เซียนหนุ่มคลั่งรักกับนางพญาเย็นชา•ตอนที่ 3

ตบหน้าผู้อาวุโสตาบอด

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
"สามห่าว! เจ้าเด็กเหลือขอจากที่ใด กล้าดียังไงถึงบังanอาจต่อรองราคากับตระกูลหลี่ผู้อยู่ค้ำฟ้า!" เสียงคำรามดั่งสายฟ้าฟาดในฤดูแล้งสะท้อนก้องไปทั่วโถงรับรองของสำนักประมูลหมื่นสมบัติ แรงกดดันจากพลังปราณระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งออกมาจากร่างของ 'หลี่เทียนเฉิง' ผู้อาวุโสใหญ่แห่งตระกูลหลี่จนข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องสั่นสะเทือน บรรดาผู้ฝึกตนรอบด้านต่างพากันถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าซีดเผือกราวกับกระดาษ ไอร้อนจากรังจิตฆ่าฟันแผ่ซ่านจนอากาศบิดเบี้ยว ทว่า... ท่ามกลางพายุอารมณ์และแรงกดดันที่สามารถบดขยี้ผู้ฝึกตนขั้นหลอมโลหิตให้แหลกสลายเป็นจุล ไป๋เฉินกลับยังคงนั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ ปลายนิ้วเรียวยาวจิบชาสมุนไพรวิญญาณสีหยกในถ้วยอย่างไม่รีบร้อน ราวกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ยอดฝีมือผู้เหี้ยมโหด แต่เป็นเพียงลมพัดผ่านที่ไร้พิษสง ดวงตาคู่นคมกริบเหลือบมองผู้อาวุโสหลี่ด้วยแววตาเย้ยหยันคลาแคลง ชายชราผู้นี้มีตบะสูงส่งก็จริง แต่ในสายตาของมหาเทพกระบี่ผู้ผ่านกาลเวลามานับหมื่นปี ตบะระดับนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับมดปลวกที่กำลังกระโดดโลดเต้นอยู่บนฝ่ามือ "ตระกูลหลี่? ผู้อยู่ค้ำฟ้ากระนั้นหรือ..." ไป๋เฉินหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มนุ่มลึกแต่แฝงไว้ด้วยความเยียบเย็นเสียดกระดูก "ช่างเป็นคำพูดที่ไร้เดียงสาเสียจริง หลี่เทียนเฉิง... เจ้าใช้สมองส่วนไหนคิดว่าอายุขัยอันน้อยนิดเพียงสามร้อยปีของเจ้า จะคู่ควรกับการใช้คำว่าค้ำฟ้าต่อหน้าข้า?" "เจ้าเด็กสารเลว! วันนี้ข้าจะสั่งสอนให้เจ้ารู้สำนึกว่าความตายมันน่ากลัวกว่าการมีชีวิตอยู่อย่างไร!" หลี่เทียนเฉิงบันดาลโทสะจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือเหี่ยวย่นตบลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง พลังปราณสีชาดพวยพุ่งขึ้นฟ้ากลายเป็นเงาร่างอสุรกายโลหิตน่าสะพรึงกลัว มันอ้าปากคำรามหมายจะกลืนกินวิญญาณของไป๋เฉินให้สิ้นซาก ผู้คนในโถงประมูลต่างพากันหลับตาปี๋ด้วยความหวาดผวา บรรดาคนตาถึงต่างคิดตรงกันว่าเด็กหนุ่มรูปงามผู้นี้คงถูกบดขยี้จนไม่เหลือแม้แต่กระดูก แต่วินาทีนั้นเอง... มู่หรงเสวี่ย ที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพธิดาน้ำแข็ง นางไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวดั่งหยกสลักเพียงแค่ตวัดขึ้นเบาๆ ไอความเย็นยะเยือกถึงขั้วหัวใจก็แผ่ซ่ายดั่งคลื่นสึนามิสีคราม พลังปราณเหมันต์บริสุทธิ์กดทับลงมากลางอากาศราวกับภูเขาน้ำแข็งถล่ม! *เปรี้ยง!