เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล•ตอนที่ 4

วิชาลับในตำนาน

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
“เจ้าคิดว่าการสั่งสอนสุนัขของข้า จะทำให้เจ้ามีโอกาสรอดไปจากที่นี่ได้งั้นหรือ? น่าเสียดาย... เพราะคนที่จะต้องคลานในวันนี้ ไม่ใช่แค่สุนัขของข้า แต่เป็นเจ้า!” คำพูดของม่อเจี่ยนดังก้องไปทั่วโถงศิลา ไอพลังสีดำทมิฬจากแผ่นหยกในมือเขาเริ่มบิดเบี้ยวอากาศรอบข้างจนเกิดเสียงหวีดหวิวราวกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณนับพัน หลินฟานยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น แววตาของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนกอย่างที่ฝ่ายตรงข้ามคาดหวัง ในทางกลับกัน เขากำลังจ้องมองแผ่นหยกในมือม่อเจี่ยนด้วยสายตาเหมือนคนมองของเล่นที่พังแล้ว “สุนัขหรือ?” หลินฟานแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะของเขาทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยแรงกดดัน “ม่อเจี่ยน เจ้าเข้าใจผิดไปสองเรื่อง เรื่องแรก... คนที่เจ้าเรียกสุนัขเมื่อครู่ คือผู้ที่สั่งสอนเจ้าให้รู้ว่าอำนาจที่แท้จริงไม่ได้มาจากขยะสีดำในมือเจ้า ส่วนเรื่องที่สอง...” หลินฟานขยับตัวเพียงเล็กน้อย เสี่ยวตู้ที่นั่งอยู่บนไหล่ของเขาดูเหมือนจะหาวหวอดหนึ่งครั้ง ขนปุยสีขาวราวหิมะสั่นไหวเล็กน้อย ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น แรงกดดันมหาศาลกลับแผ่ซ่านออกมาจนพื้นศิลาใต้เท้าของม่อเจี่ยนแตกร้าว “เจ้ามันก็น่าสมเพชไม่ต่างจากสุนัขที่รอคอยเศษเนื้อจากเจ้าสำนักนั่นแหละ” ม่อเจี่ยนใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด เขาไม่รอช้า พลังปราณทั่วร่างปะทุออก แผ่นหยกสีดำเปล่งแสงเจิดจ้ากลายเป็นโซ่ตรวนอสูรพุ่งเข้าใส่หลินฟานหมายจะบดขยี้ให้จมดิน ทว่าในวินาทีที่โซ่เหล่านั้นกำลังจะถึงตัว ห้วงความคิดของหลินฟานก็มีเสียงของระบบดังขึ้นกังวานดุจระฆังทอง [ติ๊ง! ตรวจพบเจตนาสังหารจากผู้ครอบครองตราประทับสวรรค์ปลอม] [ระบบมอบ ‘เคล็ดวิชาควบคุมอสูรบรรพกาล: เนตรมหาเทพสยบฟ้า’ ให้แก่โฮสต์] [วิชาลับนี้คือจุดสูงสุดของการควบคุมอสูรระดับจักรวาล สามารถเปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตร หรือเปลี่ยนเจ้าของให้กลายเป็นทาสรับใช้!] ความรู้มหาศาลไหลบ่าเข้าสู่สมองของหลินฟานดั่งน้ำป่าหลาก เขาหลับตาลงชั่วขณะ ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งที่แปรเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามดุจดวงตะวัน “หยุด!” เพียงคำเดียวที่เปล่งออกมาด้วยกระแสพลังที่ซ่อนอยู่ในเคล็ดวิชาใหม่ โซ่ตรวนสีดำที่กำลังพุ่งเข้าหากลับชะงักงันกลางอากาศ ม่อเจี่ยนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับกระดาษ “เป็นไปไม่ได้! เจ้าใช้พลังอะไรหยุดพลังของตราประทับสวรรค์ได้!” หลินฟานไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขาค่อยๆ ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า แต่ละก้าวที่เขาเหยียบลงไป พื้นศิลาล้วนสั่นสะเทือน