"เจ้าตัวประหลาดนั่น... มันไม่ได้มีแค่แรงกาย แต่เหมือนถูกหล่อหลอมด้วยโทสะจากขุมนรก"
หลินฟานพึมพำขณะถอยหลังไปสามก้าว พื้นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนตามจังหวะการย่างกรายของ 'อสุรกายไร้เนตร' ร่างมหึมาที่สูงตระหง่านดุจภูเขาเคลื่อนที่ผ่านม่านหมอกสีเลือด กลิ่นคาวซากศพโชยปะทะจมูกจนน่าสะอิดสะเอียน มันคืออสูรดึกดำบรรพ์ที่ถูกปิดตายในหุบเขาอาถรรพ์แห่งนี้มานับพันปี และดูเหมือนว่าความหิวกระหายของมันจะไม่ได้รับการตอบสนองมานานเกินไปแล้ว
"โฮก!"
เสียงคำรามของมันไม่ได้มาจากลำคอ แต่สั่นสะเทือนออกมาจากชั้นผิวหนังที่แตกกร้านดุจหินผา แรงสั่นสะเทือนนั้นรุนแรงเสียจนเศษหินรอบข้างแตกกระจายเป็นผุยผง หลินฟานขมวดคิ้ว เขากระชับดาบหักในมือแน่น แต่แววตาไม่ได้มีความกลัว ปรากฏเพียงความสงสัยที่ปนความสนุกสนานในยามคับขัน
"เสี่ยวตู้ เจ้ามองอะไรอยู่? จะกินข้าวเช้าต้องมาแย่งกันตรงนี้เลยหรือไง" หลินฟานกระซิบถามพยัคฆ์มังกรขนปุยที่นั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่บนไหล่ของเขา
เสี่ยวตู้ไม่ได้ตอบเป็นคำพูด มันเพียงแค่ขยับหูเล็กๆ ขนสีขาวนุ่มนิ่มพองฟูขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีทองดุจอัญมณีของมันจ้องมองอสุรกายเบื้องหน้าด้วยความรู้สึก 'สมเพช' แทนที่จะเป็นความหวาดหวั่น มันหาวออกมาหนึ่งหวอดจนเห็นเขี้ยวเล็กๆ ที่ดูน่ารัก แต่หากใครรู้ความจริงคงไม่มีใครกล้าสบตา
อสุรกายไร้เนตรพุ่งเข้ามา ร่างของมันดูเชื่องช้าแต่กลับคลุมพื้นที่ทั้งหมดในพริบตา กรงเล็บขนาดมหึมาฟาดลงมาดุจค้อนพิพากษา หลินฟานกระโดดหลบฉากอย่างคล่องแคล่ว ทว่าแรงลมจากการปะทะกลับทำให้ชุดของเขาขาดวิ่น
"ให้ตายสิ เจ้าตัวนี้มันหนักมือเกินไปหน่อยแล้ว!" หลินฟานสบถพลางพุ่งตัวขึ้นไปบนกิ่งไม้ใหญ่
เขารู้ดีว่าหากสู้ด้วยพลังปราณปกติ คงไม่ต่างจากการเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง อสูรตัวนี้มีปราณที่หนาแน่นจนแทบจะกลายเป็นเกราะคุ้มกันอมตะ แต่นี่คือโอกาสทองที่จะลองใช้ 'ไพ่ตาย' ที่เขาเพิ่งฝึกฝนมาสำเร็จ
"เสี่ยวตู้... ถึงตาเจ้าแล้ว ทำให้มันรู้จักที่ต่ำที่สูงเสียที"
เสี่ยวตู้กระโดดลงจากไหล่ของหลินฟาน ร่างสีขาวปุกปุยลงแตะพื้นอย่างแผ่วเบาเหมือนขนนก มันยืดกายขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะส่งเสียงคำรามเบาๆ ในลำคอ ทว่าเพียงชั่วพริบตานั้น อากาศรอบข้างก็เปลี่ยนไป พลังกดดันมหาศาลที่มองไม่เห็นพุ่งเข้าปกคลุมทั่วทั้งหุบเขา บรรยากาศที่เคยบีบคั้นด้วยไอสังหารของอสุรกายกลับกลายเป็นความเงียบสงัดที่กดทับจนลมหายใจสะดุด
อสุรกายไร้เนตรที่กำลังจะตะปบเหยื่อถึงกับชะงักค้าง ขาหน้าที่ยกขึ้นสั่นระริก ความเย่อหยิ่งทระนงที่เคยมีมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความหวาดกลัวที่สั่นสะท้านไปถึงจิตวิญญาณ สายเลือดบรรพกาลที่ไหลเวียนในกายมันร่ำร้องเตือนภัยร้ายแรงที่สุดในชีวิต
