เซียนหนุ่มคลั่งรักกับนางพญาเย็นชา•ตอนที่ 9

สายตาที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
เสียงคำรามกึกก้องของค่ายกลอัสนีบาตสวรรค์ยังไม่ทันจางหาย ฝุ่นผงหินศิลาผาหมื่นปีก็ถูกแรงกดดันจากปราณกระบี่มหาศาลบดขยี้จนกลายเป็นจุล ลานประลองกลางสำนักกระบี่นภาในยามนี้ เงียบงันเสียยิ่งกว่าป่าช้า ท่ามกลางสายตาของผู้คนนับหมื่นที่เบิกกว้างจนแทบถล่นออกจากเบ้า ร่างของไป๋เฉินยังคงยืนหยัดอย่างสง่างาม อาภรณ์สีขาวสะอาดไม่มีรอยเปื้อนแม้แต่ธุลีดิน ในมือขวาของเขาไม่ได้ถือศาสตราวุธล้ำค่าอันใด มีเพียงกิ่งไม้ไผ่ธรรมดาจากหลังเขาที่ถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงเก้าสีจางๆ ทว่ากิ่งไม้นั้นกลับแผ่ไอสังหารที่ทำให้อัจฉริยะรุ่นเยาว์นับร้อยชีวิตในลานประลองถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น "นี่มัน... วิถีกระบี่อันใดกัน?" ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งหุบเขาโอสถถึงกับผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความตกตะลึง ดวงตาฝ้าฟางฉายแววหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด แม้แต่ต้วนอี้เฟิง คู่ประลองมือหนึ่งจากตระกูลใหญ่ผู้ถือครองกระบี่วิญญาณระดับนภา ในยามนี้ยังทำได้เพียงคุกเข่ากระอักโลหิตออกมาคำโต กระบี่ในมือของมันหักสะบั้นเป็นสองท่อนอย่างไร้ทางสู้ ไป๋เฉินปรายตามองคู่ต่อสู้เพียงเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มขึ้นด้วยความเย้ยหยันอันเป็นเอกลักษณ์ "วิชากระบี่ของตระกูลต้วนร่ำเรียนมาเพียงเท่านี้หรอกหรือ? น่าผิดหวังเสียจริง... หากรู้ว่าเจ้าอ่อนแอถึงเพียงนี้ ข้าคงใช้เพียงมือซ้ายไขว้หลังก็เพียงพอแล้ว" น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยออกมาอย่างสบายๆ ราวกับเมื่อครู่มิใช่การประลองเดิมพันชีวิต แต่เป็นเพียงการเดินเล่นชมดอกไม้ริมทาง ความทะนงตนอย่างไร้ที่ติเช่นนี้ ยิ่งกระตุ้นให้ฝูงชนรู้สึกทั้งเคารพและยำเกรง ทว่า ในสายตาของคนผู้หนึ่งบนระเบียงหยกขาวชั้นบนสุด สายตาที่เคยเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปีกลับเกิดระลอกคลื่นไหววูบ มู่หรงเสวี่ย เจ้าสำนักหุบเขากระบี่เหมันต์ ผู้ซึ่งไม่เคยชายตามองชายใดในใต้หล้า นางกำลังจ้องมองแผ่นหลังของชายหนุ่มด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนยากจะหยั่งถึง นางจดจำกระบวนท่าเมื่อครู่ได้แม่นยำ... นั่นไม่ใช่กระบวนท่าของสำนักใดในยุทธภพปัจจุบัน แต่มันคือวิถีกระบี่โบราณที่สาบสูญไปนับหมื่นปี วิถีกระบี่ที่หลอมรวมจิตวิญญาณและฟ้าดินเข้าเป็นหนึ่งเดียว มู่หรงเสวี่ยขมวดคิ้วเรียวสวยเข้าหากันเล็กน้อย หัวใจที่ด้านชามานานนับร้อยปีกลับเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน *ชายผู้นี้... แท้จริงแล้วเป็นใครกันแน่? เหตุใดจึงซ่อนเร้นพลังระดับสะท้านฟ้าไว้ภายใต้ท่าทีเจ้าสำราญเช่นนั้น?