เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล•ตอนที่ 18

ศัตรูหมายเลขหนึ่งปรากฏตัว

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
"เจ้าคิดว่าแมวขี้เรื้อนตัวนี้จะช่วยรักษาชีวิตเจ้าได้งั้นหรือ หลินฟาน?" เสียงเยาะเย้ยดังกังวานขึ้นท่ามกลางโถงรับรองโอ่อ่าของหอประมูลเมฆาธาร กลิ่นธูปหอมราคาแพงที่ลอยอบอวลอยู่ไม่ช่วยให้บรรยากาศเบาบางลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความกดดันจากลมปราณระดับหลอมรวมพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่มในชุดผ้าไหมปักดิ้นทองตรงหน้า กลับทำให้แขกเหรื่อรอบข้างต้องถอยกรูดออกไปเป็นวงกว้าง หลินฟานไม่ได้ขยับกายแม้แต่น้อย เขายืนนิ่งอยู่กลางวงล้อม แขนข้างหนึ่งโอบกอด 'เสี่ยวตู้' พยัคฆ์มังกรขนปุยที่กำลังหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมอก ราวกับไม่รับรู้ถึงภัยอันตรายที่จ่ออยู่ตรงหน้า สัตว์อสูรตัวน้อยส่งเสียงครางครืดในลำคอเบาๆ คล้ายรำคาญใจที่ถูกรบกวนการนอน หลินฟานค่อยๆ ปัดเศษฝุ่นบนบ่าเสื้อของตนอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตา 'ฟางหรง' นายน้อยแห่งตระกูลฟางผู้ทรงอิทธิพลด้วยแววตาเรียบเฉย "นายน้อยฟางครับ... ท่านเพิ่งดื่มสุราจากจอกทองคำมาหรือว่าเพิ่งตื่นนอนกันแน่ ถึงได้มองสัตว์อสูรระดับตำนานเป็นแมวขี้เรื้อนไปได้" หลินฟานหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "หากท่านสายตาไม่ดีพอ ผมยินดีจะฝากให้ท่านตาเฒ่าเฝ้าประตูช่วยเหลาไม้เท้าให้ท่านสักอัน จะได้เดินเหินได้สะดวกขึ้นอย่างไรเล่าครับ" สิ้นคำพูดนั้น เสียงซุบซิบในโถงก็เงียบกริบลงทันที ฟางหรงหน้าเปลี่ยนสีจากขาวเป็นแดงก่ำ มือที่กุมกระบี่หยกสั่นระริกด้วยความโกรธจัด "เจ้ากล้าหยามข้า!?" ฟางหรงคำรามต่ำ "เพียงเพราะเจ้าอาศัยเส้นสายของสำนักกระบี่สวรรค์คุ้มหัว เจ้าถึงได้โอหังเช่นนี้สินะ แต่จงจำไว้... ในดินแดนนี้ เงินและอำนาจของตระกูลฟางสามารถปิดปากคนได้แม้แต่คนตาย!" "อำนาจหรือครับ?" หลินฟานเลิกคิ้ว แววตาที่เคยนิ่งสงบเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง "ตระกูลฟางที่สั่งสมบารมีด้วยการรีดนาทาเร้นชาวบ้านเนี่ยนะ? ท่านกล้าเอาสิ่งโสมมมาเปรียบเทียบกับความภูมิใจของผมเชียวหรือ" บรรยากาศเริ่มบิดเบี้ยว เมื่อลมปราณมหาศาลของฟางหรงพุ่งเข้าใส่หลินฟานราวกับพายุที่ถาโถม ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาทำให้ทุกคนต้องเบิกตากว้าง เสี่ยวตู้ที่ดูเหมือนกำลังหลับไหลอยู่นั้น ลืมตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาสีทองอำพันของมันวาวโรจน์เพียงชั่วครู่ ลมปราณที่กดทับหลินฟานกลับถูก 'กลืนกิน' หายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับหยดน้ำที่ตกลงบนทะเลทราย ฟางหรงชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าแสดงความตื่นตระหนกที่พยายามปกปิดไว้ด้วยความเย่อหยิ่ง เขาถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ "แก... แกทำอะไร!" ฟางหรงตะโกนถาม เสียงสั่นเล็กน้อย หลินฟานยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คู่สนทนารู้สึกถึงความตายที่คืบคลานเข้ามา "ผมไม่ได้ทำอะไรเลยครับเสี่ยวตู้แค่รำคาญเสียงเห่าหอนของท่านน่ะ ดูสิ... พอมันรำคาญหนักๆ เข้า มันก็เผลอ 'กิน' พลังของท่านเข้าไปจนหมด