กลิ่นอายคาวเลือดและกลิ่นฉุนกึกของยาพิษตระกูลหลุมดำคละคลุ้งอวลอยู่ในโพรงจมูก สัมผัสแรกที่ไป๋เฉินรับรู้คือความเจ็บปวดร้าวรานราวกับกระดูกทุกข้อต่อถูกบดละเอียดเป็นผุยผง เสียงหัวเราะเยาะเย้ยถากถางของพวกสุนัขรับใช้ดังอื้ออึงอยู่เบื้องโสตประสาท ราวกับเสียงแมลงวันที่น่ารำคาญ
"ฮ่าๆๆ! ดูศิษย์พี่ใหญ่ผู้สูงส่งของพวกเราสิ! สภาพไม่ต่างอะไรจากสุนัขข้างถนนที่กำลังรอความตาย!"
น้ำเสียงเย้ยหยันดังมาจากไป๋หู่ บุตรชายรองผู้อำนวยการตระกูลไป๋ สายตากวาดมองร่างที่นอนแผ่หลาอยู่บนพื้นหินเย็นเฉียบด้วยความสมเพชเวทนา บนหน้าอกของไป๋เฉินมีรอยประทับฝ่ามือสีดำคล้ำ ซึ่งเป็นร่องรอยของ "ฝ่ามือผลาญวิญญาณ" เคล็ดวิชาชั่วร้ายที่แอบลอบกัดในยามวิกาล
ในดินแดนรกร้างแห่งนี้ กฎหมายคือความไร้สาระ พลังยุทธ์ต่างหากคือผู้บัญชาการ และไป๋เฉินในยามนี้—คือขยะที่ไร้ค่าที่สุดในสายตาของทุกคน
ทว่า ภายในห้วงจิตวิญญาณที่มืดมิดและปั่นป่วน กลับมีประกายแสงสีทองเจิดจ้าสายหนึ่งพุ่งวาบขึ้น ราวกับดวงอาทิตย์นับพันดวงที่ระเบิดออกพร้อมกัน!
*เปรี้ยง!*
เสียงคำรามกึกก้องดังสะท้อนก้องกวאนในมิติแห่งจิต ความทรงจำอันไพศาลและเก่าแก่ไหลทะลักเข้าสู่สมองของไป๋เฉินราวกับเขื่อนแตก มหาเทพกระบี่ไป๋เฉิน ผู้เคยเหยียบย่างบนจุดสูงสุดของเก้าชั้นฟ้า ผู้เคยใช้กระบี่เพียงเล่มเดียวตัดผ่านดาราและควบแน่นเพลิงวิเศษเก้าสีจนสะท้านสะเทือนสามพันโลก ได้ลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้งในร่างของเด็กหนุ่มผู้มีชื่อเดียวกัน
ดวงตาที่เคยหม่นหมองคู่นั้น บัดนี้กลับเปล่งประกายคมกริบดั่งคมกระบี่ที่เพิ่งออกจากฝัก มันลึกล้ำ เย็นเยียบ และเปี่ยมด้วยอำนาจกดดันที่ทำให้อากาศรอบกายถึงกับบิดเบี้ยว!
ไป๋เฉินค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นช้าๆ ความเจ็บปวดจากพิษร้ายที่แผดเผาเส้นลมปราณถูกกดทับด้วยจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งระดับมหาเทพ เขากวาดสายตามองฝูงชนที่ยืนรายล้อมด้วยรอยยิ้มเยาะ สายตานั้นว่างเปล่า ทว่ากลับทรงพลังจนทำให้ผู้ที่สบตาด้วยต้องสะท้านเฮือกโดยไม่รู้ตัว
"พวกเจ้า... ช่างกล้านักนะ"
น้ำเสียงของไป๋เฉินราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยความดุดันดั่งราชันย์ผู้กลับชาติมาเกิด ความกดดันมหาศาลแพร่กระจายออกไปจากร่างผอมบาง ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของไป๋หู่แข็งค้างในทันที
ไป๋หู่ขมวดคิ้วแน่น รู้สึกหวาดกลัวอย่างไร้เหตุผล แต่เมื่อคิดว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงศิษย์สวะที่ถูกพิษทำลายตบะไปหมดสิ้นแล้ว ความฮึกเหิมจึงกลับมาอีกครั้ง "ไอ้สวะไป๋เฉิน! ถึงคราวตายแล้วยังปากดีอีกหรือ? เจ้าคิดว่าตัวเองยังเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งตระกูลไป๋อยู่อีกงั้นรึ? จงคุกเข่าลงแล้วกราบเท้าข้าเสีย เผื่อข้าจะเมตตาสงเคราะห์ความตายที่รวดเร็วให้แก่เจ้า!"
