ความมืดมิดอันเป็นนิรันดร์แผ่ขยายปกคลุมทั่วผืนฟ้าและแผ่นดิน อาณาจักรเซียนเบื้องบนสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นดั่งโลกกำลังจะแตกดับ ไอปีศาจสีเลือดพวยพุ่งทะลวงชั้นเมฆทมิฬ บดบังแสงดาราจนหมดสิ้น เสียงกรีดร้องโหยหวนของดวงวิญญาณนับล้านดังระเบิดขึ้นในห้วงอากาศ ราชาปีศาจโลหิตทมิฬในร่างมหึมาสูงเทียมฟ้า ดวงตาสองข้างแดงฉานดั่งโลหิตสดๆ มันหัวร่อร่าด้วยความลำพองใจ พลังกดดันระดับเทพเจ้ามารกวาดล้างทุกสรรพชีวิตจนแผ่นดินแยก ภูเขานับร้อยลูกพังทลายในพริบตา
"ฮ่าๆๆๆ! สามภพนี้ ในที่สุดก็ต้องสยบแทบเท้าข้า! ไม่มีผู้ใดขวางทางข้าได้อีกแล้ว!"
เสียงคำรามของมันสั่นสะเทือนแก้วหูของผู้ฝึกตนจนเลือดทะลักออกทวารทั้งเจ็ด เหล่าผู้อาวุโสสำนักใหญ่ต่างคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง มหาวิถีแห่งฟ้าดินดูราวกับถูกทำลายลงจนสิ้นซาก ไม่มีปาฏิหาริย์ใดหลงเหลืออีกต่อไปแล้ว... หรือนี่คือจุดจบของทุกสรรพสิ่ง?
ทว่า ท่ามกลางหุบเหวแห่งความตายนั้นเอง ประกายแสงสีทองอร่ามและเปลวเพลิงเก้าสีกลับลุกโชนขึ้นราวกับดวงตะวันดวงใหม่ที่แผดเผาความมืดมิด
ณ ใจกลางเพลิงวิเศษ ร่างของชายหนุ่มในอาภรณ์สีขาวสะอาดปรากฏขึ้นอย่างสง่างาม ไป๋เฉินก้าวเท้าเดินผ่านห้วงมิติที่บิดเบี้ยวอย่างไร้ซุ่มเสียง เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวตามแรงลมปราณอันน่าสะพรึงกลัว ในมือขวาของเขาถือ "กระบี่เพลิงเก้าสี" ที่กำลังสั่นระริกด้วยความกระหายเลือด กระบี่เล่มนี้หลอมขึ้นจากแก่นแท้เพลิงสวรรค์ ผ่านการตีด้วยอัคคีบรรพกาลเจ็ดสราญรมย์ มันไม่ใช่แค่อาวุธ แต่มันคือตัวแทนแห่งกฎเกณฑ์และพิพากษาของฟ้าดิน
ที่เบื้องหลังของไป๋เฉิน ห่างออกไปไม่กี่ร้อยลี้ มู่หรงเสวี่ยยืนสง่าอยู่บนยอดผาน้ำแข็ง มารดาแห่งหุบเขากระบี่เหมันต์ ใบหน้างดงามล่มเมืองเย็นชาดั่งประติมากรรมน้ำแข็ง แววตาคู่คมกวาดมองไปเบื้องล่างด้วยความเรียบเฉย ทว่ามือเรียวบางที่กำด้ามกระบี่น้ำแข็งสั่นน้อยๆ อย่างไม่มีใครสังเกตเห็น นางมิได้หวาดกลัวต่อราชันย์ปีศาจ แต่นางกำลังกังวล... กังวลว่าบุรุษผู้โง่เขลาดึงดันจะแบกรับภาระของสามภพไว้เพียงผู้เดียวผู้นี้ จะเป็นอันตราย
สายตาของไป๋เฉินหันกลับไปสบกับนางเพียงเสี้ยววินาที ท่ามกลางมหาสงครามล้างโลก แววตาของจอมยุทธ์ผู้ทะนงตนกลับอ่อนแสงลงเมื่อทอดมองสตรีในดวงใจ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา
"เสวี่ยเอ๋อร์..." เสียงทุ้มนุ่มนวลเอ่ยขึ้น ราวกับเสียงกระซิบข้างหูท่ามกลางพายุร้าย "รอข้าสักครู่... ข้าจะไปเด็ดหัวมันมาให้ท่านดูเป็นของกำนัล"
มู่หรงเสวี่ยเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจที่เคยเยือกแข็งดั่งน้ำแข็งหมื่นปีพลันกระตุกวูบ นางไม่เอ่ยคำใด แต่นัยน์ตาคู่สวยเปล่งประกายคมกลา ทรงพลัง และเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นอย่างที่สุด นางส่งกระแสจิตผ่านห้วงมิติกลับไปสั้นๆ แต่หนักแน่นยิ่ง
"หากเจ้าตาย... ข้าจะตามไปสังหารทุกสรรพชีวิตในสามภพนี้ให้สิ้น แล้วค่อยตามลงไปฝังร่างเคียงข้างเจ้า"
ไป๋เฉินหัวเราะร่วน เสียงหัวเราะดังก้องกังวานกลบเสียงคำรามของปีศาจ "ฮ่าๆๆๆ! วาจาของภรรยาข้านี่ช่างเร้าใจยิ่งนัก! เช่นนั้น... ข้าคงต้องรีบจัดการไอ้เดรัจฉานตัวนี้แล้วกลับมานอนกอดเจ้าให้เร็วที่สุด!"
สิ้นเสียงคำราม ร่างของไป๋เฉินก็หายวับไปจากจุดเดิม กลายเป็นเส้นแสงเพลิงเก้าสีพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความเร็วเหนือจินตนาการ!
ราชันย์ปีศาจโลหิตทมิฬผงะ มันตื่นตระหนกเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่พุ่งเข้าประชิดตัว กรงเล็บมหึมาเคลือบด้วยพิษโลหิตหมื่นปีตวัดเข้าใส่หมายฉีกร่างของชายหนุ่มให้เป็นชิ้นๆ "มนุษย์สามหาว! ตายซะเถอะ!"
ตู้มมมม!
แรงปะทะระดับทำลายล้างสร้างคลื่นกระแทกแผ่ขยายเป็นวงกว้างนับหมื่นลี้ พื้นดินเบื้องล่างยุบตัวลงกลายเป็นหลุมอุกกาบาตขนาดมหึมา ทว่า ไป๋เฉินไม่มีทีท่าว่าจะถอยแม้แต่ครึ่งก้าว ร่างของเขายืนหยัดตระหง่านกลางพายุพลังปราณ ดั่งขุนเขาค้ำจุนสวรรค์
"วิถีกระบี่เพลิงเก้าสี... เพลงกระบี่ที่หนึ่ง พิพากษาฟ้าดิน!"
ไป๋เฉินตวัดกระบี่ในมือออกไปอย่างเรียบง่าย ไม่มีลวดลายซับซ้อน ไม่มีกระบวนท่าหวือหวา ทว่ามันคือแก่นแท้แห่งวิถีกระบี่ที่หลอมรวมเข้ากับกฎแห่งสวรรค์และอัคคีบรรพกาล แสงเพลิงเก้าสีสว่างวาบขึ้นจนกลบรัศมีของดวงอาทิตย์ อุณหภูมิรอบบริเวณพุ่งสูงขึ้นจนอากาศรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่า
ฉับพลัน! คมกระบี่เพลิงพาดผ่านห้วงมิติ ตัดผ่านร่างของราชันย์ปีศาจโลหิตทมิฬในชั่วพริบตาเดียว ดั่งสายฟ้าฟาดผ่ากลางผืนฟ้า
เวลาคล้ายหยุดนิ่งไปชั่วขณะ...
