เซียนหนุ่มคลั่งรักกับนางพญาเย็นชา•ตอนที่ 7

มุ่งหน้าสู่สำนักเซียนทมิฬ

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
เจตภูตกระบี่เก้าสวรรค์มิเคยสยบต่อผู้ใด... แม้กระทั่งผืนฟ้าดินที่กักขังวิญญาณแห่งข้าไว้สามร้อยปี มันยังต้องแตกสลายภายใต้คมกระบี่เดียว แล้วนับประสาอะไรกับเศษสัจธรรมอันปลอมเปลือกของ "สำนักเซียนทมิฬ" เล่า? จอกสุราหยกขาวในมือของไป๋เฉินสั่นไหวเล็กน้อยตามแรงกระเพื่อมของคลื่นพลังปราณที่แผ่ซ่านมาจากภายนอกโรงเตี๊ยมเมฆาเคียง รายชื่ออัจฉริยะรุ่นเยาว์นับร้อยที่ถูกประกาศกร้าวผ่านแผ่นศิลาประกาศิตทั่วทั้งเมืองโบราณแห่งนี้ ล้วนเป็นชื่อของทายาทตระกูลใหญ่และยอดฝีมือจากสำนักร้อยบุปผา แต่ทว่า... อันดับหนึ่งในทำเนียบรายชื่อกลับปรากฏนามไร้ที่มา นามที่ทำให้เจ้าสำนักทมิฬถึงกับต้องส่งทูตพิเศษมาเทียบเชิญด้วยตนเอง—ไป๋เฉิน! "ข่าวลือสะพัดไปไกลถึงเพียงนี้เชียวหรือ?" น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน รอยยิ้มมุมปากของบุรุษหนุ่มผู้สวมอาภรณ์สีครามปักลายเมฆาเพลิงมิได้บ่งบอกถึงความยินดีแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม นัยน์ตาคู่นั้นกลับประกายแสงสีทองเรืองรองราชาแห่งโอสถ ดุจดั่งเตาหลอมเพลิงวิเศษเก้าสีที่กำลังแผดเผาความโลภของเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรจนมอดไหม้ ที่เบื้องหน้าของเขา มู่หรงเสวี่ยกำลังรินชาสมุนไพรหมื่นปีลงในจอกด้วยกิริยาอันสง่างามเยือกเย็น ไอเย็นระเหยขึ้นเป็นละอองหมอกสีขาวจัดจ้านรอบกายางดงามดั่งเทพธิดาน้ำแข็งผู้ปฏิเสธโลกีย์ ทว่าแววตาที่นางมองบุรุษเบื้องหน้ากลับมิได้เย็นชาดั่งเช่นที่ผู้คนในยุทธภพร่ำลือ นางปรายตามองป้ายเทียบเชิญสีดำสนิทประทับตราอักขระมารโลหิตด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ "สำนักเซียนทมิฬขึ้นชื่อเรื่องการใช้วิชามารดูดกลืนพลังชีวิตเพื่อเสริมสร้างตบะ การที่พวกมันเจาะจงส่งเทียบเชิญระดับสูงเช่นนี้มาให้ท่าน ย่อมมิใช่การเชิญไปร่วมประลองฝีมืออย่างแน่นอน... ไป๋เฉิน ท่านกำลังเล่นกับไฟ" ไป๋เฉินหัวเราะในลำคอเบาๆ เขายื่นมือหนาออกไปกุมเรียวนิ้วเรียวเย็นเฉียบของนางอย่างถือวิสาสะ มู่หรงเสวี่ยชะงักเล็กน้อย ร่างกายเกร็งค้างด้วยสัญชาตญาณของการเป็นยอดฝีมือ แต่ทว่านางมิได้สะบัดมือเขาออก ปล่อยให้ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากฝ่ามือของเขาเข้ามาเยียวยาความเหน็บหนาวในจิตวิญญาณที่นางสะสมมานับร้อยปี "เจ้าก็รู้ว่าข้าชอบเล่นกับไฟ... ยิ่งเป็นเพลิงวิเศษเก้าสีที่ข้าหลอมขึ้นมาเอง ยิ่งน่าสนุกเข้าไปใหญ่" ไป๋เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเจ้าสำราญ ดวงตาคมกริบมองลึกลงไปในนัยน์ตาสีฟ้าครามของนาง "อีกอย่าง... หากข้าไม่ไปเยือนสำนักเซียนทมิฬด้วยตนเอง แล้วพวกมันจะรู้ได้อย่างไรเล่า ว่าการรังแกภรรยาของมหาเทพกระบี่... มีราคาที่ต้องจ่ายด้วยวิญญาณทั้งหมดที่มี" สิ้นคำพูดนั้น ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกรอบกายของเขาชั่วพริบตา แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่ขยายปกคลุมทั่วทั้งเมืองโบราณ ราวกับท้องฟ้ากำลังจะถล่มลงมา เหล่าผู้ฝึกตนที่แอบซุกซ่อนอยู่ตามมุมมืดต่างกระอักเลือดออกมาพร้อมกันด้วยความตื่นตระหนก