เปรี้ยง!
อสนีบาตสายที่เก้าฟาดผ่าลงมาจากใจกลางมิติที่ฉีกขาด แรงกดดันระดับมหาเทพเซียนบดขยี้ปฐพีจนยุบตัวลงเป็นหลุมลึกนับร้อยวา คลื่นกระแทกสีทองคำขาวแผ่ขยายออกไปดั่งคลื่นยักษ์สึนามิกลืนกินสรรพสิ่ง ไป๋เฉินยืนหยัดตระหง่านท่ามกลางทะเลเพลิงเก้าสีที่กำลังแผดเผา ร่างกายของเขาร้าวรานดั่งเครื่องกระเบื้องโบราณที่ต้องสายลมพายุ เลือดสีทองเจิดจ้าพรั่งพรูออกจากทวารทั้งเจ็ด แต่นัยน์ตาคู่คมกล้ากลับมิได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความทะนงตนของเจ้าแห่งวิถีกระบี่ผู้ไม่ก้มหัวให้ฟ้าดิน
"ฟ้าดินต้องการปลิดชีพข้า เช่นนั้นก็ลองดูว่ากระบี่ในมือข้า จะผ่าความอยุติธรรมนี้ได้หรือไม่!"
เสียงคำรามของไป๋เฉินสะท้านสะเทือนถึงจิตวิญญาณ กลิ่นอายกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกรอบตัวกลายเป็นพายุศาสตราวุธนับหมื่นเล่มพุ่งสวนขึ้นไปปะทะกับสายฟ้าสวรรค์ที่เหลือรอด แรงระเบิดครั้งนี้รุนแรงเกินกว่าขอบเขตที่มนุษย์จะจินตนาการได้ หุบเขากระบี่เหมันต์ที่เคยปกคลุมด้วยน้ำแข็งหมื่นปีบัดนี้หลอมละลายกลายเป็นทะเลไอหมอกเดือดพล่าน
ทว่า อสนีบาตทัณฑ์สวรรค์ดอกสุดท้ายนี้หาใช่สายฟ้าธรรมดาไม่ แต่มันคือ "อสนีบาตทำลายล้างวิญญาณ" ที่มุ่งหมายทำลายรากฐานเซียนของไป๋เฉินให้สิ้นซาก!
ในเสี้ยววินาทีเป็นตายนั้น ร่างของไป๋เฉินสะท้านเฮือก พลังปราณในตันtian (จุดตันเถียน) แตกซ่าน กายเนื้อที่ผ่านการหลอมด้วยเพลิงโอสถสวรรค์มานับครั้งไม่ถ้วนเริ่มปริแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ความเจ็บปวดระดับฉีกกระชากวิญญาณแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูขุมขน จนกระทั่งเข่าข้างหนึ่งทรุดฮวบลงกระแทกกับพื้นศิลาที่แตกละเอียด
ท่ามกลางม่านควันและเศษซากพลังงานที่ปั่นป่วน ทันใดนั้น... เงาร่างหนึ่งก็พุ่งแหวกอากาศเข้ามาด้วยความเร็วระดับเหนือแสง
*ฟึบ!*
กลิ่นอายความเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งพันปีที่คุ้นเคยโอบล้อมเข้ามาพร้อมกับอ้อมกอดอันสั่นเทา มู่หรงเสวี่ย นางเซียนผู้เคยสง่างาม เย็นชา และไม่เคยชายตามองสิ่งใดในใต้หล้า บัดนี้กลับทิ้งสิ้นซึ่งมาดอันสูงส่ง นางพุ่งเข้ามาใช้ร่างกายอันบอบบางของตนเองรับแรงกระแทกที่เหลือรอดแทนไป๋เฉิน เลือดสีแดงสดกระเซ็นออกจากมุมปากของนาง หยดลงบนอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์จนดูน่าเวทนา
"เจ้า... คนโง่!"
