เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล•ตอนที่ 11

ความลับของตระกูลหลิน

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
“เจ้าจะขุดคุ้ยความตายของคนตายไปเพื่ออะไรกัน หลินฟาน? ความจริงที่เจ้าโหยหานั้น... มันมีราคาที่แพงเกินกว่าที่วิญญาณหนุ่มน้อยอย่างเจ้าจะแบกรับไหว” เสียงแหบพร่าของชายชราในเงามืดดังขึ้น ท่ามกลางกลิ่นอับชื้นของคลังสมบัติลับใต้ดินที่ไร้ซึ่งแสงสว่าง หลินฟานไม่ได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อย มือขวาของเขาลูบหัว ‘เสี่ยวตู้’ ที่นอนหมอบอยู่บนบ่าอย่างแผ่วเบา พยัคฆ์มังกรสีขาวตัวจ้อยส่งเสียงครางฮึ่มในลำคอ ดวงตาสีอเมทิสต์ของมันเปล่งประกายวาวโรจน์ราวกับจะบอกว่า พร้อมจะฉีกกระชากคอหอยใครก็ตามที่กล้าข่มขู่เจ้านายของมัน “ท่านผู้เฒ่าเหอ” หลินฟานเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยกระแสกดดัน “คนเรามักจะกลัวสิ่งที่มองไม่เห็น แต่ข้ากลับกลัวความเงียบงันที่ปกคลุมตระกูลหลินมาสิบปีมากกว่า ท่านบอกว่าข้าไม่มีปัญญาแบกรับความจริง... แต่ถ้าข้ายังปล่อยให้ไอ้พวกเวรนั่นลอยหน้าลอยตา ข้าก็คงไม่มีหน้าไปยืนอยู่ต่อหน้าบรรพบุรุษหรอกนะครับ” เขาหยิบ ‘ป้ายหยกสีเลือด’ ที่เพิ่งงัดออกมาจากผนังลับขึ้นมาพิจารณา บนป้ายนั้นมีสัญลักษณ์ประหลาดที่ดูคล้ายมังกรถูกล่ามโซ่ด้วยดาบศักดิ์สิทธิ์ ชายชราในเงามืดค่อยๆ ก้าวออกมา เผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นลึก ดวงตาของเขาสั่นไหวเมื่อเห็นป้ายหยกในมือหลินฟาน “เจ้า... เจ้าไปเอาสิ่งนี้มาจากไหน? นี่คือตราประทับของ ‘สำนักกระบี่ล้างจันทร์’... กลุ่มคนที่แม้แต่เจ้าเมืองยังต้องก้มหัวให้!” “กระบี่ล้างจันทร์งั้นหรือ?” หลินฟานแค่นหัวเราะในลำคอ มุมปากยกยิ้มอย่างคนเจ้าเล่ห์ “ชื่อดูหรูหราสูงส่ง แต่การสังหารหมู่ตระกูลหลินที่ไร้ทางสู้ในคืนที่พายุโหมกระหน่ำเมื่อสิบปีก่อน... นั่นหรือคือวิถีแห่งจอมยุทธ์ที่ท่านนับถือ?” เสี่ยวตู้กระโจนจากบ่าลงสู่พื้น ขนสีขาวปุยเริ่มแผ่รัศมีพลังงานสีทองจางๆ บรรยากาศในห้องสั่นไหวอย่างรุนแรงจนชั้นวางตำราสั่นคลอน ชายชราถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว เขาไม่ใช่คนโง่ เขารู้ดีว่าสิ่งมีชีวิตตัวจ้อยที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่เพียงแมวเหมียวธรรมดา แต่มันคือสัตว์อสูรระดับที่สามารถทำลายล้างเมืองทั้งเมืองได้ในพริบตา “ฟังข้านะเจ้าหนู” ชายชราเสียงสั่น “สิ่งที่ทำลายตระกูลเจ้า ไม่ใช่แค่สำนักกระบี่ล้างจันทร์เพียงลำพัง... มีบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น มีร่องรอยของ ‘ไอปีศาจ’ ปะปนอยู่กับคมกระบี่ของพวกมัน!” หลินฟานหรี่ตาลง หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองศึก ความจริงที่เขาสงสัยมาตลอดว่าเหตุใดตระกูลสายเลือดบริสุทธิ์อย่างตระกูลหลินถึงถูกกวาดล้างอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในคืนเดียว คำตอบกำลังจะถูกเผยออกมา แต่แล้ว... *ครืนนนนน!