พวกมันไม่คาดคิดเลยว่าอัจฉริยะหนุ่มผู้นี้จะมีความน่ากลัวถึงเพียงนี้! การเดินทางสู่สำนักเซียนทมิฬหาใช่การไปเข้าร่วมคัดเลือกเพื่อประดับบารมี... แต่มันคือการเดินทางไปเพื่อชำระบัญชีแค้นที่คั่งค้างข้ามภพข้ามชาติ! รุ่งอรุณแห่งวันคัดเลือกมาถึงอย่างรวดเร็วดั่งใจนึก ท้องเหนือยอดเขาเซียนทมิฬถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกสีดำทะมึน อักขระค่ายกลโบราณนับหมื่นตัวลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ ส่งเสียงคำรามกึกก้องราชาอสูรคำราม ผู้เข้าร่วมการทดสอบนับพันคนต่างยืนเรียงรายด้วยความยำเกรง บนลานประลองหินอัคนีสีเลือด ประมุขสำนักเซียนทมิฬ—'มารโลหิตกระบี่' เฟิงเทียน นั่งสงบนิ่งอยู่บนบัลลังก์กระดูก มองดูเหล่าอัจฉริยะด้วยแววตากระหายเลือด "ไป๋เฉิน มาแล้วหรือ..." เสียงทุ้มต่ำดั่งระฆังโบราณดังสะท้านไปทั่วหุบเขา เมื่อร่างในชุดคลุมสีครามปรากฏกายขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่า เขาเดินทอดน่องเข้ามาอย่างไร้ซึ้งความเร่งรีบ ด้านข้างมีเงาร่างงดงามในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของมู่หรงเสวี่ยก้าวตามมาติดๆ รัศมีความเย็นยะเยือกของนางกดดันให้ผู้ฝึกตนรอบด้านต้องถอยร่นไปคนละก้าวโดยอัตโนมัติ เฟิงเทียนหรี่ตาลง เมฆหมอกโลหิตรอบตัวหมุนวนรุนแรงขึ้น "เจ้ากล้าดียังไงถึงพาคนนอกเข้ามาในเขตทดสอบลับของสำนักเรา? หรือเจ้าคิดว่าชื่อเสียงอันจอมปลอมในฐานะอัจฉริยะคนใหม่ จะคุ้มกะลาหัวเจ้าจากกระบี่โลหิตทมิฬของข้าได้!" ไป๋เฉินหยุดฝีเท้าลง เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นบนบ่าอย่างไร้ความใส่ใจ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาคมคาย "อัจฉริยะจอมปลอมงั้นรึ? เฟิงเทียน... สุนัขแก่เช่นเจ้าต่อให้ฝึกฝนวิชามารมาอีกสามร้อยปี ก็ยังเป็นได้แค่สุนัขที่รอวันถูกถอดเขี้ยวเล็บอยู่ดี" เขาหยุดชั่วครู่ ก่อนจะชักกระบี่ออกจากฝักอย่างเชื่องช้า เสียงโลหิตกระทบอากาศดังกังวานบาดแก้วหู "วันนี้ ข้า ‘ไป๋เฉิน’ จะใช้กระบี่เล่มนี้... ลบชื่อสำนักเซียนทมิฬออกจากแผนทยุทธภพให้สิ้นซาก!" ทันทีที่คมกระบี่สีทองอร่ามถูกชักออกจากฝัก ท้องฟ้าที่เคยดำทะมึนกลับถูกย้อมด้วยแสงสีทองเจิดจ้าเจ็ดสาย เพลิงวิเศษเก้าสีลุกโชนท่วมผืนปฐพี ความร้อนแรงแผดเผาจนค่ายกลมารนับพันเริ่มหลอมละลายกลายเป็นจุล! ทว่า... ในวินาทีที่การต่อสู้กำลังจะปะทุขึ้นอย่างไร้ความปรานี จู่ๆ มิติเบื้องบนลานประลองก็ฉีกขาดออกเป็นทางยาว เสียงหัวเราะเยือกเย็นอันคุ้นเคยและเต็มไปด้วยจิตสังหารระดับเซียนแท้จริงก็ดังสะท้านขึ้นจากรอยแยกมิติ— *“ฮ่าๆๆ... ช่างกล้าหาญยิ่งนัก ไป๋เฉิน เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการกลับชาติมาเกิดครั้งนี้ จะมีเพียงสำนักเซียนทมิฬที่รอต้อนรับเจ้า?”* ร่างของบุรุษลึกลับสวมหน้ากากเงิน ปรากฏกายขึ้นพร้อมกับกระบี่มารโลหิตที่อาบด้วยโลหิตของยอดฝีมือระดับบรรพจารย์ และสิ่งที่ทำให้หัวใจของมู่หรงเสวี่ยกระตุกวูบ คือป้ายวิญญาณในมือของมัน... เป็นป้ายวิญญาณของอาจารย์นางผู้ล่วงลับ! ************************************************** ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับข้า "เพลิงโอสถสวรรค์" แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มคลั่งรักกับนางพญาเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%