น้ำเสียงของมู่หรงเสวี่ยสั่นเครือจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม ความเย็นชาที่เคยใช้ห่อหุ้มหัวใจมานับร้อยปีบัดนี้พังทลายลงในพริบตา นางใช้สองแขนเรียวดุจหยกขาวโอบกอดแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ของชายหนุ่มแน่น ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยราตุ๊กตากระเบื้องเคลือบเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความตื่นตระหนกและหวาดกลัวเป็นครั้งแรกในชีวิตเซียนของนาง
ไป๋เฉินเบิกตากว้างเล็กน้อย เขารู้สึกได้ถึงไออุ่นจากร่างของนางที่แนบชิดเข้ามา หัวใจที่กำลังเต้นรัวระทึกด้วยพิษบาดแผลกลับอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด ชายหนุ่มฝืนยกมือขึ้นสัมผัสแก้มเนียนนุ่มที่เปื้อนคราบเขม่าและหยาดน้ำตาของนางอย่างแผ่วเบา รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของจอมยุทธ์ผู้ทะนงตน
"เสวี่ยเอ๋อร์... เจ้า... ร้องไห้เพื่อข้าอย่างนั้นหรือ..." ไป๋เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ลมหายใจแผ่วเบาราวกับจะขาดห้วง
"หุบปากเสีย! อย่าพูดมาก อาการบาดเจ็บของเจ้ารุนแรงเกินไปแล้ว!" มู่หรงเสวี่ยตวาดเสียงสั่น นางรีดเร้นพลังปราณเหมันต์บริสุทธิ์ทั้งหมดในร่างเพื่อช่วยกดจุดระงับเลือดที่ไหลไม่หยุดให้กับเขา สองมือของนางเย็นเฉียบจนน่าตกใจ แต่นางกลับพยายามถ่ายเทความอบอุ่นและพลังชีวิตของตนเองให้อย่างไม่คิดชีวิต
ภาพที่นางเซียนผู้สูงศักดิ์ยอมทิ้งศักดิ์ศรีและละทิ้งกฎเกณฑ์แห่งสำนักเพื่อโอบกอดบุรุษผู้หนึ่งไว้แนบอก สร้างความตกตะลึงให้แก่เหล่าผู้อาวุโสและศิษย์ที่แอบซุ่มดูเหตุการณ์อยู่ระยะไกล ทุกคนต่างรู้ดีว่ามู่หรงเสวี่ยคือตัวแทนแห่งความเย็นชาและความไร้หัวใจ แต่ในเวลานี้ นางกลับดูเหมือนหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งที่กำลังจะสูญเสียคนที่รักที่สุดไป
"ข้าไม่เป็นไร..." ไป๋เฉินฝืนยبرอบยิ้ม มือที่เปื้อนเลือดลูบกลุ่มผมนุ่มสลวยของนางเบาๆ "ข้าบอกแล้วอย่างไร... ว่าสวรรค์ยังไม่อยากให้ข้าตาย เพราะมันรู้ว่า... หากข้าตาย ใครจะดูแลเจ้าไปตลอดชีวิตกันเล่า"
"เจ้ายังจะมีอารมณ์มาพูดจาเหลวไหลอีก!" มู่หรงเสวี่ยกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด นางซบใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดของเขา หยาดน้ำตาอุ่นร้อนไหลซึมผ่านเนื้อผ้าเข้าสู่ผิวเนื้อของชายหนุ่ม ความรู้สึกหวาดกลัวว่าจะสูญเสียเขาไปทำให้หัวใจของนางเจ็บปวดราวกับถูกพันด้วยเข็มนับหมื่นเล่ม
ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์และคราบน้ำตา อยู่ๆ ท้องฟ้าที่ควรจะสงบลงหลังผ่านพ้นทัณฑ์สวรรค์ กลับเริ่มคำรามต่ำๆ ขึ้นมาอีกครั้ง!
เมฆทัณฑ์สวรรค์สีดำสนิทที่ควรจะสลายตัวไป กลับก่อตัวหมุนวนเป็นเกลียวพายุขนาดยักษ์อีกครั้งด้วยสีสันที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม—มันคือ "อัสนีเพลิงผลาญวิญญาณเก้าสี" ที่แท้จริง ซึ่งซ่อนอยู่ภายใต้ทัณฑ์สวรรค์เมื่อครู่!
มู่หรงเสวี่ยสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่พุ่งตรงมายังจุดที่พวกเขานั่งอยู่ นางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าด้วยแววตาตื่นตระหนกถึงขีดสุด พลังปราณของนางในตอนนี้ถูกใช้ไปจนเกือบหมดสิ้นจากการปกป้องไป๋เฉิน หากอัสนีเพลิงชุดนี้ฟาดลงมา ทั้งนางและเขาคงต้องดับสูญพร้อมกันในพริบตาเดียวอย่างแน่นอน
"เฉินหลาง..." นางเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ดวงตาสง่างามคู่นั้นฉายแววเด็ดเดี่ยว นางเตรียมจะเผาผลาญพลังจิตวิญญาณทั้งหมดเพื่อสร้างเกราะน้ำแข็งคุ้ม
ทว่า ไป๋เฉินกลับคว้าข้อมือเรียวของนางไว้เสียก่อน
ดวงตาของจอมยุทธ์หนุ่มมิได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีทองเจิดจ้าที่น่าเกรงขามยิ่งกว่าเดิม เขายันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ โดยมีร่างของมู่หรงเสวี่ยประคองอยู่ข้างกาย สายตาดุดันคมปลาบดั่งกระบี่วิเศษที่เพิ่งชักออกจากฝักเงยขึ้นมองท้องฟ้าเบื้องบน
"เสวี่ยเอ๋อร์ เชื่อใจข้าหรือไม่?"
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอמהกระซิบข้างหูกลางพายุโหมกระหน่ำ ก่อนที่ไป๋เฉินจะสะบัดมือขวาเรียก "กระบี่เพลิงโอสถสวรรค์" กลับมาอยู่ในมืออีกครั้ง พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความท้าทาย
และในวินาทีที่อัสนีเพลิงเก้าสีพุ่งผ่าลงมาทำลายล้าง มิติเบื้องหน้าของพวกเขาก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยพลังงานปริศนา พร้อมกับเงาร่างของบุคคลผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติด้วยแววตาเยียบเย็นและคำพูดที่ทำให้หัวใจของคนฟังต้องหยุดเต้น—
...แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ...
เพลิงโอสถสวรรค์
เซียนหนุ่มคลั่งรักกับนางพญาเย็นชา•ตอนที่ 15
อ้อมกอดจากนางพญา
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มคลั่งรักกับนางพญาเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!