เสี่ยวตู้ไม่ได้ดูน่าเกรงขาม แต่มันคือ 'ราชา' ที่แท้จริง มันเดินนวยนาดเข้าไปหาอสุรกายตัวยักษ์ ท่ามกลางสายตาของหลินฟานที่มองดูด้วยความสะใจ
"หมอบลง" เสี่ยวตู้ไม่ได้พูดเป็นภาษาคน แต่นั่นคือเจตจำนงที่ส่งผ่านสายเลือด
อสุรกายไร้เนตรที่เคยดุดันกลับลดตัวลงต่ำจนท้องติดพื้น หัวที่มหึมาของมันค่อยๆ ก้มลงจนจมูกแตะดิน มันครางหงิงๆ เหมือนสุนัขที่ถูกเจ้าของดุ พลังกดขี่จากสายเลือดพยัคฆ์มังกรนั้นรุนแรงเกินกว่าสัตว์อสูรชั้นต่ำจะทานทนได้ นี่คือการสยบโดยไม่ต้องใช้คมดาบ เป็นการแสดงให้เห็นถึงอำนาจแห่งเบื้องบนที่สั่นคลอนกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้
หลินฟานเดินเข้ามาใกล้ๆ ใช้ปลายนิ้วเคาะหัวอสุรกายที่หมอบนิ่งก่อนจะยิ้มมุมปาก "ทีหลังก็จำไว้ อย่าเที่ยวไปขู่ใครสุ่มสี่สุ่มห้า ถ้าเจ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ต่อในโลกใบนี้"
เขากำลังจะหันไปตบหัวเสี่ยวตู้เพื่อชมเชย ทว่าฉับพลันนั้นเอง สัมผัสที่หกของเขาก็ทำงานอย่างหนัก พลังปราณประหลาดที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งพุ่งตรงมาจากหลังคาถ้ำเบื้องบน มันไม่ใช่พลังของสัตว์อสูร แต่มันคือพลังของผู้บำเพ็ญเซียนที่มีระดับสูงกว่าเขาหลายเท่าตัว
เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ตามมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ฟังดูเย็นชาจนน่าขนลุก
"ไม่เลว... ไม่เสียแรงที่ข้าเฝ้าสังเกตการณ์มานาน พยัคฆ์มังกรบรรพกาลสายเลือดบริสุทธิ์ตัวนี้ จะเป็นของขวัญที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเลื่อนระดับในครั้งนี้ของข้า"
หลินฟานเงยหน้าขึ้นไปมอง สิ่งที่เขาเห็นคือร่างของบุรุษในชุดสีดำสนิทที่ยืนอยู่บนปลายกิ่งไม้ที่บางเบา ทว่าคนผู้นั้นกลับยืนอยู่นิ่งสนิทราวกับไร้น้ำหนัก ใบหน้าของเขาถูกปิดบังด้วยหน้ากากรูปปีศาจ แต่ดวงตาคู่นั้นที่จ้องมองมายังเสี่ยวตู้นั้น... เต็มไปด้วยความกระหายอย่างปิดไม่มิด
เสี่ยวตู้คำรามแผดสนั่น ขนสีขาวรอบคอตั้งชันขึ้นทันที มันสัมผัสได้ถึงอันตรายที่แท้จริงเป็นครั้งแรก
"เจ้าเป็นใคร?" หลินฟานถามพลางขยับกายไปบังเสี่ยวตู้ไว้ด้านหลัง สายตาของเขามุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว
ชายสวมหน้ากากหัวเราะเบาๆ ก่อนจะดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว ร่างของอสุรกายที่หมอบอยู่เบื้องหน้าหลินฟานก็แตกกระจายเป็นหมอกเลือดทันทีโดยที่ไม่มีใครทันสังเกตเห็นว่าเขาลงมือได้อย่างไร
"ข้าคือผู้ที่จะพรากทุกอย่างไปจากเจ้า... หลินฟาน"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหลินฟานและเสี่ยวตู้มาถึงตรงนี้ครับ!
เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล•ตอนที่ 21
หลินฟานสยบอสูรคลั่ง
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!