"เจ้ามิใช่ข้า และข้าก็มิใช่เจ้า... หากเจ้าคือเงาในอดีต ข้าก็คืออนาคตที่เจ้ามิอาจเอื้อมถึง"
เสียงทุ้มต่ำที่ก้องกังวานอยู่ในห้วงจิตสำนึกของหลินฟานไม่ได้มาจากผู้อื่น แต่มันหลุดออกมาจากริมฝีปากของบุรุษที่ยืนเบื้องหน้า—เงาร่างที่ถอดแบบมาจากเขาเองทุกกระเบียดนิ้ว ทว่านัยน์ตาสีโลหิตคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความอาวรณ์ มีเพียงความกระหายเลือดที่แฝงเร้นอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบ
หลินฟานกระชับกระบี่ในมือแน่น ความรู้สึกเย็นเยียบแล่นพล่านไปตามสันหลัง เสี่ยวตู้ที่มักจะส่งเสียงครางครืดคราดอย่างซุกซนบนบ่า บัดนี้กลับหมอบนิ่ง ขนสีขาวปุยลุกชัน ลำคอส่งเสียงคำรามในลำคอต่ำๆ สั่นสะเทือนไปถึงกระดูกสันหลังของหลินฟาน
"เจ้าเป็นใครกันแน่?" หลินฟานเค้นเสียงถาม มือที่จับด้ามกระบี่สั่นระริกไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างเงาตรงหน้า มันกดทับจนชั้นบรรยากาศรอบข้างบิดเบี้ยว
เงาร่างนั้นแสยะยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่หลินฟานเห็นแล้วต้องขนลุก เพราะมันคือรอยยิ้มที่เขามักใช้เวลาจะเล่นงานใครสักคน "ข้าคือสิ่งที่เจ้าพยายามปิดตายไว้ในส่วนลึกของจิตใจอย่างไรเล่า... ความแค้นที่แผดเผา พลังที่เจ้าหวาดกลัวจะควบคุมมันไม่ได้ ด่านทดสอบจิตใจของสำนักเมฆาคลั่งมิได้วัดกันที่ระดับพลังปราณ แต่วัดกันที่ 'ความกล้า' ที่จะเผชิญหน้ากับปีศาจในใจตนเอง!"
สิ้นคำ บุรุษปริศนาก็พุ่งตัวเข้ามาดั่งพยัคฆ์โหย ความเร็วของมันเหนือกว่าหลินฟานหลายเท่าตัว หลินฟานเบี่ยงกายหลบตามสัญชาตญาณ ปลายกระบี่ของอีกฝ่ายกรีดผ่านชุดคลุมจนขาดวิ่น กลิ่นอายไอสังหารที่สัมผัสได้นั้นรุนแรงจนผิวหนังของเขาแสบร้อน
"เสี่ยวตู้!" หลินฟานตะโกนเรียกสหายร่วมรบ
"โฮก!" พยัคฆ์มังกรน้อยแผดเสียงกึกก้อง ร่างเล็กจ้อยขยายตัวขึ้นกลางอากาศจนกลายเป็นพยัคฆ์สีขาวขนาดมหึมา ปีกที่งอกออกมาจากไหล่กระพือสร้างพายุหมุนเข้าปะทะกับเงาร่างนั้นทันที แต่สิ่งที่น่าตกใจคือ เงาร่างนั้นกลับหัวเราะร่า ก่อนจะแบมือออกแล้วคว้าหมับเข้าที่คอของเสี่ยวตู้!
"สัตว์เลี้ยงที่น่ารัก... แต่ช่างน่าเสียดายที่มันมีจุดอ่อนอยู่ที่ความจงรักภักดีต่อเจ้า"
หลินฟานเบิกตากว้าง ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านจนสายตาพร่าเลือนไปชั่วขณะ เขาไม่สนแล้วว่านี่คือด่านทดสอบหรือความจริง ร่างของเขาพุ่งเข้าใส่เงาร่างนั้นอย่างบ้าคลั่ง เพลงกระบี่ตระกูลหลินที่สาบสูญถูกนำมาใช้โดยสัญชาตญาณ สายฟ้าแลบแปลบปลาบผ่านคมกระบี่ ทุกกระบวนท่าแฝงไปด้วยความเด็ดขาด
ทว่า... ยิ่งหลินฟานโจมตีหนักหน่วงเท่าไร พลังของฝ่ายตรงข้ามก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น เงาร่างนั้นรับกระบี่เขาด้วยนิ้วมือเปล่าๆ ก่อนจะดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว แรงปะทะมหาศาลก็ซัดหลินฟานกระเด็นไปกระแทกกับม่านพลังที่ปิดกั้นทางเข้าสำนักเมฆาคลั่ง
ร่างกายของหลินฟานชาหนึบ เลือดสีสดไหลซึมจากมุมปาก เขาหอบหายใจรวยริน มองไปทางเสี่ยวตู้ที่ถูกกดลงกับพื้นโดยเงาร่างนั้น
"เจ้าเห็นหรือยัง หลินฟาน?" เงาร่างนั้นเดินเข้ามาใกล้ ใบหน้าของมันบัดนี้เปลี่ยนไปทีละน้อย กลายเป็นใบหน้าของบิดาที่ตายไปจากเหตุการณ์สังหารตระกูล "เจ้าอ่อนแอ เจ้าใจอ่อน เจ้ามีหัวใจที่รักพรรคพวก... และนั่นคือสิ่งที่ทำลายตระกูลของเจ้าจนสิ้นซาก!"
