เซียนหนุ่มคลั่งรักกับนางพญาเย็นชา•ตอนที่ 2

เคล็ดวิชาเพลิงวิเศษเก้าสี

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
คมกระบี่เหมันต์จ่อติดผิวเนื้อลำคอจนเกิดรอยแดงเรื่อ ไอร้อนผ่าวจากการปะทะกับความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านจนเส้นเลือดแทบแข็งตัว แต่นัยน์ตาของไป๋เฉินมิได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขากลับแย้มยิ้มมุมปากอย่างเกียจคร้าน ทอดมองสตรีผู้ถือคมกระบี่สังหารตรงหน้าด้วยแววตากรุ้มกริมราวกับกำลังชื่นชมภาพวาดล้ำค่า มากกว่าจะตระหนักว่าตนเองกำลังเหยียบอยู่บนเส้นด้ายแห่งความตาย "มู่หรงเสวี่ย... ปลายกระบี่ของเจ้าสั่นเทานะ หุบเขากระบี่เหมันต์สอนให้เจ้าสังหารศัตรูด้วยความลังเลเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของลานพิธีตระกูลไป๋ สายตาทุกคู่ของผู้อาวุโสและคนในตระกูลต่างเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง บางคนถึงกับกลั้นหายใจด้วยความหวาดหวั่น ว่าสตรีผู้เยือกเย็นดั่งเทพธิดาน้ำแข็งนางนี้จะกดปลายนคมกระบี่ทะลวงลำคอของบุรุษผู้ไร้ค่าผู้นี้ให้ดับดิ้นคาที่ มู่หรงเสวี่ยขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคู่งามดั่งหยกสลักฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโทสะ นางคือยอดฝีมือผู้ครองหุบเขากระบี่เหมันต์ บรรลุขอบเขตวิญญาณสวรรค์ขั้นสูง ไฉนเลยจะต้องมาทนฟังวาจาลบหลู่จากคุณชายขยะที่ไร้ซึ่งพลังปราณเช่นนี้ ทว่า... ยามที่นางสบเข้ากับนัยน์ตาคู่นั้น นัยน์ตาที่ล้ำลึกราวกับห้วงจักรวาลอันไร้ขอบเขต หัวใจที่ด้านชามานับร้อยปีของนางกลับกระตุกวูบอย่างหาสาเหตุไม่ได้ "เจ้า... รนหาที่ตายนัก!" นางเค้นเสียงลอดไรฟัน ปราณเหมันต์ระเบิดออกจากคมกระบี่หมายจะสั่งสอนความปากกล้าของอีกฝ่ายให้หลาบจำ แต่ทว่า... ในเสี้ยววินาทีความเป็นความตายนั้นเอง ไป๋เฉินกลับขยับตัวอย่างรวดเรวราสายฟ้าแลบ ปลายนิ้วเรียวยาวดีดเข้าที่ตัวกระบี่เบาๆ ด้วยแรงสั่นสะเทือนที่คำนวณมาอย่างแม่นยำราวจับวาง *ติ๊ง!* เสียงโลหะกระทบกันก้องกังวาน ปราณเหมันต์ทั้งหมดสลายกลายเป็นละอองหมอกในพริบตาเดียว แรงสะท้อนกลับทำเอามู่หรงเสวี่ยต้องถอยหลังไปสามก้าวอย่างไม่ยินยอม ความโกลาหลพลันบังเกิด! เหล่าผู้อาวุโสตระกูลไป๋ลุกขึ้นยืนพรืดด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น? คุณชายใหญ่ผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นขยะ ไร้รากปราณ ไร้กระดูกเซียน ไฉนจึงสามารถดีดกระบี่ของเจ้าสำนักเหมันต์กระเด็นถอยหลังได้ด้วยนิ้วเดียว! "อวดดีนัก! ไป๋เฉิน