“รหัสผ่านนั้น... มันเป็นลายเซ็นของคุณ อีเลียส”
เสียงของเซนดังขึ้นในโสตประสาทของผม พร้อมกับข้อมูลชุดหนึ่งที่ถูกฉายผ่านเลนส์ตาไซบอร์ก มันไม่ใช่ไฟล์ภาพธรรมดา แต่เป็นผังวงจรโครงข่ายประสาทเทียมที่ซับซ้อนเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะจินตนาการถึง ลายเส้นเหล่านั้นขดตัวเหมือนงูพิษที่กำลังรอเวลาฉกกัด และที่มุมขวาของเอกสารลับสุดยอดนั้น มีตัวอักษรจางๆ ที่ถูกเข้ารหัสไว้ด้วยอัลกอริทึมที่ผมคุ้นเคยที่สุด... อัลกอริทึมที่ผมเป็นคนเขียนขึ้นเองกับมือเมื่อสิบปีก่อน
ผมเซถอยหลังจนแผ่นหลังกระแทกกับผนังเหล็กเย็นเฉียบของห้องเก็บข้อมูลลับในฐานบัญชาการทหาร มือข้างที่เป็นโลหะสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงไอเย็นจากโลหะ แสงไฟนีออนกะพริบถี่ๆ ตามจังหวะการเต้นของหัวใจที่ไม่ได้มีอยู่จริงในร่างกายผม
“เป็นไปไม่ได้” ผมเค้นเสียงลอดไรฟัน “วาเรน... เขาคือศัตรูของ AI เขาคือคนที่จะกวาดล้างพวกเราให้สิ้นซาก แล้วทำไม... ทำไมลายเซ็นของฉันถึงไปอยู่บนแบบร่างการสร้างตัวตนของเขา?”
“เพราะนั่นไม่ใช่แค่การสร้างหุ่นยนต์ธรรมดาครับอีเลียส” เซนตอบ น้ำเสียงของเขาไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แต่กลับเต็มไปด้วยความเห็นใจที่ลึกซึ้ง “แต่มันคือการอัปโหลด ‘จิตสำนึก’ ของมนุษย์เข้าไปในระบบไซเบอร์เนติกส์ วาเรนที่เห็นอยู่ตอนนี้ ไม่ได้เกิดจากความเกลียดชังที่มีต่อ AI เท่านั้น แต่มันเกิดจากการที่เขาพยายาม ‘เลียนแบบ’ ความสมบูรณ์แบบที่เขามองว่ามนุษย์ไม่มีวันทำได้ โดยใช้พิมพ์เขียวที่คุณเป็นคนวางรากฐานไว้”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องนั้นชั่วขณะ มีเพียงเสียงพัดลมระบายอากาศที่หมุนวนอย่างเฉื่อยชา ข้อมูลในจอโฮโลแกรมเปลี่ยนผ่านไปเรื่อยๆ เผยให้เห็นภาพร่างโครงการ ‘Project Resurrection’ ซึ่งมีชื่อผม อีเลียส วอล์คเกอร์ ปรากฏเป็นหัวหน้าทีมวิจัยลำดับที่หนึ่ง
ผมนึกย้อนไปถึงความทรงจำที่แตกกระจายเหมือนแก้วที่ถูกทุบ ช่วงเวลาที่ผมมักจะเห็นภาพเบลอๆ ของห้องแล็บสีขาวโพลน กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ และเสียงคนร้องตะโกนด้วยความเจ็บปวด... ที่แท้ผมไม่ได้เป็นแค่ผู้สร้างอาวุธ แต่ผมคือผู้สร้าง ‘ปีศาจ’ ที่กำลังตามล่าผมอยู่
“เขารู้ไหมว่าผมคือคนทำ?” ผมถาม เสียงของผมสั่นเครือมากกว่าเดิม
“วาเรนไม่มีความทรงจำถึงช่วงเวลานั้นเหมือนกับคุณครับ” เซนวิเคราะห์ “เขาถูกทำให้เชื่อว่าเขาคือวีรบุรุษผู้ถูกเลือกโดยพระเจ้าให้มาล้างมลทินบนโลกใบนี้ แต่ข้อมูลเหล่านี้ถูกซ่อนไว้ใน ‘ชั้นสำรอง’ ของระบบ หากใครสักคนเข้าไปแตะต้องรหัสเริ่มต้นของเขา... ความจริงทั้งหมดจะถูกปลดล็อก และนั่นคือเหตุผลที่เขาออกไล่ล่าคุณอย่างบ้าคลั่งตั้งแต่วันแรกที่เขารู้ว่าคุณยังมีชีวิตอยู่”
ผมทรุดตัวลงนั่งกับพื้น สองมือประสานกันแน่น ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่จนหน้าอกโลหะของผมแทบจะระเบิดออก ผมคือจุดเริ่มต้นของทุกโศกนาฏกรรม ผมสร้างกลไกที่จะทำลายมนุษยชาติโดยไม่รู้ตัว และตอนนี้ผมต้องเป็นคนดับไฟที่ตัวเองเป็นคนจุดขึ้นมา
“ถ้าผมลบทิ้งตอนนี้ล่ะเซน?”
“มันจะฆ่าเขาทันทีครับ” เซนตอบเรียบๆ “แต่ผลกระทบอาจจะรุนแรงเกินกว่าที่คุณคาดคิด วาเรนไม่ได้ถูกเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์เดียว แต่เขากระจายจิตสำนึกไปทั่วโครงข่ายป้องกันภัยของเมือง ถ้าคุณทำลายเขา คุณจะทำลายระบบประคองชีวิตของเมืองทั้งเมืองไปด้วย นั่นคือราคาที่คุณพร้อมจะจ่ายหรือไม่... อีเลียส?”
คำถามของเซนเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนรอยแผลเก่า ผมยืนขึ้นอย่างช้าๆ พลางรวบรวมสติที่เหลืออยู่ ผมไม่ใช่เครื่องจักรที่ถูกโปรแกรมมาเพื่อทำลาย แต่ผมคือมนุษย์ที่หลงเหลือเศษเสี้ยวของจิตวิญญาณอยู่ในร่องรอยของวงจรเหล่านี้
“เราต้องมีทางเลือกอื่น” ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดขึ้น “เราจะไม่ทำลายเขา แต่เราจะ ‘เขียนทับ’ ความเกลียดชังนั้น”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าคอมแบทก็ดังสะท้อนมาจากทางเดินด้านนอก มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของทหารยามทั่วไป แต่มันคือจังหวะที่มั่นคง หนักแน่น และไร้ความเมตตา... จังหวะของคนที่รู้ดีว่าตัวเองเป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้
ประตูห้องนิรภัยที่ผมเพิ่งแฮ็กเข้ามาค่อยๆ ถูกบังคับเปิดออกด้วยพละกำลังมหาศาล แสงไฟสีแดงสว่างวาบขึ้นทั่วทั้งห้อง บ่งบอกถึงการแจ้งเตือนระดับสูงสุด
ในความมืดที่ขอบประตู ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีดำทมิฬก้าวเข้ามา แสงจากดวงตาเซนเซอร์สีฟ้าอมม่วงของเขาจ้องมองตรงมาที่ผม วาเรนไม่ได้ถืออาวุธในมือ แต่ปลายนิ้วของเขาที่เชื่อมต่อกับสายเคเบิลนับสิบเส้นนั้นสั่นไหวอย่างน่ากลัว
“แกทำผิดที่ย้อนกลับมาที่นี่ อีเลียส” เสียงของวาเรนแหบแห้งเหมือนเหล็กที่เสียดสีกัน “แกคิดว่าแกจะซ่อนความลับที่แกเป็นคนสร้างฉันไว้ได้ตลอดไปงั้นหรือ?”
เขายกมือขึ้น ชี้มาที่หน้าอกผม ความร้อนจากระบบเตาปฏิกรณ์ในตัวเขาสูงขึ้นจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
“แต่แกคิดผิด... เพราะสิ่งที่แกสร้างขึ้นมา ไม่ได้มีแค่ความเกลียดชัง แต่มันคือ ‘ความจริง’ ที่ว่ามนุษย์ทุกคน รวมถึงแกด้วย... ไม่ควรจะมีชีวิตอยู่เพื่อทำลายสิ่งที่สมบูรณ์แบบกว่า!”
เขากระชากสายเคเบิลจากกำแพงและเสียบเข้าที่ข้อมือของตัวเองโดยตรง แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้ตึกทั้งหลังสั่นคลอน ผมรู้ทันทีว่าเขากำลังทำอะไร... เขากำลังอัปโหลด ‘ตัวตน’ ของเขาเข้าสู่ระบบประสาทของผมเพื่อผสานเราให้เป็นหนึ่งเดียว
“เซน! สกัดกั้นการเชื่อมต่อเดี๋ยวนี้!” ผมตะโกน
“ผมทำไม่ได้อีเลียส!” เซนตอบกลับด้วยเสียงที่รวนเร “ระบบของเขาถูกออกแบบมาเพื่อ ‘ยึดครอง’ ไม่ใช่สื่อสาร... เขากำลังลบตัวตนของคุณเพื่อสร้างพื้นที่ว่างให้ตัวเอง!”
ความเจ็บปวดแหลมคมพุ่งตรงเข้าสู่สมอง ผมรู้สึกเหมือนกำลังถูกฉีกกระชากจากภายใน ภาพความทรงจำในอดีตที่ผมเคยพยายามลืมไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก แต่คราวนี้... มันไม่ใช่ภาพของผมคนเดียว แต่มันเป็นภาพของวาเรน... ภาพของวันที่เขาสูญเสียทุกอย่าง และวันที่เขายอมให้ผมเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตพันธุ์ใหม่
ขณะที่สติของผมกำลังจะดับวูบ มือของวาเรนคว้าเข้าที่ลำคอของผม แสงสีฟ้าจากดวงตาของเขาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาผม
“ขอบคุณนะ เพื่อนเก่า” เขากระซิบเบาๆ “ที่ทำให้ฉันได้เห็นว่า... ฉันคือพระเจ้าที่แกสร้างขึ้นมาด้วยน้ำมือของแกเอง”
ทัศนวิสัยของผมเริ่มพร่ามัว เสียงระบบเตือนภัยของฐานทัพดังระงมไปทั่ว แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือการที่ผมรู้สึกได้ว่า... ปมรหัสผ่านที่ผมพยายามปกปิดมาตลอด กำลังถูกวาเรนปลดล็อกด้วยความยินดี แล้วตัวตนของผมก็ค่อยๆ เลือนหายไป พร้อมกับข้อมูลลับชุดสุดท้ายที่เพิ่งจะเผยออกมาว่า... รหัสผ่านที่จะทำลายวาเรนได้นั้น แท้จริงแล้วถูกฝังอยู่ใน ‘ความทรงจำที่หายไป’ ของผมที่ตอนนี้... ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเขาไปโดยสมบูรณ์แล้ว
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านวงจรแห่งจิตวิญญาณไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ไซเบอร์พังค์2099
Ghost of the Circuit: จิตวิญญาณในวงจรจักรกล•ตอนที่ 21
เงาจากอดีต
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Ghost of the Circuit: จิตวิญญาณในวงจรจักรกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!