หลินฟานกัดฟันแน่น ความเจ็บปวดในอกไม่ได้มาจากบาดแผล แต่มันมาจากคำพูดที่จี้แทงจุดอ่อนของเขา เขาหลับตาลง ภาพเหตุการณ์นองเลือดในวันนั้นย้อนกลับมา ความรู้สึกสูญเสีย ความรู้สึกไร้หนทาง... หากเขาไม่แข็งแกร่งพอ เขาก็ไม่สามารถปกป้องใครได้เลย
"ข้าอาจจะอ่อนแอ..." หลินฟานพึมพำ ดวงตาทั้งสองข้างเปิดขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ในแววตากลับมีประกายสีทองเจือปน "แต่ความรักที่ข้ามีต่อสหายและครอบครัว มิใช่จุดอ่อนของข้า แต่มันคือขุมพลังที่ทำให้ข้าไม่มีวันยอมแพ้!"
คลื่นพลังสีทองมหาศาลระเบิดออกจากร่างหลินฟาน พลังงานรอบข้างปั่นป่วนจนม่านพลังที่แข็งแกร่งของสำนักเมฆาคลั่งเริ่มสั่นคลอน เงาร่างนั้นชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าของมันดูตกตะลึง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความพึงพอใจอย่างประหลาด
หลินฟานพุ่งทะยานขึ้นกลางอากาศ พลังปราณทั้งหมดถูกรวมไว้ที่ปลายกระบี่จนเกิดเป็นมังกรเพลิงคำรามลั่นหุบเขา เขาไม่ได้มุ่งเป้าไปที่เงาร่างนั้น แต่เขามุ่งเป้าไปที่ 'รอยร้าว' เล็กๆ บนม่านพลังเบื้องหลังเงาร่างนั้นแทน!
นี่คือด่านทดสอบจิตใจ... หากจิตใจของเขาไม่มีวันยอมแพ้ ม่านพลังที่สร้างจากจิตใจก็ย่อมสั่นคลอน!
ตูม!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะทำให้ม่านพลังที่ดูเหมือนไร้ช่องโหว่เกิดรอยแยกขนาดใหญ่ ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวข้ามผ่านม่านพลังนั้นไปได้ เสียงเยือกเย็นของบุรุษที่หน้าตาเหมือนเขาก็ดังขึ้นที่ข้างหู
"เจ้าทำลายด่านทดสอบได้... แต่เจ้ากำลังจะก้าวเข้าสู่กับดักที่เจ้าไม่มีวันย้อนกลับ"
หลินฟานไม่หยุดฟัง เขาพุ่งตัวผ่านม่านพลังเข้าไปด้วยใจที่ฮึกเหิม ทว่าเมื่อเท้าแตะลงบนพื้นดินของสำนักเมฆาคลั่ง สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของเขากลับไม่ใช่ลานฝึกที่กว้างขวางหรือเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องที่กำลังบำเพ็ญเพียร แต่เป็น...
กองซากศพที่วางเรียงรายนับหมื่น! และบนบัลลังก์เหนือซากศพเหล่านั้น ร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่เขารู้จักดีที่สุดกำลังนั่งรอเขาอยู่ พร้อมกับหยิบหน้ากากที่เขาเพิ่งถูกกระชากออกไปเมื่อครู่ขึ้นมาสวม!
"ยินดีต้อนรับสู่บ้าน... น้องชายของข้า"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหลินฟานและเสี่ยวตู่นะครับ แล้วพบกันในตอนหน้าครับ!
เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล•ตอนที่ 24
ด่านทดสอบจิตใจ
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!