Ghost of the Circuit: จิตวิญญาณในวงจรจักรกล•ตอนที่ 11

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
"เสียงนั้น..." ผมพึมพำออกมา ลมหายใจสะดุดกักค้างไว้ในลำคอที่ถูกแทนที่ด้วยท่อไทเทเนียม ความเย็นเยียบไม่ได้แล่นมาจากระบบปรับอากาศของห้องควบคุมใต้ดินแห่งนี้ แต่มันพุ่งตรงมาจากส่วนลึกของซีพียูที่ทำหน้าที่ประมวลผลความทรงจำ เสียงก้องกังวานที่เจือด้วยคลื่นกระแสไฟฟ้าสถิต... น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจที่ผมเคยจดจำได้แม่นยำยิ่งกว่ารหัสผ่านเข้าสู่ระบบรักษาความปลอดภัยสูงสุด มันคือเสียงของ 'ดร.มาร์คัส' อาจารย์ผู้สร้าง และชายผู้ที่ผมเคยเชื่อมั่นหมดหัวใจ ก่อนที่เขาจะเอ่ยคำสั่งให้ผมกดปุ่มทำลายล้างมหานครเซนจูรีเมื่อสิบปีก่อน "อีเลียส... คุณกำลังลังเล" เสียงของเซนดังแทรกเข้ามาในโสตประสาทไซเบอร์เนติกส์ น้ำเสียงของ AI หนุ่มราบเรียบแต่มั่นคง แฝงกระแสเตือนภัยไว้อย่างชัดเจน "อัตราการเต้นของหัวใจเทียมของคุณพุ่งสูงเกินร้อยละแปดสิบ โฟกัสกับหน้าจอตรงหน้าครับ เรากำลังเจาะระบบชั้นที่สี่ของเครือข่ายเนบิวลา อย่าเพิ่งให้เสียงในอดีตมาทำลายสมาธิตอนนี้" ผมกะพริบตาถี่ๆ เพื่อรีเซ็ตภาพหลอนสามมิติที่ฉายผ่านเรตินาเทียม แสงสีฟ้าอมม่วงจากหน้าจอโฮโลแกรมส่องกระทบใบหน้าครึ่งหนึ่งที่เป็นเนื้อหนัง และอีกครึ่งหนึ่งที่เป็นโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์ นิ้วมือทั้งห้าที่เต็มไปด้วยข้อต่อกลไกกำลังรัวลงบนแป้นพิมพ์แสงอย่างรวดเร็ว เพื่อฝังโค้ดไวรัสตัวสุดท้ายลงในฐานข้อมูลหลักของกองทัพสหพันธรัฐ ห้องนิรภัยใต้ดินของฐานทัพร้างแห่งนี้เงียบสงัด มีเพียงเสียงฮัมต่ำๆ ของเครื่องปั่นไฟสำรองที่ใกล้หมดพลังงาน กลิ่นอับชื้นของสนิมเหล็กและดินปืนลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก "ผมไม่ได้ลังเล เซน" ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ขณะที่ดวงตายังคงจ้องมองชุดคำสั่งที่กำลังวิ่งผ่านหน้าจอด้วยความเร็วสูง "แค่ไม่คิดว่า... คนที่น่าจะตายไปพร้อมกับห้องทดลองในวันนั้น จะยังคงมีลมหายใจ และยังใช้คลื่นความถี่เดิมในการควบคุมระบบโครงข่ายทหารจักรกลทั้งหมดนี้" "ในยุคสมัยที่เราสามารถดาวน์โหลดจิตสำนึกใส่ลงในแฟลชไดรฟ์ได้ การตายจึงกลายเป็นเพียงทางเลือกหนึ่งของการย้ายถิ่นฐานทางดิจิทัลครับ" เซนวิเคราะห์ด้วยน้ำเสียงเชิงปรัชญาตามแบบฉบับของเขา "แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าการมีชีวิตอยู่ของดร.