* ด้านล่างลานประลอง เมื่อกรรมการประกาศชัยชนะของไป๋เฉิน เสียงกู่ร้องแสดงความยินดีและเสียงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก็ดังระเบิดขึ้นพร้อมเพรียงกัน ไป๋เฉินมิได้ใส่ใจเสียงชื่นชมรอบข้าง สายตาคมกริบของเขาวัตถุประสงค์เดียวคือการแหงนมองขึ้นไปบนระเบียงหยกขาว สบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่กำลังจ้องมองมาพอดี รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แต่เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา ไป๋เฉินไม่เพียงแต่ไม่หลบตา แต่มือข้างที่ถือกิ่งไม้ไผ่ยังยกขึ้นประสานคารวะส่งให้ร่างระหงเบื้องบนอย่างอาจหาญ ราวกับจะบอกนางเป็นนัยว่า ชัยชนะในวันนี้... เขาไม่ได้ทำเพื่อชื่อเสียงของสำนักใด แต่ทำเพื่อให้ดวงตาคู่นั้นหันมามองเขาเพียงผู้เดียว มู่หรงเสวี่ยสะท้านเฮือกเมื่อสบเข้ากับประกายตาที่ร้อนแรงดั่งไฟบรรלטกัณฑ์ของเขา นางรีบเบือนหน้าหนีหลบสายตาคู่นั้นทันที ทว่าพวงแก้มขาวเนียนกลับปรากฏร่องรอยสีแดงระเรื่อขึ้นอย่างบางเบาโดยที่นางไม่อาจควบคุมได้ *คนไร้ยางอาย... กล้าดียังไงมาส่งสายตากรุ้มกริ่มต่อหน้าผู้คนนับหมื่นเช่นนี้!* มู่หรงเสวี่ยคิดในใจด้วยความขัดเขิน พยายามรวบรวมลมปราณเพื่อกดขี่ความรู้สึกแปลกประหลาดที่กำลังตีรวนอยู่ในอก ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะเข้าสู่ความสงบของการประกาศผลรอบแรก จู่ๆ มิติอากาศเบื้องเหนือลานประลองก็บิดเบี้ยวอย่างรุนแรง เมฆดำทะมืนก่อตัวขึ้นในพริบตาพร้อมกับแรงกดดันระดับราชันย์เซียนที่กดทับลงมาจนผู้คนนับหมื่นแทบสำลักอากาศหายใจ เงาร่างสีดำสนิทสามร่างปรากฏกายขึ้นกลางอากาศอย่างไร้ซุ่มเสียง ไอสังหารสีเลือดแผ่พุ่งออกมาปกคลุมทั่วบริเวณจนท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน "ฮ่าๆๆๆ! ไม่นึกเลยว่างานประลองปัญญาและฝีมือของพวกมดปลวก จะมี1ในยอดฝีมือผู้ใช้วิถีกระบี่โบราณปรากฏตัวขึ้นด้วย!" เสียงหัวเราะก้องกังวานดั่งอสุนีบาตดังขึ้นจากชายชุดดำผู้ยืนอยู่ตรงกลาง ใบหน้าของมันถูกปกกปิดด้วยหน้ากากยักษ์โลหิต ดวงตาสดใสประกายแสงสีเขียวมรกตน่ากลัว ไป๋เฉินหรี่ตาลง รอยยิ้มสบายๆ บนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา กลายเป็นความเย็นชาที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ายามที่เขาเผชิญหน้ากับต้วนอี้เฟิงเสียอีก เพลิงวิเศษเก้าสีใน단ตับเริ่มหมุนวน ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์แผ่พุ่งออกจากปลายนิ้วโดยไม่ต้องชักอาวุธ "พวกสุนัขรับใช้จากแดนอสูรโลหิต... กล้าดียังไงถึงบุกมาเหยียบสถานที่แห่งนี้ในวันมหามงคล?" ไป๋เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่น่าเกรงขามจนสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของทุกคน ชายหน้ากากยักษ์แค่นหัวเราะอย่างดูแคลน มันโบกมือขึ้นเบื้องหน้า มิติฉีกขาดออกเผยให้เห็นกองทัพปีศาจตนนับพันที่เตรียมพร้อมสังหารหมู่ และก่อนที่ใครจะได้ตั้งตัว ชายชุดดำก็เอ่ยประโยคที่ทำให้มู่หรงเสวี่ยบนระเบียงหยกถึงกับหน้าถอดสี "เราไม่ได้มาเพื่อทำลายสำนักกระบี่นภา... แต่เรามาเพื่อเอาชีวิต 'สตรี' ข้างกายเจ้า 'ราชันย์โอสถไป๋' ต่างหาก!" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับข้า "เพลิงโอสถสวรรค์" แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มคลั่งรักกับนางพญาเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%