เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล•ตอนที่ 12

การบุกโจมตีของพรรคพยัคฆ์ทมิฬ

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
“ข้าบอกพวกเจ้ากี่ครั้งแล้วว่าอย่ามายุ่งกับแปลงสมุนไพรของข้า แต่ดูสิ... กลิ่นคาวเลือดของพวกเจ้ามันช่างรบกวนสมาธิการบ่มเพาะของ ‘เสี่ยวตู้’ เสียจริง” หลินฟานไม่ได้หันกลับไปมองกลุ่มชายชุดดำเกือบสามสิบคนที่ล้อมรอบเขาอยู่ มือของเขายังคงบรรจงหยดน้ำค้างสวรรค์ลงบนใบของหญ้าวิญญาณดาราทองอย่างใจเย็น ราวกับว่าคมดาบที่จ่ออยู่รอบทิศนั้นเป็นเพียงกิ่งไม้แห้งไร้ราคา “หลินฟาน! อย่าทำเป็นเล่นลิ้น สำนักกระจอกๆ ของเจ้าไม่มีทางต้านทาน ‘พรรคพยัคฆ์ทมิฬ’ ของพวกเราได้หรอก ส่งคัมภีร์ลับดวงดาวมาเสียดีๆ แล้วข้าจะเมตตาให้เจ้าตายแบบไม่ทรมานนัก” ชายร่างยักษ์หัวหน้ากลุ่มโจรคำรามก้อง เสียงของมันสั่นสะเทือนไปทั่วหุบเขาจนใบไม้ปลิวว่อน หลินฟานวางขวดหยกในมือลงช้าๆ เขาปัดฝุ่นละอองบนชุดคลุมสีครามเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมา เผยให้เห็นดวงตาที่เรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยความเย็นเยียบประดุจมหาสมุทรที่ไร้ก้นบึ้ง ข้างกายของเขามีเจ้าพยัคฆ์มังกรขนปุย ‘เสี่ยวตู้’ กำลังนอนพาดพุงอยู่บนโขดหิน มันหาวหวอดหนึ่งทีจนเกิดเป็นคลื่นพลังปราณสีขาวม้วนตัวเป็นพายุขนาดเล็กที่ทำให้เหล่าโจรต้องก้าวถอยหลังไปคนละก้าว “พวกเจ้าเรียกตัวเองว่าพยัคฆ์ทมิฬงั้นหรือ?” หลินฟานหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “น่าขันนัก... สัตว์เดรัจฉานที่หิวโหยอย่างไร้สติปัญญาเช่นพวกเจ้า ไม่คู่ควรแม้แต่จะเอ่ยนามของสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนจุดสูงสุด” “ฆ่ามัน!” หัวหน้าโจรตะโกนสั่ง คมดาบปราณนับสิบเล่มพุ่งเข้าหาหลินฟานราวกับห่าฝน ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น ร่างของหลินฟานกลับเลือนหายไปเหมือนภาพลวงตา กลิ่นอายกดดันมหาศาลจู่โจมเข้าใส่กลุ่มโจรโดยไม่ทันตั้งตัว เสี่ยวตู้ที่เมื่อครู่ยังนอนเกียจคร้าน บัดนี้ลุกขึ้นยืนด้วยสี่เท้า ขนสีขาวบริสุทธิ์ของมันตั้งชันและเปล่งประกายสีเงินยวง ดวงตาที่เคยแบ๊วใสเปลี่ยนเป็นนัยน์ตาสีทองดุจมังกรที่พร้อมจะฉีกกระชากวิญญาณ *โฮก!* เพียงแค่เสียงคำรามเดียว แรงปะทะนั้นดั่งภูเขาถล่มลงมาใส่ร่างของเหล่าโจร ร่างของชายชุดดำที่อยู่ใกล้ที่สุดกระเด็นถอยหลังไปไกลจนกระแทกกับกำแพงสำนักจนพังยับเยิน เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกจากปากของพวกมันอย่างห้ามไม่ได้ หลินฟานเดินผ่านกลุ่มโจรที่ล้มตายและบาดเจ็บด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับเดินเล่นในสวน “ข้าเตือนพวกเจ้าแล้วนะ” หลินฟานเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่ากดดัน “การบุกรุกสำนักน่ะไม่เท่าไหร่ แต่การทำให้เสี่ยวตู้ต้องตื่นจากการงีบหลับ... นั่นคือความผิดมหันต์ที่พวกเจ้าไม่มีปัญญาชดใช้” หลินฟานดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว พลังปราณอสูรที่หนาแน่นดุจน้ำทะเลไหลทะลักออกมาจากร่างของเขา เปลี่ยนสภาพอากาศรอบสำนักให้กลายเป็นดินแดนแห่งน้ำแข็งและการทำลายล้างในพริบตา เขากำลังจะสะบัดมือเพื่อปิดฉากการบุกครั้งนี้ ทว่าจังหวะนั้นเอง สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่ข้อมือของหัวหน้าโจรที่กำลังคลานหนี ตราสัญลักษณ์... ตราประทับรูปเขี้ยวมังกรหักที่ฝังอยู่บนข้อมือของมัน นั่นไม่ใช่ตราของพรรคพยัคฆ์ทมิฬ แต่มันคือตราประทับของ ‘ตระกูลลั่ว’ ตระกูลที่ถูกทำลายไปเมื่อสิบปีก่อน และเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสังหารล้างบางครอบครัวของเขา! หลินฟานหยุดชะงัก ฝ่ามือที่ควบแน่นพลังปราณสั่นไหวเพียงชั่วครู่ หัวใจของเขาเต้นรัวเหมือนกลองศึก “เจ้า... เอาตรานี้มาจากไหน?” หัวหน้าโจรที่ร่อแร่เงยหน้าขึ้น หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งทั้งที่เลือดเต็มปาก “ดูเหมือน... เจ้าจะยังไม่รู้ตัวนะหลินฟาน... นายท่านของข้า... ไม่ได้ต้องการคัมภีร์หรอก... เขาแค่ต้องการ... ‘วิญญาณ’ ของเจ้า... ไปเซ่นไหว้ดวงวิญญาณของตระกูลที่เจ้า... ทรยศ!” เงาขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นเหนือยอดเขาสำนัก บดบังแสงอาทิตย์จนมืดมิด เสียงคำรามที่ก้องกังวานยิ่งกว่าเสี่ยวตู้ดังมาจากฟากฟ้า มันคือพลังปราณระดับเซียนที่เหนือล้ำกว่าใครที่หลินฟานเคยเผชิญมา ลั่วอสูรหมื่นภูผาขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่สิบสองและร่วมลุ้นระทึกไปพร้อมกับข้านะครับ
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%