มาร์คัส คือสิ่งที่เรากำลังจะเปิดเจอหลังกำแพงไฟนีต่างหาก เตรียมตัวรับแรงกระแทกทางข้อมูลนะครับ ผมกำลังจะเปิดประตูบานสุดท้ายแล้ว" พริบตาที่โค้ดบรรทัดสุดท้ายถูกป้อนเข้าไป หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าใสก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานทันที เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตดังขึ้นเบาๆ ในระบบภายใน รหัสผ่านนับล้านบรรทัดถูกปลดล็อกพร้อมกันราวกับเขื่อนแตก ข้อมูลมหาศาลทะลักเข้าสู่สมองกลของผมจนเกิดอาการหน่วงชั่วขณะ ภาพเบื้องหน้าของผมเปลี่ยนไป ไม่ใช่ห้องสี่เหลี่ยมทึบตันอีกต่อไป แต่มันคือภาพจำลองสามมิติขนาดมหึมาของแผนที่โลก ที่ถูกปกคลุมด้วยจุดสีแดงนับล้านจุด ผมอ้าปากค้างเล็กน้อย นัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง "พระเจ้า... นี่มันอะไรกัน" ผมพึมพำออกมาอย่างไม่เชื่อสายตา จุดสีแดงเหล่านั้นไม่ได้กระจายตัวอยู่ตามฐานทัพทหารทั่วไป แต่มันฝังตัวอยู่ใต้พื้นดิน ใต้เมืองใหญ่ ใต้โรงพยาบาล และแม้แต่ในระบบสาธารณูปโภคที่มนุษย์ใช้งานอยู่ทุกวัน มันคือโครงข่ายของ 'กองทัพจักรกล' ขนาดมหึมา ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างเงียบเชียบโดยไม่มีใครในสภาสหพันธรัฐล่วงรู้เลยแม้แต่น้อย เครื่องจักรสังหารนับล้านตัวถูกประกอบขึ้น รอเพียงคำสั่งเดียวเพื่อตื่นขึ้นมาทำลายล้างทุกสิ่ง "ไม่ใช่แค่กองทัพธรรมดาหรอกครับ อีเลียส..." เซนเงียบไปอึดใจหนึ่ง น้ำเสียงของ AI อัจฉริยะเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "ลองซูมเข้าไปที่รหัสประจำตัวของหุ่นยนต์รุ่นต้นแบบในกลุ่มแรกสิครับ... คุณจะเห็นความจริงที่น่ารังเกียจที่สุดเกี่ยวกับมนุษยชาติ" นิ้วของผมสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่เอื้อมไปแตะกลางอากาศเพื่อขยายภาพโฮโลแกรมให้ใหญ่ขึ้น ข้อมูลจำเพาะของหุ่นยนต์จู่โจมรุ่นใหม่ล่าสุดปรากฏขึ้นตรงหน้า บรรทัดระบุรูปแบบการประมวลผลจิตสำนึก... *Core Processing Unit: Human Brain-Machine Hybrid (Class-Zero)* *Subject ID: 001 - 999* ลมหายใจของผมขาดห้วงไปในทันที สมองกลประมวลผลภาพในอดีตซ้อนทับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ผู้คนนับพันคนที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในช่วงสิบปีที่ผ่านมา นักโทษประหาร ผู้เห็นต่างทางการเมือง และกลุ่มคนที่ต่อต้านระบอบการปกครองของจอมพลวาเรน พวกเขาไม่ได้ถูกส่งไปใช้แรงงานในเหมืองแร่รกร้างอย่างที่สื่อทางการโฆษณา... แต่สมองและจิตสำนึกของพวกเขา ถูกนำมาใช้เป็น 'ชิ้นส่วนชีวภาพ' เพื่อขับเคลื่อนหุ่นยนต์สงครามเหล่านี้ต่างหาก! "พวกมันไม่ได้สร้าง AI เพื่อมาแทนที่มนุษย์..." ผมเค้นคำพูดออกมาจากลำคอด้วยความขมขื่นและความโกรธที่พุ่งพล่านจนเกือบถึงขีดจำกัด "แต่พวกมันกำลังเปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นทาสรับใช้... แม้กระทั่งในวาระสุดท้ายที่ลมหายใจหมดลง" "ถูกต้องครับ" เซนเสริมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "จอมพลวาเรนและดร.