ห้วงมิติรอบกายบิดเบี้ยวจนส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูง ดั่งกระจกแก้วที่ถูกค้อนมหึมาทุบกระแทกจนร้าวราน
กระบี่บินนับหมื่นเล่มแปรสภาพเป็นพายุโลหิตหมุนวน แผดเผาบรรยากาศจนกลายเป็นสีม่วงคล้ำ แรงกดดันระดับเซียนขั้นสมบูรณ์พูนสุขกดทับลงมาจนพื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม ท่ามกลางม่านพายุเพลิงมารที่โหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง ร่างบอบบางในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของมู่หรงเสวี่ยกลับยืนหยัดอย่างโดดเดี่ยว รัศมีกระบี่เหมันต์รอบกายนางริบหรี่ลงทุกขณะ ราวกับเปลวเทียนริบหรี่ท่ามกลางพายุใหญ่
รอยเลือดสีชาดที่มุมปากของนางตัดกับผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบ ยิ่งขับเน้นความงามอันเย็นชาและน่าเวทนาให้เด่นชัดขึ้นไปอีก
"มู่หรงเสวี่ย... เจ้าฝืนวิถีสวรรค์เพื่อปกป้องมดปลวกเช่นมัน ถึงคราวต้องดับสูญแล้ว!"
เสียงคำรามดังก้องกังวานจากเงาร่างมหึมาบนท้องนภา ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งนิกายโลหิตทมิฬแผดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ฝ่ามือยักษ์ที่หลอมรวมจากโลหิตหมื่นศพกดทับลงมาดั่งภูเขาค้ำฟ้า เป้าหมายมีเพียงหนึ่งเดียว... บดขยี้ร่างของสตรีผู้หยิ่งผยองที่สุดแห่งดินแดนประจิมให้แหลกสลายกลายเป็นธุลี
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น มู่หรงเสวี่ยหลับตาลงช้าๆ
ในใจนางหาได้มีความหวาดกลัวต่อความตายไม่ หากแต่มีความอาลัยอาวรณ์สายหนึ่งที่ถูกถักทอขึ้นมาในยามที่ดวงใจถูกเติมเต็มด้วยความอบอุ่น... *ไป๋เฉิน... ข้าไม่อาจเดินเคียงข้างท่านไปจนถึงจุดสูงสุดของวิถีเซียนได้แล้ว*
ทว่า ก่อนที่ฝ่ามือโลหิตจะทาบทับลงมาถึงตัว นางกลับสัมผัสได้ถึงอ้อมแขนที่คุ้นเคย อ้อมแขนที่ทั้งอบอุ่นและทรงพลังอย่างประหลาดโอบกอดร่างของนางเอาไว้แนบแน่น
"ใครบังอาจ... แตะต้องภรรยาของข้า!"
สุ้มเสียงทุ้มนุ่มที่มักจะเอ่ยหยอกเย้านางด้วยความเจ้าสำราญ ในยามนี้กลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งจากขุมนรกภูมิ แฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่สามารถตัดผ่าดาราจักรได้ทั้งดวง
มู่หรงเสวี่ยลืมตาขึ้นอย่างตกตะลึง ภาพที่ปรากฏคือแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้ที่นางพยายามผลักไสให้หนีไปให้พ้นอันตรายเมื่อครู่ ไป๋เฉินยืนหยัดอยู่เบื้องหน้านาง ดวงตาคู่คมกริบเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามเรืองรอง รัศมีปราณกระบี่ไร้ลักษณ์พวยพุ่งทะยานเสียดฟ้า ราวกับมังกรสวรรค์ที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหลอันยาวนาน
"ไป๋เฉิน! เจ้าบ้าไปแล้วหรือ รีบหนีไป!" มู่หรงเสวี่ยส่งเสียงตะโกนแทบไม่เป็นภาษา น้ำเสียงเย็นชาที่ผู้คนต่างหวาดกลัว สั่นเครือด้วยความตื่นตระหนกเป็นครั้งแรกในรอบหลายร้อยปี
ไป๋เฉินไม่หันกลับมามอง นางเพียงสัมผัสได้ถึงมือหนาที่อบอุ่นเอื้อมมาลูบเส้นผมของนางอย่างแผ่วเบา รอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความทะนงตัวถูกยกขึ้น ช่างเจิดจ้าและทรงพลังยิ่งนัก
"เสวี่ยเอ๋อร์... สามีเช่นข้า เป็นจอมยุทธ์ผู้หยิ่งผยองในวิถีกระบี่มาทุกชาติภพ มีหรือจะยอมให้สตรีในดวงใจต้องมาหลั่งเลือดแทน?"
สิ้นคำพูดนั้น ไป๋เฉินก็เงยหน้าขึ้นประสานสายตากับฟ้าดิน
**"ผนึกโลหิตเซียน... แผดเผาเก้าวิญญาณ!"**
*ตูมมมมม!*
พลังปราณสีทองอร่ามระเบิดออกรอบตัวไป๋เฉิน เสียงคำรามดังกึกก้องสะท้านสะเทือนไปถึง九霄 (เก้าชั้นฟ้า) โลหิตสีทองบริสุทธิ์ของมหาเทพกระบี่พวยพุ่งออกจากจุดตันtian (ตันเถียน) เผาไหม้กลายเป็นเพลิงวิเศษเก้าสีที่ลุกโชนท่วมร่าง ผิวหนังของเขาเริ่มปริแตก เผยให้เห็นเส้นโลหิตที่เรืองแสงสีทองเจิดจ้า นี่คือการ "เผาผลาญรากฐานชีวิต" แลกกับพลังในตำนานที่แม้แต่เทพเซียนบนสรวงสวรรค์ยังต้องหวาดผวา
วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ขั้นที่สิบสาม... กระบวนท่าที่สลายได้แม้กระทั่งกฎเกณฑ์แห่งวัฏสงสาร ถูกรวบรวมไว้ที่ปลายนิ้ว
ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งนิกายโลหิตทมิฬที่อยู่กลางอากาศ สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือกในพริบตา ความเย่อหยิ่งทลายลงทันทีเมื่อเผชิญหน้ากับแรงกดดันที่แทบจะฉีกกระชากวิญญาณของเขาให้เป็นจุล "นะ... นี่มันพลังบ้าอะไรกัน! เจ้าไม่ใช่แค่เซียนมนุษย์ธรรมดา!"