ราชันย์ปีศาจแข็งค้างในท่าเดิม ดวงตาสนต์เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด มันก้มมองดูหน้าอกของตนเอง ที่ซึ่งรอยตัดบางเฉียบปรากฏขึ้น ร่างมหึมาสูงเทียมฟ้าค่อยๆ แยกออกเป็นสองส่วนอย่างช้าๆ ไอปีศาจสีเลือดสลายกลายเป็นละอองธุลีและมลายหายไปในอากาศโดยไม่หลงเหลือแม้แต่เศษเสี้ยววิญญาณ
"อ... เป็นไปไม่ได้..." เสียงสุดท้ายของราชันย์ปีศาจขาดหายไปในลำคอ ก่อนที่ร่างทั้งสองซีกจะระเบิดออกกลายเป็นเถ้าธุลีเพลิงโปรยปรายลงสู่พื้นดิน ราวกับหิมะเพลิงที่ชำระล้างความชั่วร้ายทั้งปวงของสามภพ
ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วอาณาจักรเซียน เหล่าผู้ฝึกตนอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน ราชันย์ปีศาจผู้ไร้เทียมทาน ถูกสังหารลงได้ด้วยการตวัดกระบี่เพียงคราเดียวเท่านั้นหรือ?
ไป๋เฉินยืนนิ่งอยู่กลางอากาศ แสงเพลิงเก้าสีรอบตัวค่อยๆ สงบลง เขาสอดกระบี่กลับเข้าฝักด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับเพิ่งจะปัดแมลงวันตัวหนึ่งเท่านั้น ใบหน้าหล่อเหลายังคงประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าสำราญตามแบบฉบับ
ทว่า ในวินาทีที่ความสงบสุขกำลังจะหวนคืน สามภพควรจะปลอดภัย... ห้วงมิติเบื้องหน้าของไป๋เฉินกลับบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง รอยแยกสีดำสนิทขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับกลิ่นอายโบราณกาลอันน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าราชันย์ปีศาจหลายร้อยเท่าพثุ่งทะลักออกมา
มือสีขาวซีดคู่หนึ่งยื่นออกมาจากรอยแยกมิติ ฉีกกระชากฟ้าดินออกราวกับฉีกกระดาษ พร้อมกับเสียงหัวเราะเย็นเยียบที่ดังสะท้อนก้องไปถึงจิตวิญญาณของทุกผู้คน
"คิดว่ากำจัดแค่ลูกกระจ๊อก แล้วสามภพจะเป็นอิสระอย่างนั้นหรือ... เจ้ามนุษย์โง่เขลา"
ดวงตาของไป๋เฉินหรี่แคบลง รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา มู่หรงเสวี่ยที่อยู่ไกลออกไปพุ่งทะยานร่างเข้ามาด้วยความเร็วสูงสุดทันที สีหน้าของนางเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
[ตอนจบแบบ CLIFFHANGER HOOK]:
เงาร่างลึกลับที่ก้าวออกมาจากรอยแยกมิตินั้น หาใช่ปีศาจธรรมดาไม่ แต่กลับสวมชุดคลุมลายแผนที่ดาราจักรโบราณ และใบหน้าที่โผล่พ้นเงาสลัว... กลับเป็นใบหน้าที่ไป๋เฉินไม่มีวันลืมเลือนตลอดกาล — ใบหน้าของสหายรักผู้ทรยศที่ควรจะดับสูญไปเมื่อชาติภพก่อน! รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงกระซิบอันหนาวยะเยือก "เราไม่ได้พบกันนานเลยนะ... สหายเก่า"
พบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
เพลิงโอสถสวรรค์
เซียนหนุ่มคลั่งรักกับนางพญาเย็นชา•ตอนที่ 27
กวาดล้างมารร้ายให้สิ้นซาก
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มคลั่งรักกับนางพญาเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!