"วางอาวุธซะไอ้หนู! แกขโมย 'ไข่มุกมังกรนิรันดร์' ออกมาจากสุสานต้องห้ามของสำนักกระบี่เพลิงได้ยังไง?"
เสียงตวาดกร้าวของชายวัยกลางคนในชุดเกราะสีนิลดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงถ้ำ มือของเขากระชับกระบี่เล่มยักษ์ที่มีไอความร้อนพวยพุ่งออกมาจนอากาศบิดเบี้ยว หลินฟานยืนหยัดอยู่เบื้องหลังเงาร่างเล็กจ้อยที่เพิ่งกะเทาะเปลือกออกมาจากไข่สีขาวมุกนั่น เขาไม่ได้เกรงกลัวคมกระบี่แม้แต่น้อย สายตาของเขากลับจับจ้องไปยัง 'สิ่งมีชีวิต' ที่กำลังนั่งจุมปุ๊กอยู่บนพื้นถ้ำอย่างไม่วางตา
"ไข่มุกมังกรนิรันดร์?" หลินฟานแค่นหัวเราะในลำคอ มุมปากยกยิ้มอย่างหยามหยัน "ดูเหมือนพวกท่านจะตาบอดนะ นี่มันไม่ใช่สมบัติของสำนักกากเดนอย่างพวกท่าน แต่มันคือ... เพื่อนของข้า"
ทันทีที่เขากล่าวจบ เจ้าก้อนขนสีขาวปุกปุยที่เพิ่งลืมตาขึ้นมาก็ส่งเสียง 'เจี๊ยก' แหลมเล็ก มันไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวต่อกลุ่มมือสังหารที่ยืนล้อมรอบแม้แต่น้อย สิ่งแรกที่มันทำคือการหันไปมองถุงบรรจุศิลาวิญญาณระดับสูงที่หลินฟานวางทิ้งไว้ข้างตัว
"เฮ้ เจ้าตัวเล็ก อย่าเพิ่ง!"
หลินฟานยังไม่ทันได้ห้ามปราม เจ้าพยัคฆ์มังกรน้อยก็พุ่งตัวด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ—เร็วเสียจนดวงตาของผู้ฝึกยุทธระดับสูงยังมองตามไม่ทัน! มันคว้าเอาศิลาวิญญาณก้อนเท่ากำปั้นเข้าปาก แล้วเคี้ยวมันดั่งขนมปังกรอบ เสียง *กร้วม... กร้วม...* ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วถ้ำ ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของเหล่าศัตรู
"นั่นมัน... สัตว์อสูรบรรพกาลชนิดใดกัน? มันกินศิลาวิญญาณระดับปฐพีเหมือนกินถั่ว!" หัวหน้ากลุ่มสังหารหน้าถอดสี มือที่ถือกระบี่เริ่มสั่นระริก "ฆ่ามัน! อย่าให้มันเติบโตขึ้นไปมากกว่านี้!"
คมกระบี่เพลิงรุมเร้าเข้าใส่หลินฟานจากสี่ทิศทาง หลินฟานไม่ได้ขยับกายแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่สะบัดแขนเสื้อเบาๆ สร้างปราการลมปราณสีครามขึ้นมาต้านรับ แต่แล้วเขาก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นเจ้า 'เสี่ยวตู้' กระโดดขึ้นไปยืนขวางหน้าเขาพร้อมกับพ่นลมหายใจที่เป็นประกายไฟสีทองออกมา
*ฟุ่บ!*
ประกายไฟสีทองนั้นเพียงแค่สัมผัสกับกระบี่เหล็กกล้าชั้นยอดของศัตรู มันกลับละลายกลายเป็นหยดน้ำโลหะในพริบตา ไม่ใช่แค่กระบี่... แม้แต่ชุดเกราะของพวกมันก็เริ่มหลอมละลายจนกลายเป็นไอ!
"อ๊ากกก!" เสียงร้องโหยหวนดังระงม ความน่ารักน่าชังที่ดูไร้พิษสงเมื่อครู่ บัดนี้กลายเป็นดั่งขุมนรกที่ไม่มีใครกล้าเอื้อมมือไปแตะต้อง หลินฟานมองดูสัตว์เลี้ยงตัวน้อยของเขาที่กำลังเอียงคอทำตาใสแป๋วหลังจากพ่นไฟจนศัตรูถอยร่นไปตั้งหลักที่ปากถ้ำ
"เจ้าตัวแสบ... กินอิ่มแล้วก็อาละวาดเลยนะ" หลินฟานลูบหัวเสี่ยวตู้ที่วิ่งกลับมาซุกตัวที่หน้าแข้งของเขาอย่างออดอ้อน
เขารู้ดีว่าเรื่องราวในตอนนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ภัยพิบัติที่แท้จริงไม่ใช่กลุ่มมือสังหารกระจอกพวกนี้ แต่เป็น 'กลิ่นอาย' ของสัตว์อสูรบรรพกาลที่เพิ่งตื่นขึ้น ซึ่งกำลังแผ่ขยายออกไปไกลเกินกว่าที่เขาจะควบคุมได้ ความมั่งคั่งมหาศาลจากศิลาวิญญาณที่เสี่ยวตู้ต้องการกินเพื่อเติบโต คือภาระก้อนโตที่เขามีหน้าที่ต้องหามาให้มันให้ได้ หากต้องการให้มันช่วยล้างมลทินให้ตระกูล
ขณะที่หลินฟานกำลังจะก้าวเดินออกจากถ้ำเพื่อหนีจากสถานการณ์ที่บีบคั้นนี้ เขาก็สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากพื้นดินเบื้องล่าง พื้นถ้ำที่เคยแข็งแกร่งกลับแตกออกเป็นรอยร้าวขนาดใหญ่ ประหนึ่งว่ามีอะไรบางอย่างที่ทรงพลังยิ่งกว่ากำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหลที่ยาวนานกว่าพันปี
จากเงามืดหลังแท่นบูชาหินที่เสี่ยวตู้เคยฟักตัวออกมา ปรากฏร่างของชายชราในชุดคลุมสีเทาขาดวิ่น ดวงตาของเขามืดบอดสนิททว่ากลับแผ่รังสีแห่งเทพเซียนที่กดทับจนหลินฟานแทบกระอักเลือด ชายชราคนนั้นไม่ได้มองมาที่หลินฟาน แต่ก้มลงกราบเสี่ยวตู้ด้วยความเคารพสูงสุดก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของหลินฟานแทบหยุดไหล
"องค์พยัคฆ์มังกร... ท่านกลับมาแล้ว แต่ข้าเกรงว่า 'ตราประทับแห่งสวรรค์' ที่ท่านทิ้งไว้เมื่อครั้งบรรพกาล บัดนี้มันไม่ได้อยู่กับผู้ที่มีสายเลือดบริสุทธิ์อีกต่อไปแล้ว... มันอยู่ในมือของ 'ทรราชแห่งสำนักกระบี่เพลิง' และเขากำลังมุ่งหน้ามาที่นี่เพื่อล่าหัวท่าน... ในวินาทีนี้เอง"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหลินฟานและเจ้าก้อนขนจอมเขมือบนะครับ!
เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล•ตอนที่ 2
เจ้าก้อนขนจอมเขมือบ
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!