ความเงียบงันที่แผ่ซ่านอยู่ ณ เบื้องหน้านั้น มิใช่ความสงบสุข หากแต่เป็นความเงียบก่อนที่พายุโลหิตจะโหมกระหน่ำจนพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน
"พวกเจ้า... คิดว่ายอดเขาเมฆาคล้อยแห่งนี้ จะกลายเป็นสุสานของข้าผู้ไป๋เฉินจริงๆ งั้นหรือ?"
เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของมังกรหลับไหลดังขึ้น ทำลายบรรยากาศอันกดดันรอบด้าน ร่างของชายหนุ่มในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ยืนหยัดตระหง่านท่ามกลางวงล้อมของยอดฝีมือจากสามสำนักใหญ่ รอบกายของเขาปรากฏร่องรอยการต่อสู้ที่ดุเดือดจนพื้นดินแตกระแหงเป็นทางยาว ทว่าเสื้อผ้าของไป๋เฉินกลับไม่มีแม้แต่รอยเปื้อนของฝุ่นผง ความทะนงตนในวิถีกระบี่ฉายชัดผ่านนัยน์ตาคมกริบดั่งคมดาบที่ซ่อนอยู่ในฝัก
เบื้องหลังของเขาไม่ไกลนัก มู่หรงเสวี่ย นางเซียนแห่งหุบเขากระบี่เหมันต์กำลังนั่งขัดสมาธิโคจรพลังเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ
ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากร่างนางจนน้ำค้างบนใบหญ้ารอบกายกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง แม้ใบหน้าจะซีดเซียวไร้สีเลือด แต่แววตาที่มองแผ่นหลังของไป๋เฉินนั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยและความเชื่อมั่นอย่างลึกซึ้ง นางคือสตรีผู้เย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี ไร้ซึ่งความรู้สึกต่อผู้คนนับหมื่นในยุทธภพ แต่ยามนี้ หัวใจของนางกลับยอมจำนนและฝากฝังชีวิตไว้ที่บุรุษผู้ยืนหยัดอยู่เบื้องหน้านี้เพียงผู้เดียว
"ไป๋เฉิน! อย่าได้ปากดีนักเลย!" ผู้อาวุโสพรรคอัคคีทมิฬแผดเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว ฝ่ามือหนาของมันสะบัดออก ปรากฏเปลวเพลิงสีดำสนิทพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า หลอมรวมเป็นอสูรเพลิงมหึมาที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้ "วันนี้ต่อให้เจ้ามีวิชากระบี่ล้ำเลิศเพียงใด ก็ไม่อาจหนีพ้นความตายไปได้!"
สิ้นเสียงของมัน ยอดฝีมืออีกนับร้อยชีวิตต่างปลดปล่อยพลังลมปราณออกมาพร้อมกัน แรงกดดันจากขอบเขตหลอมรวมวิญญาณแผ่ขยายออกไปจนมิติรอบด้านบิดเบี้ยว ท้องฟ้าเหนือยอดเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับโลหิต
ไป๋เฉินแย้มยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นทั้งเย้ยหยันและเย็นชาถึงขั้วหัวใจ
"อัคคีทมิฬงั้นรึ? น่าขันสิ้นดี... ในสายตาของข้า สิ่งที่พวกเจ้าเรียกว่าเพลิงวิเศษ ก็เป็นได้แค่เพียงขี้เถ้าไร้ค่าเท่านั้น"
มือขวาของไป๋เฉินแบออกเบื้องหน้า ทันใดนั้น อุณหภูมิโดยรอบก็พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน ราวกับฤดูหนาวอันเหน็บหนาวถูกแผดเผาด้วยแสงอาทิตย์นับพันดวงในพริบตา ปราณกระบี่เก้าสวรรค์พวยพุ่งทะยานจากจุดตันเ앗 ผสานเข้ากับ **"เพลิงวิเศษเก้าสี"** ที่ลุกโชนขึ้นบนฝ่ามือของเขาอย่างเจิดจ้า เพลิงทั้งเก้าสีหมุนวนเป็นเกลียวคลื่น พลังงานอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกไปจนเหล่าปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ยังต้องหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว
นี่คือเต๋าแห่งการหลอมโอสถและวิถีกระบี่ที่หลอมรวมเป็นหนึ่ง!
"เพลงกระบี่เก้าสวรรค์... ผสานเพลิงวิเศษเก้าสี!"
