เซียนหนุ่มคลั่งรักกับนางพญาเย็นชา•ตอนที่ 6

โอสถทะลวงขอบเขต

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
"หากเจ้ายังดื้อดึงหลอมโอสถเม็ดนี้ต่อด้วยพลังปราณระดับนั้น เก้าอัคคีผลาญสวรรค์จะย้อนกลับเข้าเผาผลาญเส้นชีพจรของเจ้าจนมลายหายสิ้น... ไป๋เฉิน นี่เจ้าสติเลอะเลือนไปแล้วหรือไร?" สุ้มเสียงเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งกลางเหมันตฤดูเอ่ยขึ้น ทว่าแฝงไว้ด้วยความร้อนรนที่เจ้าตัวพยายามปกปิดอย่างสุดชีวิต มู่หรงเสวี่ยยืนอยู่เบื้องหน้าเตาหลอมโอสถอัคคีทมิฬ ร่างอรชรในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์สะท้อนแสงเรืองรองของอัคคีเบื้องหน้า นางมองบุรุษผู้เป็นสามีด้วยแววตาไหวระริก แม้ภายนอกจะพยายามรักษามาดนางเซียนผู้เย็นชาไร้ความรู้สึกเพียงใด แต่ปลายนิ้วเรียวงามที่กำด้ามกระบี่ประจำกายจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีดนั้น ฟ้องชัดเจนว่านางกำลังหวาดกลัว... หวาดกลัวว่าจะต้องสูญเสียเขาไปชั่วนิรันดร์ ไป๋เฉินแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นทั้งอบอุ่น ทะนงองอาจ และเปี่ยมด้วยความมั่นใจอย่างไร้ขีดจำกัด ดวงตาคมกราบดั่งพญาอินทรีย์มองภรรยาสาวผู้เยือกเย็นด้วยสายตาคลั่งรักที่ต่อให้ฟ้าดินถล่มลงมาก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลง "เสวี่ยเอ๋อร์..." น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงคำรามกึกก้องของเปลวเพลิง "ภรรยาข้า เป็นห่วงสามีถึงเพียงนี้เชียวหรือ? วางใจเถอะ ต่อให้เป็นทัณฑ์สวรรค์เก้าชั้นฟ้า หากข้าไป๋เฉินผู้นี้บอกว่าจะคว้าดวงดาวมาประดับผมให้เจ้า ย่อมไม่มีทางพลาดเป้าหมายแม้แต่กระเบียดนิ้วเดียว" "คนปากพล่อย!" มู่หรงเสวี่ยถנเสียงดุ ทว่าใบหน้างามกลับขึ้นสีแดงเรื่อระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ นางสะบัดหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนความเขินอาย แต่นัยน์ตาคู่สวยยังคงไม่ละไปจากร่างของเขาแม้แต่วินาทีเดียว ภายในห้องลับหลอมโอสถเวลานี้ อุณหภูมิพุ่งสูงจนหินอัคคีหมื่นปีที่ปูพื้นเริ่มหลอมละลายกลายเป็นลาวาหนืด อัคคีเก้าสีอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของไป๋เฉินกำลังหมุนวนเป็นเกลียวพายุอยู่ภายในเตาหลอมโบราณ อักขระโบราณนับหมื่นตัวสลักลอยเด่นอยู่กลางอากาศ ส่งเสียงกรีดร้องราวกับภูตผีที่กำลังถูกชำระล้างด้วยแสงตะวัน วิถีกระบี่กับวิถีโอสถ แท้จริงแล้วคือเส้นทางเดียวกัน นั่นคือการฝืนลิขิตฟ้า! ไป๋เฉินสูดลมหายใจเข้าลึก ศาสตร์กระบี่ไร้ลักษณ์ที่หลอมรวมอยู่ในจิตวิญญาณถูกขับเคลื่อนออกมาพร้อมกับลมปราณแท้จริง เขากางมือออกทั้งสองข้าง ฝ่ามือข้างหนึ่งแผ่พุ่งไอเย็นยะเยือกกดข่มความรุนแรงของเพลิงกาฬ ขณะที่ฝ่ามืออีกข้างระเบิดพลังงานหยางอันร้อนแรงทะลักทะลายเข้าสู่ใจกลางเตาหลอม *ตูมมมม!* คลื่นกระแทกทางจิตวิญญาณแผ่ขยายเป็นวงกว้าง แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งออกราวกับมังกรคำราม มู่หรงเสวี่ยต้องตวัดกระบี่สร้างม่านพลังน้ำแข็งขึ้นป้องกันทันทีเพื่อไม่ให้คลื่นพลังนี้ทำลายล้างห้องลับจนพินาศ กลางเปลวเพลิงที่ลุกโชน เม็ดโอสถสีทองอร่ามขนาดเท่ากำปั้นเด็กปรากฏขึ้น มันลอยเด่นอยู่กลางอากาศ ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งหุบเขา เพียงแค่สูดดมเข้าไปเพียงเฮือกเดียว เส้นชีพจรที่อุดตันมานานนับปีของผู้อาวุโสทั่วไปก็อาจทะลวงเปิดออกได้ในทันที นี่คือ "โอสถทะลวงนภาเก้าประจักษ์" โอสถระดับนภาขั้นสูงที่สูญหายไปจากยุทธภพมากว่าหมื่นปี! "มาเถอะ..." ไป๋เฉินพึมพำกับตัวเอง แววตาคมกริบราวกับคมกระบี่ที่เพิ่งออกจากฝัก เขาคว้าเม็ดโอสถนั้นเข้าปากทันทีโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย *ครืนนนนน!