เสี่ยวตู้บนไหล่ของเขาส่งเสียง ‘คิ้วๆ’ อย่างร่าเริง มันกระโดดลงจากไหล่และขยายร่างกลายเป็นพยัคฆ์มังกรสูงสามเมตร ขนสีขาวปุยประดุจแพรไหมบัดนี้กลับแผ่รังสีแห่งการทำลายล้างที่ทำให้ม่อเจี่ยนต้องทรุดเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว “เจ้าจำเรื่องเมื่อสามปีก่อนได้ไหม ม่อเจี่ยน?” หลินฟานหยุดยืนอยู่ตรงหน้าม่อเจี่ยน เขาโน้มตัวลงไปกระซิบด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “วันที่ตระกูลหลินของข้าลุกเป็นไฟ เจ้าเป็นคนจุดคบเพลิงนั่นด้วยมือของเจ้าเอง... วันนี้ ข้าไม่ได้มาเพื่อเอาชีวิตเจ้าให้ตายตกไปตามกัน เพราะมันง่ายเกินไป” หลินฟานยกนิ้วขึ้นชี้ไปที่ตราประทับในมือของม่อเจี่ยน “ข้าจะทำให้เจ้าเห็นว่า สัตว์ที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร” เขาสะบัดมือเบาๆ ตามเคล็ดวิชาเนตรมหาเทพสยบฟ้า แรงดึงดูดมหาศาลจากฝ่ามือหลินฟานดึงเอาแผ่นหยกสีดำออกจากมือของม่อเจี่ยนอย่างง่ายดาย ม่อเจี่ยนกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อสายใยพลังที่เชื่อมต่อกับหยกถูกกระชากออกอย่างรุนแรง ทว่าเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น แผ่นหยกสีดำเมื่อหลุดจากมือม่อเจี่ยน กลับไม่ได้ตกลงสู่พื้น แต่มันกลับแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็น ‘บางอย่าง’ ที่อยู่ภายใน... มันไม่ใช่หยก แต่เป็นอัญมณีสีเลือดที่เต้นตุบๆ ราวกับหัวใจของสิ่งมีชีวิตบางชนิด และทันใดนั้นเอง บรรยากาศภายในโถงศิลาทั้งหมดก็เปลี่ยนไป ไอหมอกสีดำหนาทึบเริ่มก่อตัวขึ้นจากรอยแตกของหยก มันไม่ใช่พลังปราณ แต่เป็นกลิ่นอายของอสูรโบราณที่หลับใหลมานานนับหมื่นปี เสียงกระซิบที่ฟังไม่ได้ศัพท์ดังแว่วมาจากผนังโถงศิลา เงาร่างนับสิบเริ่มปรากฏขึ้นจากความมืดมิด พวกมันไม่ใช่ลูกน้องของม่อเจี่ยน แต่เป็นองครักษ์เงาของเจ้าสำนักที่ถูกส่งมาเพื่อ ‘เก็บกวาด’ ทุกอย่างรวมถึงตัวม่อเจี่ยนเองด้วยหากเขาล้มเหลว หัวหน้าองครักษ์เงาภายใต้หน้ากากเหล็กเดินก้าวออกมาจากความมืด ดวงตาสีแดงฉานของมันจ้องมองมาที่หลินฟานด้วยความกระหายเลือด “ท่านเจ้าสำนักสั่งไว้... ใครก็ตามที่เห็นความลับนี้ ต้องไม่มีลมหายใจกลับออกไป” หลินฟานชำเลืองมองม่อเจี่ยนที่นอนสั่นด้วยความกลัว ก่อนจะยิ้มมุมปาก “ดูท่าว่าวันนี้ ข้าจะมีงานต้องทำมากกว่าที่คิดแฮะ เสี่ยวตู้... พร้อมจะเล่นสนุกกับขยะเหล่านี้แล้วหรือยัง?” พยัคฆ์มังกรสีขาวคำรามกึกก้องจนเพดานโถงศิลาถล่มลงมา แต่ก่อนที่การต่อสู้จะเริ่มขึ้น ประตูหินบานยักษ์ด้านหลังองครักษ์เงากลับค่อยๆ เปิดออก พร้อมกับกลิ่นอายที่กดดันยิ่งกว่าสิ่งใดที่หลินฟานเคยสัมผัสมา... เจ้าสำนักก้าวออกมาด้วยรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายของหลินฟานเย็นเฉียบ เพราะสิ่งที่ติดตัวเจ้าสำนักมาด้วย คือหยกอีกชิ้นที่เหมือนกับที่เพิ่งแตกไปไม่มีผิดเพี้ยน หากแต่ชิ้นนี้... มันคือหัวใจที่แท้จริงของมารร้ายที่กำลังรอการจุติ! ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหลินฟานและเสี่ยวตู้นะครับ!
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%