"หึ... พลังระดับนี้ ถือว่าไม่เลว แต่ยังอ่อนหัดเกินกว่าจะมาท้าทายกฎเกณฑ์ของข้า"
เสียงหัวเราะเย็นเยียบดังสะท้านก้องลานประลองฟ้าดิน แรงกดดันจากลมปราณระลอกคลื่นสีครามแผ่ซ่านออกไปรอบทิศทาง จนเหล่าผู้วิโสและศิษย์สำนักใหญ่ต่างต้องถอยกรูดด้วยความหวาดหวั่น เศษศิลาจากแท่นหินอัคคีลอยคว้างกลางอากาศ ก่อนจะแหลกสลายกลายเป็นผุยผงด้วยอานุภาพแห่งวิถีกระบี่ที่เพิ่งถูกปลดปล่อย
ไป๋เฉินยืนสงบนิ่งอยู่ใจกลางสนาม ร่างกายสูงโปร่งในอาภรณ์สีขาวสะอาดสะอ้านไม่มีรอยเปื้อนแม้แต่น้อย แม้ศึกเมื่อครู่จะดุเดือดเลือดพล่านจนฟ้าดินสะเทือน ทว่าลมหายใจของเขากลับสม่ำเสมอราวกับเด็กน้อยกำลังนอนหลับใหล ฝ่ามือเรียวยาวของเขากุมด้ามกระบี่เพลิงเก้าสีไว้หลวมๆ เปลวเพลิงสีรุ้งยังคงลุกโชนอยู่ในดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น สะท้อนประกายความเย่อหยิ่งทระงายที่ไร้ผู้ต่อกร
เบื้องหน้าของเขาคือร่างของอัจฉริยะแห่งสำนักมารโลหิตที่นอนหมดสติ จมกองเลือด ปราณแท้จริงในตันtianแตกสลาย กลายเป็นเพียงคนธรรมดาผู้หนึ่งไปชั่วพริบตา
ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ ชั่วขณะนั้นไม่มีผู้ใดกล้าแม้แต่จะหายใจแรง เสียงหัวใจนับพันดวงเต้นระรัวราวกับกลองศึก ทุกสายตาต่างจดจ้องมองไปยังบุรุษหนุ่มผู้สร้างปาฏิหาริย์ครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย—ทั้งยำเกรง หวาดกลัว และไม่ออยากเชื่อในสิ่งที่เพิ่งประจักษ์แก่สายตา
ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันนั้น สายตาของไป๋เฉินมิได้หยุดอยู่ที่คู่ต่อสู้ที่พ่ายแพ้ เขากลับกวาดสายตาคมกริบดั่งคมกระบี่ไปยังระเบียงหยกขาวเบื้องบน ที่ซึ่งเหล่าผู้วิโสสูงสุดและเจ้าสำนักทรงอำนาจกำลังนั่งชมเหตุการณ์
ณ ตรงนั้น... มู่หรงเสวี่ย นางเซียนผู้เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี กำลังยืนประทับอยู่
นางสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายเมฆาเหมันต์ เรือนผมสีดำสนิทปล่อยสยายคลอเคลียไหล่บาง ใบหน้ารูปไข่ที่งดงามล่มเมืองไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ เจือปน ทว่าดวงตาคู่สวยที่ปกติจะเย็นชาไร้กะจิตกะใจ บัดนี้กลับไหววูบเล็กน้อยยามประสานสายตากับเขา
ไป๋เฉินแย้มยิ้ม มุมปากหยักโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์อันตรายและความคลั่งรักที่ผู้ใดก็ไม่อาจฉุดรั้ง รอยยิ้มนั้นทำให้นางเซียนผู้เย็นชาถึงกับหัวใจกระตุกวูบโดยไม่รู้ตัว
"การประลองยุติลงแล้ว" น้ำเสียงกังวานทุ้มทรงพลังของไป๋เฉินดังขึ้น ทำลายความเงียบงัน "แต่ก่อนที่ข้าจะลงจากลานประลองนี้ ข้ามีบางสิ่ง... ที่จำเป็นต้องประกาศให้ทุกท่าน ณ ที่นี้ ได้รับรู้ร่วมกัน"
สิ้นคำพูดของเขา บรรยากาศรอบด้านก็พลันตึงเครียดขึ้นมาทันที ผู้วิโสหลายคนขมวดคิ้วมุ่น สัญชาตญาณเตือนภัยร่ำร้องว่าบุรุษผู้นี้กำลังจะสร้างเรื่องสะเทือนขวัญครั้งใหญ่ขึ้นอีกแล้ว
ไป๋เฉินก้าวเท้าเดินช้าๆ เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินดังก้องกังวานราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งโชคชะตา เขายกกระบี่ในมือขึ้นชี้ฟ้า ปราณกระบี่พวยพุ่งทะยานเสียดฟ้าจนหมู่เมฆแตกกระจาย ก่อนที่เขาจะหันปลายกระบี่ไปยังทิศทางที่มู่หรงเสวี่ยยืนอยู่
"สตรีผู้นั้น..." ไป๋เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงดังกังวาน เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและประกาศิตที่ไม่มีผู้ใดอาจขัดขวาง "มู่หรงเสวี่ยแห่งหุบเขากระบี่เหมันต์ คือสตรีเพียงคนเดียวในดวงใจของไป๋เฉินผู้นี้!"