เจ้ากล้าหาญชาญชัยถึงเพียงนี้เชียวหรือ!" ไป๋ฮào ผู้อาวุโสรองผู้กุมอำนาจในตระกูลตบโต๊ะข้างกายเสียงดังสนั่น แววตาทอดมองด้วยความดูแคลนและริษยา "เจ้าแค่คนไร้ค่าที่ตระกูลเลี้ยงเสียข้าวสุก วันนี้มีแขกผู้สูงศักดิ์มาเยือน เจ้ายังกล้าแสดงความไร้มารยาท บังอาจล่วงเกินท่านมู่หรงเสวี่ย สมควรถูกขับไล่ออกจากตระกูลและรับโทษทัณฑ์โบยร้อยครั้ง!" เสียงซุบซิบนินทาดังเซ็งแซ่รอบลานพิธี สายตานับร้อยคู่มองมาที่ไป๋เฉินด้วยความสมเพช เวทนา และเหยียดหยาม บ้างก็หัวเราะเยาะในชะตากรรมอันน่าสมเพชของเขา ไป๋เฉินปัดเศษฝุ่นบนอาภรณ์สีครามของตนเองอย่างไม่ใส่ใจ เขายืนหยัดขึ้นอย่างสง่างาม แผ่นหลังตั้งตรงดั่งกระบี่วิเศษที่ซ่อนคม รัศมีความเย่อหยิ่งทระนงตนแผ่ซ่านออกมาจากร่างโดยไม่รู้ตัว จนผู้คนรอบข้างรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก ราวกับมีภูเขาหินกดทับอยู่บนอก "ขับไล่ข้าหรือ? โทษทัณฑ์ร้อยครั้งหรือ?" ไป๋เฉินหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงเยียบเย็นจนน่ากลัว "พวกเจ้าตาบอดหูหนวกกันหมดแล้วกระมัง? สุนัขรับใช้เช่นพวกเจ้า มีสิทธิ์อันใดมาตัดสินชะตากรรมของข้า" "สามหงส์ สามหมา! เจ้าเด็กเหลือขอ กล้าดียังไงมาปากกล้าต่อหน้าผู้อาวุโส!" ไป๋ฮàoบันดาลโทสะจนใบหน้าบิดเบี้ยว แผ่พุ่งพลังปราณขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นที่เจ็ดออกกดดันหมายให้ไป๋เฉินคุกเข่าโม่หิน ทว่า ไป๋เฉินหาได้สะทกสะทอดยังไม่พอ เขากลับก้าวเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ปราณกดดันที่ถาโถมเข้ามาสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับสายลมที่พัดผ่านร่างของมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ "ดี... ในเมื่อพวกเจ้าอยากเห็นนักว่าข้ามีดีอันใด ถึงเวลาที่พวกเจ้าจะได้ลืมตาอ้าปากดูโลกกว้างเสียทีว่า 'อัจฉริยะที่แท้จริง' มันเป็นเช่นไร!" ว่าแล้ว ไป๋เฉินก็สะบัดแขนเสื้อ ขמరอักขระโบราณสีทองอร่ามปรากฏขึ้นกลางอากาศ พริบตาต่อมา หม้อปรุงโอสถทองแดงโบราณที่มีรอยร้าวลึกก็ลอยคว้งอยู่เบื้องหน้า กลิ่นอายโบราณกาลอันหนักอึ้งแผ่กระจายปกคลุมไปทั่วทั้งอาณาบริเวณ มู่หรงเสวี่ยที่ยืนนิ่งอึ้งอยู่ห่างออกไป นางหรี่ตาลงเล็กน้อยจ้องมองหม้อโอสถใบนั้น หัวใจเต้นระรัวอย่างประหลาด นางสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัว กำลังก่อตัวขึ้นจากร่างของบุรุษผู้นี้ "หรือว่า... เขาจะ..." "ฮ่าๆๆๆ หม้อโอสถผุพังใกล้พังเช่นนั้น