* เสียงระเบิดดังสนั่นมาจากทางเข้าคลังสมบัติ แรงสั่นสะเทือนทำให้เพดานหินร่วงกราว หลินฟานรีบคว้าตัวเสี่ยวตู้ไว้ในอ้อมแขนก่อนจะตวัดสายตาไปทางประตูทางเข้าที่พังทลายลงมา ท่ามกลางกลุ่มฝุ่นควัน ร่างของชายในชุดเกราะสีดำทมิฬก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ รัศมีกระบี่ที่พุ่งออกมาจากตัวเขาแหลมคมจนกรีดผิวหนังของหลินฟานจนเลือดซิบ ชายคนนั้นไม่ได้มองมาที่ชายชรา แต่มองตรงมาที่ ‘ป้ายหยกสีเลือด’ ในมือของหลินฟานด้วยสายตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง “ของสิ่งนั้น... ไม่ควรอยู่ในมือของหนอนแมลงอย่างเจ้า” เสียงของมันทุ้มต่ำและไร้อารมณ์ “ส่งมันมา แล้วข้าจะมอบความตายที่รวดเร็วให้แก่เจ้า... ถือเป็นการตอบแทนที่เจ้าอุตส่าห์ขุดคุ้ยสุสานของตระกูลตัวเองขึ้นมา” หลินฟานกระชับป้ายหยกในมือแน่น หัวเราะร่าออกมาท่ามกลางสถานการณ์เป็นตาย “การมาเยือนของท่านช่างตรงเวลานัก ข้ากำลังสงสัยอยู่พอดีว่าไอ้พวกสุนัขรับใช้ที่เหลืออยู่ซ่อนหัวอยู่ที่ไหน!” เขาส่งสัญญาณให้เสี่ยวตู้ในอ้อมแขน เจ้าพยัคฆ์มังกรแยกเขี้ยวเผยให้เห็นฟันที่คมกริบดุจเศษเสี้ยวของดวงดาว และก่อนที่ชายชุดดำจะทันได้ขยับตัว หลินฟานก็ดีดตัวถอยหลังพลางตะโกนก้อง “เสี่ยวตู้! จัดการมัน อย่าให้ตายก่อนที่มันจะคายชื่อคนบงการออกมา!” ทันใดนั้น ดวงตาของเสี่ยวตู้ก็เปลี่ยนจากสีอเมทิสต์เป็นสีทองสว่างจ้า ร่างเล็กจ้อยพุ่งทะยานออกไปเร็วกว่าสายฟ้าแลบ ทิ้งไว้เพียงรอยแยกของมิติที่ฉีกขาดตามเส้นทางที่มันผ่านไป ชายชุดดำเบิกตากว้าง ความมั่นใจมลายหายไปในพริบตาเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันระดับบรรพกาลที่ถาโถมเข้าใส่จนกระดูกในร่างกายลั่นกรอบ ทว่า ในวินาทีที่เสี่ยวตู้กำลังจะตะปบเข้าที่ลำคอของศัตรู จู่ๆ ป้ายหยกในมือหลินฟานก็เกิดความร้อนระอุจนแดงฉาน มันสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่งราวกับมีชีวิต และสิ่งที่หลินฟานเห็นต่อมากลับทำให้เขาถึงกับหยุดลมหายใจ... หยดเลือดของเขาที่เปื้อนอยู่บนป้ายหยกถูกดูดกลืนเข้าไปจนหมดสิ้น ก่อนที่สัญลักษณ์มังกรที่ถูกล่ามโซ่จะค่อยๆ ขยับเขยื้อน... มันไม่ได้ถูกโซ่ล่ามไว้เหมือนที่เขาคิด แต่มันกำลังพยายาม ‘หนี’ ออกจากตัวป้าย! “เจ้าหนู... ระวัง!” ชายชราตะโกนเตือนด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด “มันไม่ใช่ตราประทับ แต่มันคือ ‘ผนึกวิญญาณ’ ของบรรพบุรุษเจ้าที่ถูกขังไว้ในนี้!” ร่างของชายชุดดำหยุดชะงักลงทันที มันคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด ไม่ใช่เพราะกลัวเสี่ยวตู้ แต่เพราะสิ่งที่กำลังจะหลุดออกมาจากป้ายหยกนั้น... มันคือสิ่งที่แม้แต่เจ้าสำนักกระบี่ล้างจันทร์ยังต้องกราบกรานด้วยความหวาดหวั่นจนตัวสั่น! ลั่วอสูรหมื่นภูผาขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่สิบเอ็ดนะครับ
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%