"สายไปแล้ว" ไป๋เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความปรานี
นิ้วเรียวยาววาดออกไปกลางอากาศอย่างเชื่องช้า ราวกับกำลังเขียนบทกวีแห่งความตาย
*ฉับพลัน!*
กระบี่บินนับหมื่นเล่มหยุดชะงัก พายุโลหิตสลายกลายเป็นความว่างเปล่า ลำแสงกระบี่สีทองผสมเพลิงเก้าสีพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนฟ้า ตัดผ่านม่านเมฆหนาทึบ ผ่าผืนนطาค.ออกเป็นสองเสี่ยงอย่างงดงามและน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
แสงสว่างเจิดจ้าแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วรัศมีร้อยลี้ เสียงกรีดร้องโหยหวนของผู้อาวุโสโลหิตทมิฬดังขึ้นเพียงชั่วพริบตาก่อนจะเงียบหายไปตลอดกาล พร้อมกับร่างของมันที่ถูกเผาผลาญจนไม่เหลือแม้แต่เศษธุลีในพริบตาเดียว
ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงสะท้อนของสายลมที่พัดพาเถ้าธุลีลอยละล่อง
ไป๋เฉินยืนนิ่งอยู่ชั่วลมหายใจ ร่างกายของเขาโอนเอนอย่างควบคุมไม่ได้ พลังปราณที่ระเบิดออกไปเมื่อครู่ได้ผลาญพลังชีวิตของเขาจนเกือบหมดสิ้น เลือดสีทองไหลรินอาบย้อมอาภรณ์สีขาวจนกลายเป็นสีแดงฉาน ก่อนที่ร่างสูงสง่าจะทรุดฮวบลงสู่อ้อมกอดของมู่หรงเสวี่ยที่พุ่งเข้ามาประคองไว้ทันเวลาพอดี
"ไป๋เฉิน! ไป๋เฉิน!"
มู่หรงเสวี่ยหวีดร้องสุดเสียง หยาดน้ำตาที่นางไม่เคยหลั่งให้ผู้ใดมานานนับร้อยปี ร่วง 1 เผาะลงบนแก้มสากของบุรุษผู้โง่งงคนนี้ นางใช้พลังปราณเหมันต์ทั้งหมดถ่ายเทเข้าไปในร่างของเขาเพื่อรักษาชีวิต แต่มันกลับไร้ผล เพราะเส้นชีพจรและตันเถียนของเขาเสียหายอย่างหนักจากการฝืนใช้พลังเกินขีดจำกัด
ไป๋เฉินแย้มยิ้มจางๆ ฝ่ามือที่เย็นเฉียบเอื้อมขึ้นไปแตะแก้มเนียนของนางอย่างทะนุถนอม ดวงตาที่เคยเปล่งประกายเริ่มหรี่ลง
"เสวี่ยเอ๋อร์... ข้า... ทำสำเร็จแล้วสินะ... เจ้าปลอดภัย... ดีแล้ว..."
"อย่าพูดนะ! ข้าไม่อนุญาตให้ท่านตาย! ท่านเป็นสามีข้า ท่านต้องอยู่กับข้า!" มู่หรงเสวี่ยสั่นเทาไปทั้งร่าง ความเย็นชาทั้งหมดที่มีถูกหลอมละลายจนหมดสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวที่จะสูญเสียเขาไป
ทว่า ในวินาทีที่ลมหายใจของไป๋เฉินกำลังจะขาดห้วง และมู่หรงเสวี่ยกำลังจะระเบิดพลังชีวิตของตนเองเพื่อยื้อลมหายใจเขาไว้...
พื้นศิลาเบื้องล่างที่สงบลงแล้ว กลับสั่นสะเทือนขึ้นมาอีกครั้งอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม!
มิติเบื้องหน้าของทั้งคู่ฉีกขาดออกเป็นรอยแยกสีดำสนิท ไอน้ำสีดำทมิฬพวยพุ่งออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงวิญญาณ... และกลิ่นอายอันคุ้นเคยที่ไป๋เฉินจำได้แม่นยำจากชาติภพก่อน
"ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นภาพความรักที่น่าประทับใจเสียจริง 'มหาเทพไป๋' เจ้าคิดว่าเผาผลาญโลหิตเซียนแล้วจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของข้าได้อย่างนั้นหรือ?"
เงาร่างในชุดเกราะโบราณสีดำสนิทก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ พร้อมกับกระบี่มารที่จ่อตรงมายังร่างของมู่หรงเสวี่ยที่กำลังโอบกอดไป๋เฉินอยู่!
---
**พบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ**
**เพลิงโอสถสวรรค์**
เซียนหนุ่มคลั่งรักกับนางพญาเย็นชา•ตอนที่ 24
พลังเฮือกสุดท้ายเพื่อปกป้องเธอ
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มคลั่งรักกับนางพญาเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!