เจ้าคิดจะหลอมโอสถงั้นรึ? ช่างเพ้อเจ้อสิ้นดี!" ไป๋ฮàoและคนอื่นๆ หัวเราะเยาะออกมาเสียงดังลั่น คิดว่าไป๋เฉินคงสติฟั่นเฟือนไปแล้ว ไป๋เฉินมิได้ใส่ใจเสียงเห่าหอนของสุนัขข้างทางเหล่านั้น นัยน์ตาคมกริบทอประกายล้ำลึก เขาประสานอินทร์ด้วยมือทั้งสองข้างอย่างรวดเรวราสายฟ้าแลบ ทันใดนั้น... เปลวเพลิงสีฟ้าครามก็พวยพุ่งออกมาจากปลายนิ้ว ก่อนจะเปลี่ยนสีสลับซับซ้อนกันถึงเก้าสี ทอประกายระยิบระยับงดงามตระการตาราวกับหมู่ดาวบนฟากฟ้า แต่ภายในเปลวเพลิงนั้นกลับอัดแน่นไปด้วยพลังทำลายล้างที่สามารถเผาผลาญผืนปฐพีให้กลายเป็นจุลได้ในพริบตา! "นี่มัน... เพลิงอะไรกัน?!" ผู้อาวุโสหลายคนหน้าถอดสี ถอยกรูดโดยไม่รู้ตัว แรงกดดันจากเพลิงเก้าสีทำให้กระดูกทั่วร่างสั่นเทิ้ม "เคล็ดวิชาเพลิงวิเศษเก้าสี... หลอมฟ้าหลอมดิน หลอมชะตาชีวิต!" ไป๋เฉินคำรามก้องในลำคอ โยนสมุนไพรวิญญาณระดับหายากนับสิบชนิดเข้าไปในหม้อโอสถพร้อมกันทีเดียว เปลวเพลิงเก้าสีโหมกระหน่ำเผาผลาญ กลิ่นอายโอสถบริสุทธิ์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจนเกิดเป็นเมฆทัณฑ์สีทองคำลอยวนเวียนอยู่เหนือตระกูลไป๋ สร้างความตกตะลึงให้แก่ผู้คนนับหมื่นในเมืองหลวง! การชำระล้างไขกระดูกด้วยโอสถระดับนภาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว! แต่มู่หรงเสวี่ยกลับไม่ได้มองไปที่หม้อโอสถ นัยน์ตาคู่สวยของนางจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าด้านข้างของไป๋เฉิน ความมุ่งมั่น ความทะนงตน และประกายแสงแห่งความอ่อนโยนที่แอบซ่อนอยู่ ยามที่เขาหันมาสบตากับนางเพียงเสี้ยววินาที รอยยิ้มที่มุมปากของไป๋เฉินส่งตรงมาให้นาง พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังแว่วเข้ามาในโสตประสาทของนางเพียงผู้เดียว... *'มองดูให้ดีนะภรรยาของข้า... วันนี้ ข้าจะใช้โอสถเม็ดนี้ คว่ำฟ้าคว่ำแผ่นดินให้เจ้าดู!'* ทว่า ในขณะที่เปลวเพลิงกำลังลุกโชนถึงขีดสุด เสียงคำรามกึกก้องจากนอกประตูตระกูลไป๋ก็ดังทะลุเข้ามา พร้อมกับแรงกดดันระดับมหาเทพที่ทำให้พื้นแผ่นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น! "ใครบังอาจ... กล้าหลอมโอสถฝืนลิขิตฟ้าในเขตอาณาของสำนักวิหคเพลิง!" ร่างเงาทมิฬสายหนึ่งทะยานผ่านม่านฟ้าลงมาอย่างรวดเรวราอุกกาบาต พุ่งตรงเข้ามายังลานพิธีด้วยเจตంటาสังหารอันเปี่ยมล้น! --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับข้า "เพลิงโอสถสวรรค์" แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มคลั่งรักกับนางพญาเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%