"รอยแยกมิติเบื้องหน้านี้... หาใช่ทางออกไม่ แต่มันคือปากอสูรที่อ้าคอยกลืนกินวิญญาณผู้ไร้ค่าต่างหาก"
สุ้มเสียงทุ้มนุ่มทว่าเจือกระแสความเยียบเย็นดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดอันเวิ้งว้าง ไอร้อนระอุของเปลวเพลิงเก้าสีสะท้อนวับวาวบนใบหน้าคมคายของบุรุษผู้ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ไป๋เฉินกระชับกระบี่บินในมือแน่น พลังปราณระดับจักรพรรดิเทพแผ่ซ่านออกมาราวกับคลื่นพายุหมุนที่พร้อมจะฉีกกระชากห้วงอากาศให้ขาดวิ่น
รอบกายของเขากลุ่มหมอกสีดำทมิฬและอักขระโบราณนับหมื่นตัวกำลังหมุนวนเป็นค่ายกลปิดตาย พวกเขาหลงเข้ามาใน "ค่ายกลกลืนนภา" มิติพิศวงที่สืบทอดมาจากยุคบรรพกาล แรงกดดันจากอาคมโบราณนี้หนักอึ้งราดรดลงมาดั่งภูเขาห้าขุนเขา ทว่าแววตาของไป๋เฉินมิได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความท้าทายและห่วงใยระคนกัน ส่งผ่านไปยังสตรีผู้ยืนเคียงข้าง
มู่หรงเสวี่ย นางเซียนแห่งหุบเขากระบี่เหมันต์ ใบหน้างามล้ำเลิศไร้ที่ติยังคงเรียบเฉยราดน้ำแข็ง ทว่าอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางบัดนี้กลับชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อบางเบาจากพิษความร้อนของค่ายกล ไอรေนเหมันต์พันปีรอบตัวนางกำลังสั่นระริก ปะทะกับเพลิงวิเศษของไป๋เฉินจนเกิดเสียงดังสัปประดน 'ซ่า... ซ่า...' คล้ายน้ำเดือดราดลงบนแผ่นศิลาศิวะ
"อย่ามาทำเป็นพูดมาก ไป๋เฉิน..." มู่หรงเสวี่ยเอ่ยเสียงเรียบ กระบี่เยือกแข็งในมือสั่นระริกด้วยความโกรธปนระอา "หากเจ้ายังมัวแต่เอ่ยวาจาเหลวไหล เกรงว่าพวกเราคงได้กลายเป็นเถ้าธุลีฝังรากลึกอยู่ ณ ดินแดนรกร้างแห่งนี้ก่อนจะได้บรรลุวิถีเซียนขั้นสูงสุดเป็นแน่"
แม้ปากจะเอ่ยวาจาเย็นชา ทว่าดวงตาคู่สวยของนางกลับแอบเหลือบมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้นี้ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ในยุทธภพนี้มีผู้ใดบ้างกล้าอาจหาญถึงขนาดใช้ร่างเนื้อเข้าค้ำยันค่ายกลบรรพกาลเพื่อปกป้องนาง? มีเพียงเขา... ไป๋เฉิน สามีผู้คลั่งรักและเอาแต่ใจตนเองผู้นี้เท่านั้น
"ฮ่าๆๆ! เสวี่ยเอ๋อร์ของข้า ต่อให้ฟ้าดินล่มสลาย หรือห้วงมิติพังทลายลงตรงหน้า ขอเพียงเจ้ายังอยู่เคียงข้าง ข้า... ไป๋เฉินผู้นี้ จะใช้กระบี่เล่มนี้แหละแหวกสวรรค์เปิดทางให้เจ้าดูเอง!"