* แรงกดดันระดับหลอมรวมวิญญาณของหลี่เทียนเฉิงถูกแช่แข็งและสลายกลายเป็นละอองน้ำในชั่วพริบตา ไอเย็นเฉียบพุ่งเข้ากัดกินกระดูกทั่วร่างของผู้อาวุโสหลี่จนเขาต้องกระออกเลือดคำโตออกมาเป็นลิ่มเลือดสีดำสนิท ร่างชราทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นศิลาเสียงดังสนั่น ใบหน้าที่เคยเกรี้ยวกราดบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัวสุดขีด ดวงตาเบิกโพ้างลานด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "นะ... นางเซียนกระบี่เหมันต์! นี่... นี่เจ้า..." หลี่เทียนเฉิงหวีดร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก ขาทั้งสองข้างสั่นเทาจนควบคุมไม่ได้ เขานึกไม่ถึงเลยว่า หญิงสาวผู้เย็นชาดั่งน้ำแข็งที่ยืนอยู่ข้างกายเด็กหนุ่มผู้นี้ จะมีตบะพลังที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ นี่มันขอบเขตแก่นแท้จิตวิญญาณขั้นสมบูรณ์แล้ว! ไป๋เฉินยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย เขาวางถ้วยชาลงอย่างแผ่วเบา เสียงกระทบกันของถ้วยหยกดังก้องกังวานไปทั่วความเงียบงัด ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเดินเข้าไปหาผู้อาวุโสใหญ่แห่งตระกูลหลี่ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่ละย่างก้าวราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย *ตึง... ตึง... ตึง...* "จำไว้นะหลี่เทียนเฉิง..." ไป๋เฉินก้มตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเชยคางของผู้อาวุโสที่กำลังสั่นเทาให้เงยขึ้นสบตา "ของวิเศษในสำนักประมูลแห่งนี้ ผู้มีวาสนาและผู้มีกำลังจึงจะครอบครองได้ สมบัติชิ้นนั้น... ข้าถูกใจแล้ว และภรรยาของข้าก็อยากได้มันมาประดับห้องนอน เจ้าคิดว่า... เจ้าเอาปัญญาที่ไหนมาแย่งชิงกับข้า?" "เจ้า... เจ้าเป็นใครกันแน่! ปราณกระบี่ในตัวเจ้ามันคืออะไร..." หลี่เทียนเฉิงละล่ำละลักถามด้วยความหวาดผวา ดวงตาฝ้าฟางมองเห็นภาพหลอนคล้ายกับกระบี่นับแสนเล่มกำลังลอยอยู่เหนือศีรษะ พร้อมที่จะปักร่างเขาให้พรุนได้ทุกเมื่อ ไป๋เฉินยิ้มละมุน แต่แววตากลับคมกริบดั่งคมกระบี่โบราณที่เพิ่งชักออกจากฝัก "ข้าก็แค่มนุษย์ธรรมดาผู้หนึ่ง... ผู้ซึ่งภรรยาค่อนข้างจะดุดันไปเสียหน่อย หากเจ้ายังไม่อยากให้ตระกูลหลี่สูญสิ้นเผ่าพันธุ์ในค่ำคืนนี้ ไสกหัวออกไปซะ ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ... ถลกหนังหัวพวกเจ้าเอาไปทำพรมเช็ดเท้า" สิ้นคำพูดนั้น รัศมีกระบี่สีเพลิงเก้าสีก็ระเบิดออกรอบกายของไป๋เฉิน เปลวเพลิงลึกลับที่สามารถหลอมละลายได้แม้กระทั่งดาราบนฟากฟ้าแผดเผาบรรยากาศจนสั่นไหว หลี่เทียนเฉิงพ่นโลหิตออกมาอีกคำรบ สติสัมปชัญญะเลือนรางด้วยความหวาดกลัวสุดขั้วหัวใจ เขาตะเกียกตะกายหนีตายออกไปจากโถงประมูลอย่างไม่คิดชีวิต ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่มองมาด้วยความตะลึงงานและหวาดผوا ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังคลายความตึงเครียดลง และมู่หรงเสวี่ยกำลังจะหันมาเอ่ยปากตำหนิความเจ้าสำราญของสามี จู่ๆ อากาศเบื้องหน้าของทั้งสองก็บิดเบี้ยวเป็นหลุมดำสนิท! กลิ่นอายโบราณอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมาจากรอยแยกมิติ พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าราวกับมาจากขุมนรก ที่ทำให้ใบหน้าอันเย็นชาของมู่หรงเสวี่ยต้องเปลี่ยนสีไปในทันที! "ฮ่าๆๆ... สมกับที่เป็นทายาทมหาเทพกระบี่... แต่เกรงว่าเจ้าคงไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกับนางเซียนผู้นี้หรอกนะ..." ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับข้า "เพลิงโอสถสวรรค์" แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มคลั่งรักกับนางพญาเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%