลังที่เขาทุ่มเทไปเกือบทั้งหมดถูกทำลายลงในพริบตาเดียวโดยสัตว์อสูรตัวกระจิริดเนี่ยนะ?
แต่นั่นยังไม่ใช่ทั้งหมด...
ลำแสงสีขาวและประกายไฟประหลาดที่เสี่ยวตู้พ่นออกมาหาได้หยุดอยู่แค่นั้น มันพุ่งทะยานย้อนกลับไปด้วยความเร็วเหนือเสียง ทะลวงผ่านค่ายกลโลหิตจนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ และพุ่งเข้าใส่กลุ่มยอดฝีมือตระกูลไป๋ที่ยืนตั้งกระบวนท่าอยู่ด้านหลัง
*บรึม! บรึม! บรึม!*
เสียงระเบิดต่อเนื่องดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน คลื่นกระแทกอันรุนแรงกวาดเอาฝุ่นควันและเศษซากศิลาปลิวว่อนไปทั่วสารทิศ เปลวไฟสีทองแกมขาวลุกท่วมร่างของเหล่ายอดฝีมือตระกูลไป๋ในพริบตา เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังระդับระคายหู ก่อนจะเงียบหายไปพร้อมกับร่างที่ถูกเผาไหม้จนกลายเป็นเถ้าธุลีปลิวไปตามสายลม
ภายในเวลาไม่ถึงลมหายใจเดียว ลานประลองที่เคยคลาคล่ำไปด้วยยอดฝีมือตระกูลไป๋ บัดนี้เหลือเพียงพื้นดินโล่งเตียนสีดำเป็นวงกว้าง ไร้ซึ่งร่องรอยของสิ่งมีชีวิตใดๆ หลงเหลืออยู่ ยกเว้นเป๋าย่งตงที่ทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้น ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด กระบี่ในมือหักสะบั้น ดวงตาเหม่อลอยไร้สติ
เสี่ยวตู้สะบัดขนสีขาวปุยของมันเบาๆ ร่างกายหดกลับมามีขนาดเท่าเดิมอย่างรวดเร็ว มันหาวออกมาอีกครั้ง เดินน่อง่องมาคลอเคลียที่ข้อเท้าของหลินฟาน ราวกับเมื่อครู่มันไม่ได้เพิ่งทำลายล้างกองกำลังครึ่งหนึ่งของตระกูลใหญ่ให้ราบคาบเป็นหน้ากลอง แต่เป็นเพียงการเดินไปคาบกิ่งไม้เล่นเท่านั้น
หลินฟานก้มลงลูบหัวเจ้าตัวน้อยอย่างอ่อนโยน พรางเหลือบสายตาไปมองเป๋าย่งตงที่กำลังนั่งตัวสั่นงันงกอยู่เบื้องล่าง
"ทีนี้... เจ้ายังอยากให้ข้าคุกเข่าอยู่หรือไม่อล่ะครับ ท่านผู้อาวุโส?"
หลินฟานก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ทีละก้าว เสียงฝีเท้ากระทบพื้นศิลาฟังดูคล้ายเสียงมัจจุราชเคาะประตูกล่าวทักทาย ทว่าก่อนที่หลินฟานจะได้เอ่ยปากซักถามสิ่งใดเพิ่มเติม บรรยากาศรอบตัวก็พลันเย็นเยียบลงอย่างกะทันหัน ความกดดันที่หนักอึ้งกว่าเป๋าย่งตงนับร้อยเท่าแผ่ซกดลงมาจากฟากฟ้า
เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิท ปรากฏตัวขึ้นอย่างไร้ซุ่มเสียงบนยอดเสาหินสูงที่สุด ใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากรูปอสูรยิ้มเยาะ ดวงตาส่อประกายแสงสีเขียวมรกตจ้องมองมาที่หลินฟานและเสี่ยวตู้ด้วยความสนใจใคร่รู้
"ไม่เลวๆ สัตว์อสูรกลายพันธุ์สายเลือดบรรพกาล... ดูท่าว่าข่าวลือเรื่อง 'ทายาทตระกูลหลิน' จะไม่ใช่เรื่องโกหกสินะ..." เสียงแหบพร่าคล้ายโลหะเสียดสีกันดังขึ้นจากเงาลึกลับนั้น
หลินฟานหรี่ตาลง รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตาเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวจากบุคคลปริศนานี้ - มันคือคนจากสำนักเงาโลหิตที่เคยสังหารคนในครอบครัวของเขาเมื่อหลายปีก่อน!
"หืม? เจ้าหนู... เจ้าจำสร้อยคอเส้นนี้ได้หรือไม่เล่า?" เงาลึกลับหัวเราะในลำคออย่างน่าขนลุก พร้อมกับชูหยกพกรูปพยัคฆ์สลักลายโลหิตขึ้นมา ซึ่งนั่นคือ... สมบัติประจำตระกูลหลินที่สูญหายไปในคืนวันสังหารหมู่!
(ลั่วอสูรหมื่นภูผาขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความแสบของหลินฟานกับเสี่ยวตู้ในตอนนี้นะครับ)
เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล•ตอนที่ 13
เสี่ยวตู้ปล่อยพลังพ่นไฟ
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!