สิ้นเสียงคำรามก้อง ไป๋เฉินพลانระเบิดพลังปราณโอสถเพลิงเก้าสีออกมาจนถึงขีดสุด เปลวเพลิงสีรุ้งเจิดจ้าแผดเผาความมืดมิดรอบกายจนสว่างวาบราวกับกลางวัน อุณหภูมิในค่ายกลพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าสะพรึงกลัว อักขระโบราณสีดำที่ตรึงพวกเขาไว้เริ่มส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับมีชีวิต เมื่อถูกเพลิงวิเศษหลอมละลายจนเกิดรอยร้าว
"มัวรออะไรอยู่เล่า! ผสานกระบี่เหมันต์ของเจ้าเข้ากับเพลิงวิเศษของข้าเสีย! นี่คือจังหวะเดียวที่เราจะทำลายแก่นค่ายกลได้!" ไป๋เฉินตวัดสายตาคมกริบมายังนาง พร้อมกับตบผนผนึกโอสถลงบนพื้นดิน เม็ดยาโอสถระดับนภาเก้าเม็ดพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แปลงร่างเป็นมังกรเพลิงคำรามก้องฟ้าดิน
มู่หรงเสวี่ยไม่ลังเลแม้แต่น้อย นางประสานมือเข้าหากัน พลังปราณน้ำแข็งเหมันต์พันปีระเบิดออกจากร่างราวกับดอกบัวน้ำแข็งนับพันกลีบ พลังหยินและหยาง ความร้อนและไอเย็น หลอมรวมเข้าด้วยกันกลางอากาศ เกิดเป็นพายุหมุนเกลียวพลังงานที่ทรงพลังถึงขีดสุด
"เคล็ดวิชากระบี่เหมันต์สะท้านฟ้า... มังกรน้ำแข็งกลืนตะวัน!"
ร่างเพรียวระหงของนางพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเคียงคู่ไปกับไป๋เฉิน กระบี่ในมือสาดแสงประกายสีครามตัดผ่านความมืดมิด ประสานกับพลังเพลิงเก้าสีของไป๋เฉินจนเกิดเป็นกระแสพลังทำลายล้างที่น่าตื่นตะลึง คมกระบี่พุ่งเข้าปักทะลวงใจกลางแก่นอักขระของค่ายกลโบราณอย่างแม่นยำ
*เปรี้ยง! ตูมมมม!*
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวราวกับโลกแตก แรงกระแทกสะท้อนกลับจนกระอักเลือดทั้งคู่ มู่หรงเสวี่ยเซถลาถอยหลัง ร่างบางเกือบจะร่วงหล่นลงไปในรอยแยกมิติเบื้องล่าง ทว่าเอวบางกลับถูกวงแขนแข็งแกร่งของไป๋เฉินคว้าเอาไว้ได้ทันท่วงที ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนของนาง ทำให้นางเผลอใจเต้นระรัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ค่ายกลโบราณแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ แสงสว่างจ้าสาดส่องลงมาจากเบื้องบน เปิดเผยให้เห็นทางออกที่อยู่เบื้องหน้า ทว่า... ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้ผ่อนลมหายใจแห่งความโล่งอก บรรยากาศรอบกายกลับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไอร่มรื่นของป่าเขาถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายโลหิตที่เข้มข้นจนน่าสะอิดสะเอียน
เงาร่างนับร้อยสายปรากฏขึ้นขวางทางออก เงื่อนงำอันดำมืดที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ค่ายกลโบราณหาใช่ความบังเอิญไม่!
กลางกลุ่มเงาทมิฬเหล่านั้น บุรุษในชุดคลุมสีทองปักลายอีกาดำผู้หนึ่งก้าวเท้าออกมา ชายหนุ่มผู้นั้นแย้มยิ้มเยือกเย็น ดวงตาสีเพลิงจ้องมองมาที่มู่หรงเสวี่ยด้วยความกระหายใคร่ "ไม่นึกเลยว่า... เจ้าสำนักกระบี่เหมันต์ผู้สูงส่ง จะยอมลดตัวมาติดกับดักมิติอสูรเพื่อสตรีและบุรุษหน้าโง่เช่นนี้..."
ไป๋เฉินหรี่ตาลง รังสีฆ่าฟันพุ่งทะยานออกจากร่างทันที มือขวากระชับด้ามกระบี่แน่น รอยยิ้มเหยียดหยันผุดขึ้นที่มุมปาก
"ที่แท้ก็คือสุนัขรับใช้ที่หลบซ่อนอยู่ในเงา... เจ้าคิดว่าพวกมันจะหยุดข้าได้งั้นหรือ?"
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่คมกระบี่เล่มแรกจะปะทะกัน ความจริงอันน่าตกตะลึงก็ถูกเปิดเผย เมื่อบุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหลังชายชุดทองผู้นั้น ถอดผ้าคลุมหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้มู่หรงเสวี่ยต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนสิ้นสติ!
...แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
เพลิงโอสถสวรรค์
เซียนหนุ่มคลั่งรักกับนางพญาเย็นชา•ตอนที่ 21
กับดักมิติอสูร
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มคลั่งรักกับนางพญาเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!