ไป๋เฉินพึมพำแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานไปทั่วผืนฟ้า ร่างของเขาหายวับไปจากจุดเดิม ราวกับภูตผีที่ก้าวข้ามห้วงเวลา ดาบกระบี่ในมือมิได้ถูกชักออกจากฝัก หากแต่จิตวิญญาณแห่งกระบี่ได้แผ่ขยายออกไปครอบ 10 ลี้รอบตัว
*ฉับ!*
แสงสว่างเจิดจ้าบาดตาเจาะทะลวงผ่านความมืดมิดของเมฆหมอก เพลงกระบี่เก้าสวรรค์ที่ถูกอาบไล้ด้วยเพลิงวิเศษเก้าสีพุ่งทะยานออกไปดั่งดาวตก กวาดล้างทุกสิ่งที่ขวางทางอย่างไร้ความปรานี คลื่นกระบี่สีรุ้งแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง ตัดผ่านร่างของยอดฝีมือพรรคอัคคีทมิฬนับสิบคนในพริบตาเดียว เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงม ก่อนที่ร่างเหล่านั้นจะสลายกลายเป็นเถ้าธุลีไปโดยไม่มีโอกาสได้แม้แต่จะส่งเสียงร้องขอชีวิต
พลังทำลายล้างนี้รุนแรงเกินกว่าที่มนุษย์ในยุทธภพจะจินตนาการได้ พื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ยอดเขาครึ่งหนึ่งถูกตัดขาดเรียบด้วยรัศมีกระบี่เพียงครั้งเดียว
มู่หรงเสวี่ยเงยหน้าขึ้นมองภาพเบื้องหน้าด้วยความตะลึงงัน แม้นางจะรู้ว่าสหายรักของนางแข็งแกร่งเพียงใด แต่ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับงดงามและน่าสะพรึงกลัวเกินกว่าจะหาคำใดมาบรรยาย บุรุษผู้นี้... ยืนหยัดอยู่ ณ จุดสูงสุดของยุทธภพอย่างแท้จริง
ทว่า ท่ามกลางทะเลเพลิงและฝุ่นควันอันตลบอบอวล ไป๋เฉินกลับมิได้ลดการระแวดระวังลง ร่างของเขายังคงนิ่งงัน ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังใจกลางกลุ่มควันหนาทึบที่อยู่เบื้องล่าง
มีบางอย่าง... กำลังเคลื่อนไหว
ความรู้สึกกดดันประหลาดพุ่งทะยานขึ้นมาจากพื้นดินลึกหลายพันเมตร ราวกับมีอสุรกายโบราณที่หลับใหลมานานนับหมื่นปี กำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากห้วงนิทราอันยาวนาน
ไป๋เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย กระบี่ในมือส่งเสียงสั่นพานคำรามเบาๆ เป็นสัญญาณเตือนภัย
"ซ่อนตัวอยู่ใต้พิภพมานานถึงเพียงนี้ คิดว่าจะรอดพ้นสายตาของข้าไปได้จริงๆ งั้นหรือ... ผู้อาวุโสไร้เงา?"
สิ้นเสียงของไป๋เฉิน พื้นดินเบื้องล่างก็ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เศษหินนับล้านชิ้นลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ พร้อมกับเงาร่างสีดำสนิทที่ปรากฏขึ้นอย่างไร้สุ้มเสียง เงานั้นไร้รูปร่างที่แท้จริง ทว่าจิตสังหารที่แผ่ออกมากลับทำให้มวลอากาศรอบด้านแข็งตัวกลายเป็นน้ำแข็ง
และในวินาทีนั้นเอง เสียงหัวเราะแหบพร่าอันเย็นเยียบก็ดังขึ้นจากเงาดำเบื้องหน้า...
"ฮี่... ฮี่... สมคำร่ำลือ มหาเทพกระบี่ผู้กลับชาติมาเกิด... แต่เจ้าคิดว่า การทำลายสุนัขรับใช้ของข้า จะช่วยให้เจ้าปกป้องสตรีด้านหลังนั้นได้จริงๆ งั้นหรือ?"
เงาดำยกมือขึ้น ชี้มาที่มู่หรงเสวี่ยที่ยังคงโคจรพลังอยู่!
ดวงตาของไป๋เฉินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รังสีอำมหิตพวยพุ่งทะยานออกจากร่างจนถึงขีดสุด
แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
เพลิงโอสถสวรรค์
เซียนหนุ่มคลั่งรักกับนางพญาเย็นชา•ตอนที่ 18
กระบี่เดียวสยบหมื่นศัตรู
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มคลั่งรักกับนางพญาเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!