* ทันทีที่โอสถละลายลงสู่ตันเทียน เสียงคำรามกึกก้องราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจกลางศีรษะของไป๋เฉิน พลังปราณฟ้าดินนับหมื่นสายจากทั่วทั้งอาณาจักรพากันไหลทะลักเข้ามาสู่ร่างของเขาอย่างบ้าคลั่ง ท้องฟ้าเหนือหุบเขากระบี่เหมันต์ในยามวิกาลพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท เมฆทัณฑ์สวรรค์หนาทึบก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว สายฟ้าสีม่วงเข้มแลบแปลบปลาดยังกะโหลกฟ้า ส่งแรงกดดันมหาศาลจนเหล่าสัตว์อสูรในรัศมีร้อยลี้ต่างพากันหมอบกราบด้วยความหวาดกลัว ร่างของไป๋เฉินสั่นสะท้านเล็กน้อย เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มแผ่นหลัง ทว่าสีหน้าของเขากลับสงบนิ่งดั่งขุนเขา ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก "เขา... กำลังจะก้าวข้ามผ่านขอบเขตนั้นแล้วจริงๆ หรือ?" มู่หรงเสวี่ยพึมพำด้วยความตกตะลึง นางอยู่ในขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์มานานหลายปี ย่อมรู้ซึ้งดีว่าก้าวนี้ยากเย็นแสนเข็ญเพียงใด แต่วิถีที่ไป๋เฉินกำลังเดินอยู่นั้น มันรวดเร็วและทรงพลังจนเกินสามัญสำนึกของผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไป ภายในร่างของไป๋เฉิน เวลานี้สภาวะความวุ่นวายกำลังถูกหลอมรวมด้วย "เต๋า" แห่งกระบี่ที่เขาถือครอง กระบี่ในจิตวิญญาณแผ่พุ่งทะยานผ่านจุดตันเทียน ทำลายล้างกำแพงไร้รูปที่ขวางกั้นระหว่างขอบเขตย่อยออกเป็นจุล ลมปราณแท้จริงในร่างเปลี่ยนสภาพจากของเหลวใสกลายเป็นสายธารทองคำบริสุทธิ์ที่ไหลเวียนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย พลังกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์ระเบิดออกอย่างไร้การยับยั้ง! *เปรี้ยงงงงง!* สายฟ้าทัณฑ์สวรรค์เส้นแรกผ่าทะลุหลังคาตำหนักลงมาตรงร่างของไป๋เฉินพอดี แสงสว่างจ้าเจิดจ้าจนกลืนกินทุกสรรพสิ่งในห้องลับให้หายไปในพริบตา มู่หรงเสวี่ยอุทานออกมาด้วยความตกใจ นางเตรียมพุ่งเข้าไปช่วยเหลือ แต่ทว่า... มือหนาอันคุ้นเคยคว้าข้อมืองดงามของนางเอาไว้เสียก่อน เมื่อแสงสีขาวสว่างวาบจางลง ภาพที่ปรากฏต่อสายตาทำให้นางต้องเบิกตากว้างด้วยความตะลึงงัน ไป๋เฉินยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางเศษซากปรักหักพัง เสื้อผ้าภายนอกขาดวิ่นเล็กน้อยเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมส่วนและร่องรอยบาดแผลแห่งกาลเวลาที่จางหายไปจนหมดสิ้น ทว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือรัศมีพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของเขา มันเหนือล้ำกว่าผู้ฝึกยุทธ์ในระดับเดียวกันอย่างเทียบไม่ติด ไป๋เฉินหันมามองนาง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับดึงร่างบางของภรรยาเข้ามากอดไว้แนบอกอย่างถือวิสาสะ "บอกแล้วอย่างไรเล่า... สามีของเจ้าคนนี้ ไม่มีทางยอมให้ผู้ใดมาพรากเจ้าไปได้หรอก แม้แต่สวรรค์ก็ไม่เว้น" มู่หรงเสวี่ยใบ้าร้อนผ่าว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองศึก นางทุบอกแกร่งเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ แต่ริมฝีปากกลับแอบแย้มยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากยิ่ง ทว่า ความสุขสงบนั้นดำรงอยู่เพียงชั่วลมหายใจ... จู่ๆ มิติเบื้องหน้าของทั้งสองก็ปริแตกออกเป็นรอยแยกสีดำสนิท กลิ่นอายสังหารอันเย็นเยียบและชั่วร้ายระดับ "ขอบเขตผ่ามิติ" พุ่งทะลักออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สะท้อนก้องกังวานไปทั่วทั้งหุบเขา "ฮ่าๆๆๆ... ไป๋เฉิน! ในที่สุดข้าก็หาตัวเจ้าพบ เจ้าเด็กเหลือขอ กล้าดียังไงถึงสังหารศิษย์เอกของสำนักมารโลหิต ถึงเวลาชำระหนี้เลือดแล้ว!" -------------------------------------------------------------- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับข้า "เพลิงโอสถสวรรค์" แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มคลั่งรักกับนางพญาเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%