"เจ้าจงใจให้กลิ่นหอมของโอสถกระตุ้นปราณฟุ้งกระจายเช่นนี้... คิดจะล่อแมลงเม่าให้บินเข้ากองเพลิงหรืออย่างไรกัน?"
สุ้มเสียงเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ฤดูดังขึ้นแผ่วเบาข้างหู ไป๋เฉินมิได้หันไปมอง ทว่ามุมปากกลับปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ มือแกร่งยังคงบรรจงใช้นิ้วคีบสมุนไพรหายากหย่อนลงในเตาหลอมโอสถที่สั่นไหวด้วยเพลิงเก้าสีที่กำลังเต้นระบำอยู่ภายใน
"แมลงเม่าตัวนี้อ้วนพีเกินไปครับ เสวี่ยเอ๋อร์ หากข้าไม่ลงมือจัดการเสียบ้าง เกรงว่าคืนนี้เราคงนอนหลับไม่สนิท"
มู่หรงเสวี่ยหรี่ตาคมกริบดุจกระบี่มองไปยังเงามืดเบื้องนอกค่ายพัก นางพญาแห่งหุบเขากระบี่เหมันต์ขยับกายเพียงเล็กน้อย ปราณกระบี่เยือกแข็งก็แผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง สร้างอาณาเขตที่แม้แต่อากาศก็กลายเป็นน้ำแข็ง ทว่าในวินาทีนั้นเอง กลิ่นอายสังหารที่ซ่อนเร้นอย่างแนบเนียนก็พุ่งปะทะเข้ามาจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
เงาดำสายหนึ่งพุ่งวาบผ่านแสงจันทร์ คมดาบอาบยาพิษสีเขียวมรกตแหวกอากาศเข้ามาด้วยท่วงท่าที่ไร้สุ้มเสียง นี่คือยอดฝีมือจากสำนักมาร 'เงาโลหิต' ผู้มีฉายาว่า 'นักฆ่าไร้เงา' ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการลอบสังหารจอมยุทธ์ระดับสูงมานับไม่ถ้วน
*ฉึก!*
เสียงอาวุธลับกระทบเกราะปราณป้องกันที่ไป๋เฉินสร้างขึ้นไว้เบาบางราวกับรอยร้าวบนผิวน้ำ แต่ทว่า... สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาไม่ใช่ร่างของไป๋เฉินที่ล้มลง แต่เป็นภาพติดตาที่ค่อยๆ จางหายไป
"วิชาเคลื่อนย้ายเงาเทวะ? ฝีมือเจ้ายังอ่อนหัดนัก"
เสียงของไป๋เฉินดังมาจากด้านหลังของมือสังหาร ท่วงท่าของเขาช่างดูเรียบง่าย ราวกับก้าวเดินยามเช้า มิได้มีรังสีอำมหิตท่วมท้น ทว่าในมือของเขากลับปรากฏกระบี่ที่หลอมขึ้นจากเศษเสี้ยวของเพลิงเก้าสี แสงสีรุ้งวูบไหวผ่านม่านราตรีเพียงชั่วพริบตา
*ฉับ!*
ไม่มีเสียงหวีดหวิวของอาวุธ ไม่มีเสียงปะทะกันของลมปราณ มีเพียงเสียงหยดน้ำที่กระทบลงบนใบไม้แห้ง เงาดำที่พุ่งเข้ามาเมื่อครู่หยุดชะงัก รอยแผลจางๆ ปรากฏขึ้นที่ลำคอของมัน ก่อนที่ศีรษะจะร่วงหล่นลงสู่พื้นดินอย่างไร้สุ้มเสียง มือสังหารมารผู้นี้ตายก่อนที่จะทันได้อุทานชื่อของตัวเองด้วยซ้ำ
ไป๋เฉินสะบัดกระบี่เบาๆ เพลิงเก้าสีมอดดับลงราวกับไม่เคยมีอยู่ เขาหันกลับมามองมู่หรงเสวี่ยด้วยสายตาเปี่ยมรัก ก่อนจะนั่งลงข้างกายพญาเย็นชาผู้นี้อย่างเป็นธรรมชาติ
"จัดการมดปลวกเสร็จแล้ว ตอนนี้เรามาคุยเรื่อง... โอสถกระชับใจกันต่อดีกว่านะครับ เสวี่ยเอ๋อร์"
มู่หรงเสวี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้ใบหน้าจะยังคงเรียบเฉยทว่าแววตาที่มองบุรุษตรงหน้ากลับมีความอ่อนโยนที่นางเองก็ไม่เคยคิดว่าจะมีให้ใคร "เจ้าเล่นสนุกเกินไปแล้ว ไป๋เฉิน หากสำนักมารรู้ว่าเจ้าเป็นผู้สกัดสมุนไพรห้าธาตุได้ พวกมันจะไม่ส่งมาเพียงแค่คนเดียว"
"ข้าต้องการให้พวกมันมา" ไป๋เฉินกล่าวพลางขยับเข้าไปใกล้ จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมเย็นจากกายของนาง "เพราะยิ่งพวกมันส่งคนมาตายที่นี่มากเท่าไหร่ ชื่อเสียงของสำนักกระบี่เหมันต์และชื่อของข้าก็จะยิ่งถูกจารึกไว้ในยุทธภพมากขึ้นเท่านั้น และที่สำคัญ..."
เขาลดเสียงลงจนเกือบเป็นกระซิบ "ข้าต้องการเวลาสร้างกองกำลังที่แข็งแกร่งพอจะปกป้องเจ้า... จากทุกสรรพสิ่ง"
ขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างหวานล้ำ ทันใดนั้น กระบี่ที่ปักอยู่ข้างกายมู่หรงเสวี่ยพลันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง มันส่งเสียงก้องกังวานราวกับรับรู้ถึงหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามา ไป๋เฉินขมวดคิ้วแน่น เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคย... กลิ่นอายที่เขาเคยสังหารไปเมื่อชาติภพก่อน
"นั่นไม่ใช่พวกสำนักมารระดับปลายแถว" ไป๋เฉินเงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้าที่บัดนี้มืดมิดไร้แสงจันทร์ "แต่มันคือ... สาส์นท้าทายจาก 'เจ้าสำนักมาร' ที่แท้จริง"
เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับร้อยคู่ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากรอบทิศทาง ค่ายพักที่เคยเงียบสงบพลันถูกล้อมด้วยแสงคบเพลิงนับร้อยที่จุดขึ้นพร้อมกันท่ามกลางความมืดมิด และในจุดที่สูงที่สุดของเนินเขา บุรุษในชุดคลุมสีดำสนิทที่มีลายปักรูปหัวกะโหลกสีทองกำลังยืนจ้องมองลงมาที่พวกเขาด้วยดวงตาที่ปราศจากความรู้สึก
"ไป๋เฉิน... ในที่สุดข้าก็หาเจ้าจนพบ" บุรุษลึกลับกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อากาศรอบกายบิดเบี้ยว "คืนนี้ มิใช่การลอบสังหาร แต่มันคือวันตายของเจ้าและนางเซียนผู้นี้!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพและร่วมลุ้นไปกับความรักที่เหนือลิขสิทธิ์ฟ้าดินนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ... "เพลิงโอสถสวรรค์"
เซียนหนุ่มคลั่งรักกับนางพญาเย็นชา•ตอนที่ 12
การลอบสังหารกลางดึก
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มคลั่งรักกับนางพญาเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!