ท่านไม่รู้สึกเหนื่อยบ้างหรือครับ?" ฟางหรงหอบหายใจถี่ พยายามเค้นลมปราณขึ้นมาอีกครั้งแต่กลับพบว่าเส้นชีพจรของตนเหมือนถูกปิดผนึกด้วยแรงกดดันที่มองไม่เห็น เขากัดฟันกรอด ก่อนจะโบกมือเรียกผู้ติดตามในเงามืดที่ซ่อนตัวอยู่ตามมุมเสา "จับตัวมัน! ใครที่ทำร้ายมันได้ ข้าจะให้หินวิญญาณระดับสูงหนึ่งหมื่นก้อน!" เงาสีดำสายหนึ่งพุ่งวาบออกจากมุมมืด ความเร็วของมันสูงเกินกว่าที่จอมยุทธ์ทั่วไปจะมองเห็นได้ทัน ทว่าในเสี้ยววินาทีที่กระบี่เล่มยาวกำลังจะแทงทะลุหัวใจของหลินฟาน เสี่ยวตู้กลับหายไปจากอ้อมแขน! *เปรี้ยง!* เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกจากการปะทะเพียงครั้งเดียวทำให้โต๊ะหินในโถงหักกระจายเป็นเสี่ยงๆ ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่ว ผู้คนต่างพากันวิ่งหนีตายอลหม่าน เมื่อควันจางลง ทุกสายตาก็ต้องหยุดลงที่ภาพตรงหน้า เสี่ยวตู้ในร่างพยัคฆ์สีขาวนวลกำลังใช้เท้าหน้าเหยียบลงบนอกของมือสังหารที่เก่งกาจที่สุดของตระกูลฟาง จนอีกฝ่ายกระอักเลือดออกมาเป็นลิ่มใหญ่ ร่างที่เคยดูน่ารักน่ากอดบัดนี้แผ่ไอสังหารที่หนักอึ้งเสียจนผนังหอประมูลร้าวไปทั่ว หลินฟานเดินเข้าไปใกล้ฟางหรงที่ทรุดลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของนายน้อยผู้หยิ่งยโส "ท่านรู้ไหมครับ... ทำไมศัตรูของผมถึงมักจะไม่ค่อยมีชีวิตอยู่รอดไปถึงพรุ่งนี้?" หลินฟานหยุดเว้นจังหวะ ลมหายใจเย็นๆ ของเขาทำเอาฟางหรงขนลุกชัน "ไม่ใช่เพราะผมเก่งกาจอะไรหรอกครับ แต่เป็นเพราะเสี่ยวตู้มันไม่ชอบ 'กลิ่น' ของคนตายที่ยังเดินไปเดินมาบนโลกนี้น่ะครับ" ขณะที่หลินฟานกำลังจะพูดต่อ แสงสีทองประหลาดก็วาบขึ้นจากตราประทับบนอกเสื้อของฟางหรง มันเป็นตราประทับที่สลักลวดลายพยัคฆ์มังกรแบบเดียวกับที่เสี่ยวตู้มี แต่ทว่ามันกลับบิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว เหมือนเป็นของเลียนแบบที่ถูกสร้างขึ้นจากวิชาต้องห้าม ทันใดนั้นเอง เสี่ยวตู้ที่กำลังเหยียบมือสังหารอยู่ก็ชะงักตัวแข็งทื่อ นัยน์ตาสีทองเบิกกว้างด้วยความโกรธเกรี้ยวที่รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ มันคำรามก้องจนแก้วหูของผู้คนในที่นั้นเกือบแตกสลาย จากเงามืดที่อยู่ลึกเข้าไปในโถงประมูล ชายชราในชุดคลุมสีเทาผู้หนึ่งเดินออกมาอย่างช้าๆ ใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่งถูกปกปิดด้วยหน้ากากเหล็ก แต่ดวงตาข้างที่เปิดอยู่นั้นกลับไร้ซึ่งแววตาของมนุษย์ "ในที่สุดข้าก็เจอตัวเจ้าแล้ว... สัตว์อสูรที่ทิ้ง 'มรดก' สุดท้ายของตระกูลหลินเอาไว้" ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่าราวกับเสียงเสียดสีของโลหะ เขาดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว พลังมหาศาลก็กดทับหลินฟานจนกระดูกลั่นเปรี๊ยะ "ส่งมันมาให้ข้า แล้วข้าจะเมตตาให้เจ้าตายโดยไม่เจ็บปวด... หลินฟาน" ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ เมื่อหลินฟานหันไปมองชายชราคนนั้น เขาก็พบว่าที่ข้อมือของชายคนนั้น มีรอยสักรูปตราประทับของตระกูลหลิน... ตระกูลที่ถูกกล่าวขานว่าล่มสลายไปเมื่อสิบปีก่อน! ลั่วอสูรหมื่นภูผาหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับความลับที่กำลังจะเปิดเผยในตอนต่อไปนะครับ!
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%