บรรยากาศรอบบริเวณพลันเงียบสงัดลงชั่วขณะ ศิษย์ตระกูลไป๋หลายคนต่างกลั้นหายใจ รอดูจุดจบอันน่าอนาถของอดีตอัจฉริยะผู้เคยค้ำจุนตระกูล
ไป๋เฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "หึ... มดปลวกกล้าอาจหาญถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ในอดีต แม้แต่เงาของจักรพรรดิสวรรค์ยังไม่กล้าเงยหน้าสบตาต่อหน้าข้าด้วยซ้ำ เจ้าเป็นตัวอะไร ถึงบังอาจมาสั่งให้ข้าคุกเข่า?"
สิ้นเสียงพูด ไป๋เฉินสะบัดแขนเสื้อเบาๆ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ที่หลงเหลืออยู่ในร่างถูกขับเคลื่อนด้วยเคล็ดวิชาบรรพกาล แม้เส้นลมปราณจะเสียหาย แต่จิตวิญญาณของมหาเทพกระบี่ย่อมไม่ใช่สิ่งที่คนเหล่านี้จะจินตนาการได้!
*ตูม!*
คลื่นพลังอัดแน่นพุ่งทะยานเข้าปะทะร่างของไป๋หู่เข้าอย่างจัง จนร่างของมันกระเด็นลอยละลิ่วไปกระแทกกับผนังหินเสียงดังสนั่น กระดูกซี่โครงหักละเอียดนับไม่ถ้วน ไป๋หู่กระอักเลือดคำโตออกมาทันที ดวงตาเบิกโพ้างงงันด้วยความตกใจสุดขีด
"เป็นไปไม่ได้! เจ้า... เจ้ายังใช้พลังได้อยู่อย่างไร?!" ไป๋หู่กรีดร้องด้วยความหวาดกลัว ขาสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่
ไป๋เฉินก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าว ฝีเท้าของเขามั่นคงหนักแน่น ราวกับเทพเจ้าแห่งความตายที่กำลังเดินตรวจตราอาณาจักรของตนเอง ออร่าความกดดันแผ่ซ่านออกมาอย่างไม่ขาดสาย แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับหลอมรวมลมปราณขั้นสูงที่ยืนคุ้มกันอยู่ยังต้องถอยหลังไปสามก้าวด้วยความหวาดผวา
ในจังหวะนั้นเอง ท้องนิทราเบื้องบนพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม เมฆทมิฬม้วนตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็วจนน่ากลัว สายฟ้าสีทองคำคำรามกึกก้องราวกับสวรรค์กำลังพิโรธ แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซùmลงมาครอบคลุมทั่วทั้งหุบเขา
ไป๋เฉินเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างท้าทาย
"คิดจะทดสอบข้าตั้งแต่ยังไม่ทันได้ลืมตาดูโลกอย่างเต็มที่เลยงั้นรึ? ดี... เช่นนั้นข้าก็จะใช้กระบี่นี้แหละ แหวกฟ้าดินให้ดู!"
ขณะที่เสียงคำรามของสายฟ้าฟาดลงมาตรงจุดที่เขายืนอยู่นั้น เงามืดลึกลับสายหนึ่งก็พุ่งวาบลงมาจากยอดเขาไกลโพ้น พร้อมกับกลิ่นอายความเย็นยะเยือกที่แช่แข็งทุกสรรพสิ่งให้หยุดนิ่ง นางเซียนในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ใบหน้าถูกปกปิดด้วยผ้าแพรบางเบา ทว่าแววตากลับคมกริบดั่งน้ำแข็งพันปี ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าเขาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!
มู่หรงเสวี่ย... นางพญาแห่งหุบเขากระบี่เหมันต์ ผู้มาเยือนที่ไร้ซึ่งความปรานี ปลายกระบี่ในมือของนางชี้ตรงมาที่ลำคอของไป๋เฉิน โดยมีคมกระบี่ที่เย็นเฉียบจนผิวหนังชาหนึบ จ่อค้างไว้บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเส้นทางแห่งเซียนนี้ด้วยกันนะครับ
เซียนหนุ่มคลั่งรักกับนางพญาเย็นชา•ตอนที่ 1
ฟื้นคืนชีพในร่างศิษย์สวะ
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มคลั่งรักกับนางพญาเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!