*ฮือฮา!*
เสียงอุทานด้วยความตกใจดังระเบิดขึ้นทั่วทั้งจัตุรัส เหล่าจอมยุทธ์และผู้วิโสต่างหน้าถอดสี บางคนถึงกับสำลักลมปราณของตนเองจนกระอักเลือดออกมา การประกาศตัวเช่นนี้ต่อหน้าสาธารณชน ในดินแดนบำเพ็ญเพียรที่เต็มไปด้วยการแย่งชิงและผลประโยชน์ ถือเป็นการกระทำที่บ้าบิ่นและท้าทายจารีตประเพณีอย่างถึงที่สุด!
"เจ้าเด็กนี่... มันบ้าไปแล้ว!" ผู้วิโสสำนักมารผู้หนึ่งคำรามลอดไรฟัน "นางเซียนมู่หรงคือดอกไม้ไร้ใจผู้สูงส่ง เป็นผู้นำแห่งหุบเขากระบี่เหมันต์ มดปลวกเช่นมันกล้าดียังไง..."
"เงียบปากซะ!" ผู้วิโสอีกคนรีบดึงแขนสหายด้วยความหวาดกลัว "เจ้าไม่เห็นวิถีกระบี่เมื่อครู่ของมันรึ? หากเจ้าไม่อยากคอขาดในพริบตา ก็จงหุบปากเสีย!"
บนระเบียงหยกขาว มู่หรงเสวี่ยชะงักงันไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งมาตลอดชีวิต บัดนี้กลับรู้สึกราวกับมีกระแสความอบอุ่นสายหนึ่งไหลทะลักเข้ามาจนปั่นป่วน ใบหน้าที่เคยไร้ความรู้สึกปรากฏรอยแดงเรื่อขึ้นที่พวงแก้มอย่างควบคุมไม่ได้ นางเม้มริมฝีปากแน่นพยายามควบคุมความสั่นไหวในจิตใจ ทว่าประกายในดวงตาคู่นั้นกลับอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด
ไป๋เฉินกวาดสายตาดุดันมองรอบสนาม ก่อนจะประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังดุจประกาศิตจากสวรรค์
"จำไว้ให้ดี... นับแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป มู่หรงเสวี่ยคือคนของไป๋เฉิน! หากผู้ใดกล้าแตะต้องนางแม้แต่ปลายเส้นผม หรือมีจิตคิดร้ายต่อนาง..."
เขาหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะสะบัดกระบี่ในมือลงเบาๆ รอยแยกขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนพื้นหินลานประลองยาวเหยียดนับร้อยเมตร แรงกดดันระดับมหาเทพทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดจนทุกคนต้องคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัว
"...จงก้าวข้ามศพของข้าไปก่อน!"
คำพูดนั้นทรงพลังราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจคนฟัง มันไม่ใช่คำขู่เล่นๆ แต่มันคือคำประกาศิตที่เอาชีวิตและวิถีกระบี่ทั้งหมดเป็นเดิมพัน ความคลั่งรักที่ดุดันและเด็ดเดี่ยวนี้ ทำให้แม้แต่นางเซียนผู้เย็นชาอย่างมู่หรงเสวี่ยยังต้องยอมจำนนในหัวใจ
นางหลับตาลงช้าๆ สูตรลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกตื้นตันที่เอ่อล้น ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยวไม่แพ้กัน
ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังเต็มไปด้วยความตรึงเครียดและโรแมนติกแบบฉบับวิถียุทธภพนั้นเอง ท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยแจ่มใสกลับพลันมืดครึ้มลงอย่างกะทันหัน!
*เปรี้ยง!*
สายฟ้าสีดำสนิทผ่าผ่าลงมากลางลานประลองอย่างไร้สัญญาณเตือน แรงระเบิดมหาศาลทำให้มิติรอบตัวบิดเบี้ยว ร่างเงาสลัวร่างหนึ่งปรากฏขึ้นท่ามกลางสายฟ้าสีดำ พร้อมกับกลิ่นอายความตายที่แผ่ซ่านไปทั่วสารทิศ
ไป๋เฉินหรี่ตาลงทันที เขารู้สึกได้ถึงภัยคุกคามที่ไม่ธรรมดา
"ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นความรักที่น่าประทับใจเสียจริง ไป๋เฉิน เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าเจ้าปกป้องนางได้?"
เสียงหัวเราะแหบพร่าดังมาจากเงาร่างนั้น พร้อมกับวัตถุบางอย่างที่ถูกโยนลงมาแทบเท้าของไป๋เฉิน
เมื่อเพ่งมองให้ชัด... มันคือศีรษะของผู้วิโสผู้คุ้มกันกฎแห่งหุบเขากระบี่เหมันต์ ที่ควรจะประจำการอยู่ ณ แนวหน้าเขตแดนทางเหนือ!
มู่หรงเสวี่ยเบิกตากว้าง สีหน้าเปลี่ยนเป็นเย็นชาถึงขีดสุดในพริบตา
แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
เพลิงโอสถสวรรค์
เซียนหนุ่มคลั่งรักกับนางพญาเย็นชา•ตอนที่ 19
ประกาศิตแห่งความคลั่งรัก
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มคลั่งรักกับนางพญาเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!