เซียนหนุ่มคลั่งรักกับนางพญาเย็นชา•ตอนที่ 22

ราชันย์ปีศาจปรากฏกาย

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
“เปรี้ยง—!” เสียงสายฟ้าสีชาดผ่าทะลวงลงมาจากท้องนภาที่บิดเบี้ยวเป็นเกลียวคลื่น อัคคีทมิฬแผดเผาผืนปฐพีจนหลอมละลายกลายเป็นลาวาเดือดพล่าน ใจกลางแดนลับแลโบราณ อณูพลังปราณฟ้าดินปั่นป่วนราวกับมหาสมุทรคลั่ง มรดกแห่งบรรพกาลกำลังจะตื่นจากการหลับใหล ไป๋เฉินยืนตระหง่านอยู่บนยอดศิลาจารึก ร่างกายของเขาปกคลุมด้วยอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ที่สะบัดพลิ้วไหวตามแรงลมปราณ ดวงตาคู่นคมกริบราวกับกระบี่วิเศษที่ซ่อนคมอยู่ในฝัก มองตรงไปยังเบื้องหน้าด้วยแววตาที่เยือกเย็นและลึกล้ำเกินกว่าจะหยั่งถึง เบื้องหลังของเขาไม่ไกลนัก ร่างระหงของมู่หรงเสวี่ยยืนสง่างามดั่งเทพเซียนผู้สูงส่ง นางในอาภรณ์สีฟ้าครามดั่งน้ำแข็งพันปี ไอปราณเย็นเยียบแผ่ออกมาจากร่างจนหยาดน้ำค้างรอบกายกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีเงินยวง ดวงตาคู่สวยที่ปกติมักจะเย็นชาดั่งไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับฉายแววกังวลยามมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้เป็นดั่งฟ้าดินของนาง "ไป๋เฉิน..." น้ำเสียงไพเราะดั่งระฆังแก้วแต่เยียบเย็นเอ่ยขึ้นเบาๆ ท่ามกลางเสียงคำรามของสายฟ้า "พลังของมรดกนี้... กำลังสั่นคลอนผนึกโบราณ ข้าสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่น่าสะพรึงกลัวกำลังคืบคลานเข้ามา" ไป๋เฉินไม่หันกลับไปมอง แต่ริมฝีปากหยักลึกกลับแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความทะนงตนและท้าทาย "ปล่อยให้มันมาเถอะ เสวี่ยเอ๋อร์" ไป๋เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าทรงพลัง "ไม่ว่าเงาอดีตชาติใด หรือเศษซากเดนตายจากยุคบรรพกาลหน้าไหน หากมันกล้าขวางทางที่เราจะก้าวเดิน... กระบี่ในมือข้า ย่อมพร้อมที่จะตัดหัวพวกมันให้หลุดจากบ่าอีกครา" สิ้นคำพูดของเขา เปลวเพลิงเก้าสีก็พวยพุ่งออกจากฝ่ามือ ร่างกายของไป๋เฉินเปล่งประกายแสงเจิดจ้าหลอมรวมกับอักขระเวทโบราณที่ลอยวนเวียนอยู่กลางอากาศ การรับมรดกสวรรค์ดำเนินมาถึงช่วงเวลาชี้ชะตา หากสำเร็จ เขาจะทะยานสู่ขอบเขตที่แท้จริง แต่วิถีแห่งฟ้าดินย่อมไม่เคยยินยอมให้ผู้ใดก้าวข้ามมันไปได้โดยง่าย ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าที่คำรามด้วยเสียงอสุนีบาตก็พลันเงียบสงบลงอย่างน่าประหลาด ความเงียบงันที่เข้าปกคลุมนั้นน่าอึดอัดเสียยิ่งกว่าพายุโหมกระหน่ำ อากาศรอบตัวกลายเป็นสีดำสนิทราวกับถูกกลืนกินด้วยความมืดมิด *ครืนนน...* มิติเบื้องหน้าบิดเบี้ยวเป็นรอยแยกขนาดใหญ่ เมฆหมอกสีเลือดไหลทะลักออกมาจากรอยแยกนั้น กลิ่นอายความตายและกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วสารทิศ แรงกดดันระดับราชันย์ที่ทำให้แม้แต่ผู้บรรเพ็ญเพียรขอบเขตวิญญาณยังต้องเข่าอ่อนแผ่ซ่านกดทับลงมา มู่หรงเสวี่ยหน้าถอดสีเล็กน้อย กระบี่เหมันต์ในมือสั่นระริก นางก้าวเท้าขึ้นมาเคียงข้างไป๋เฉินทันที ไอปราณเย็นจัดระเบิดออกเพื่อต้านทานแรงกดดันนั้น "นี่มัน... กลิ่นอายนี้... เป็นไปไม่ได้!" เงาร่างมหึมาปรากฏขึ้นจากความมืดมิด ร่างนั้นสูงใหญ่ราวกับภูเขา สวมชุดเกราะกระดูกมารสีดำทมิฬที่สลักด้วยอักขระวิญญาณนับพัน ดวงตาทั้งคู่ลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีเขียวมรกตที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองและความบ้าคลั่ง สันฐานและกลิ่นอายเช่นนี้... ไม่มีทางที่ไป๋เฉินจะจำผิดคน "ราชันย์ปีศาจหมื่นลี้..." ไป๋เฉินพึมพำออกมาเบาๆ แววตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย รังสีฆ่าฟันพวยพุ่งออกจากร่างจนบรรยากาศรอบตัวสั่นสะท้าน "เจ้าสุนัขรับใช้แห่งแดนปีศาจ... ดูท่าความตายในอดีตชาติยังไม่ทำให้เจ้าจดจำสินะ ถึงได้กล้าตามมาเห่าหอนถึงที่นี่อีก" เงาร่างมหึมาหัวเราะลั่น เสียงหัวเราะดั่งฟ้าผ่าสะเทือนเลื่อนลั่นจนพื้นดินแตกเป็นเสี่ยงๆ "ฮ่าๆๆๆ! ไป๋เฉิน! มหาเทพผู้ทะนงตัว! เจ้าคิดว่าการกลับชาติมาเกิดจะช่วยให้เจ้าหลุดพ้นจากเงื้อมมือของพวกเราได้งั้นรึ? ร่างเนื้อของเจ้าในชาตินี้ช่างอ่อนแอนัก! วันนี้ ข้า... ราชันย์ปีศาจหมื่นลี้ จะฉีกกระชากวิญญาณของเจ้าและสตรีข้างกายเจ้าให้แหลกเป็นจุล ชดใช้กับสิ่งที่เจ้าเคยทำไว้เมื่อหมื่นปีก่อน!" ราชันย์ปีศาจไม่รอช้า มันเงื้อมือที่ปกคลุมด้วยกรงเล็บปีศาจมหึมา ตบลงมายังจุดที่ไป๋เฉินและมู่หรงเสวี่ยยืนอยู่ทันที พลังปราณสีดำทมิฬก่อตัวเป็นฝ่ามือมารผ่าปฐพี แรงกระแทกนี้เพียงพอที่จะทำให้ภูเขาพังทลายได้ในพริบตา "ระวัง!" มู่หรงเสวี่ยตะโกนลั่น ร่างของนางวูบไหวราวกับภาพมายา กระบี่เหมันต์ในมือตวัดวาดออกเป็นม่านน้ำแข็งเก้าชั้นเพื่อต้านทานการโจมตี *ตูมมมม!* แรงปะทะรุนแรงจนเกิดคลื่นกระแทกแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง ม่านน้ำแข็งของมู่หรงเสวี่ยแตกละเอียดในพริบตา ร่างของนางกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว มุมปากมีโลหิตสีแดงสดไหลซึมออกมาเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยฉายแววดุดัน นางสะบัดข้อมือเตรียมจะพุ่งเข้าไปประจันหน้า แต่ทว่า... มีมือหนาข้างหนึ่งเอื้อมมาแตะที่ไหล่ของนางเบื้องหลัง ไป๋เฉินดึงร่างของนางเข้ามาโอบไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม กลิ่นอายอันอบอุ่นและมั่นคงแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา ทำให้ความตื่นตระหนกในใจของมู่หรงเสวี่ยสงบลงทันที นางเงยหน้าขึ้นมองบุรุษผู้เป็นที่รัก พบว่าดวงตาของเขานั้นไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเยือกเย็นดั่งห้วงน้ำลึกและความคลั่งแค้นที่ถูกกดทับไว้ "เสวี่ยเอ๋อร์ เจ้าพักผ่อนก่อน" ไป๋เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่อัดแน่นด้วยอำนาจเด็ดขาด "หนี้เลือดเมื่ออดีตชาติ... ถึงเวลาที่ต้องชำระบัญชีกันเสียที" พูดจบ ไป๋เฉินก็ก้าวเท้าออกไปข้างหน้าเพียงก้าวเดียว ร่างของเขาลอยขึ้นสู่กลางอากาศเผชิญหน้ากับราชันย์ปีศาจหมื่นลี้ที่ใหญ่โตกว่านับร้อยเท่า มือขวาแบออก เพลิงวิเศษเก้าสีลุกโชนขึ้นบนฝ่ามือ เสียงคำรามของมังกรและหงส์เพลิงดังสะท้อนก้องกาลเวลา ราชันย์ปีศาจหรี่ตามองด้วยความหวาดระแวงเล็กน้อยเมื่อเห็นเปลวเพลิงนั้น แต่มันก็แค่นเสียงหัวเราะเยาะ "เด็กน้อย เจ้าคิดว่าด้วยพลังขอบเขตปัจจุบันของเจ้า จะทำอะไรข้าได้งั้นรึ?" ไป๋เฉินแย้มยิ้ม มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่ทรงเสน่ห์และอันตรายถึงชีวิต ดวงตาดำสนิทเปลี่ยนเป็นประกายสีทองเจิดจ้า "ข้าไม่ได้จะทำอะไรเจ้า..." ไป๋เฉินกระซิบเบาๆ แต่เสียงนั้นกลับก้องกังวานอยู่ในจิตวิญญาณของสิ่งมีชีวิตทุกตนในรัศมีพันลี้ "แต่ข้าจะส่งเจ้า... กลับสู่ขุมนรกที่เจ้าจากมาตราบนิรันดร์" กระบี่บินนับหมื่นเล่มปรากฏขึ้นรอบตัวเขา ท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามและเพลิงเก้าสีที่แผดเผาทุกสรรพสิ่ง แรงกดดันที่แท้จริงของมหาเทพผู้กลับชาติมาเกิดระเบิดออกจนมิติรอบตัวปริร้าว ทว่า... ในวินาทีที่ไป๋เฉินกำลังจะตวัดมือซัดกระบี่ออกไป จู่ๆ รอยแยกมิติเบื้องหลังราชันย์ปีศาจก็ขยายตัวกว้างขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเงาร่างที่สาม... เงาร่างที่ทรงพลังยิ่งกว่า ปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ทำให้โลหิตในกายของไป๋เฉินแทบจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง! แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ เพลิงโอสถสวรรค์
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มคลั่งรักกับนางพญาเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%