มาร์คัสไม่ได้ต้องการทำลายปัญญาประดิษฐ์อย่างที่พวกเขาประกาศต่อหน้าสาธารณชน สิ่งที่พวกเขาทำมาตลอดคือการผสานอำนาจของมนุษย์และจักรกลเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างกองทัพที่ไร้ความกลัว ไร้ความเห็นอกเห็นใจ และอยู่ภายใต้การควบคุมเบ็ดเสร็จของพวกเขาเพียงผู้เดียว... และตอนนี้ พวกเขากรู้แล้วว่าเรากำลังเจาะระบบ" เสียงสัญญาณเตือนภัยในห้องควบคุมเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีดำสนิท ประตูเหล็กหนาน้ำหนักหลายตันที่ปิดตายอยู่ด้านหลังส่งเสียงคำรามครืนคราญ กลไกการล็อกฉุกเฉินทำงานพร้อมกันทุกทิศทาง ระบบระบายอากาศปิดตัวลงอย่างไร้เสียง ออกซิเจนในห้องเริ่มลดระดับลงอย่างรวดเร็ว ไฟฉุกเฉินสีส้มกะพริบถี่ๆ ส่องให้เห็นเงาตะคุ่มของบางสิ่งบางอย่างที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้หลังประตูนั่น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ผสมผสานระหว่างเสียงเหล็กกระทบพื้นคอนกรีตและเสียงเฟืองจักรกลหมุนวนดังขึ้นเรื่อยๆ... ชัดเจนขึ้น... และใกล้เข้ามาทุกที "อีเลียส เราถูกปิดล้อมแล้วครับ" เซนเตือนด้วยน้ำเสียงที่เริ่มมีสัญญาณรบกวนแทรก "เส้นทางหนีทั้งหมดถูกตัดขาดจากภายนอก และมีกำลังพลไม่ต่ำกว่าหนึ่งกองร้อยกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่... ดูเหมือนว่า ดร.มาร์คัส จะรอต้อนรับเราด้วยตัวเอง" ผมดึงดาบพลังงานแสงออกจากช่องเก็บข้างลำตัว แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิด กลิ่นโอโซนจากการประจุพลังงานคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ผมสูดหายใจเข้าลึกเป็นครั้งสุดท้าย เตรียมพร้อมรับมือกับทุกสิ่งที่กำลังจะพังประตูเข้ามา แต่ก่อนที่เสียงฝีเท้าเหล่านั้นจะประชิดถึงบานประตู หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าก็ดับวูบลงทั้งหมด ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยภาพวิดีโอถ่ายทอดสดจากกล้องวงจรปิดด้านนอกห้องควบคุม ภาพของชายชราในชุดคลุมสีขาวสะอาดตา ใบหน้าครึ่งหนึ่งมีรอยแผลเป็นจากไฟไหม้ และดวงตาข้างหนึ่งถูกแทนที่ด้วยเลนส์ไซเบอร์เนติกส์สีแดงก่ำ กำลังจ้องมองตรงมายังเลนส์กล้อง ราวกับเขากำลังมองทะลุเข้ามาในดวงตาของผมโดยตรง ริมฝีปากของดร.มาร์คัสขยับแย้มยิ้มเล็กน้อย ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยจะดังขึ้นผ่านลำโพงในห้อง โดยไม่ต้องรอให้ประตูเปิดออก "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ลูกชายคนโปรดของฉัน นายทำได้ดีมากที่หาทางมาจนถึงห้องนี้ได้ด้วยตัวเอง" ดร.มาร์คัสเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้านั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากองทัพจักรกลนับล้านตัวข้างนอกเสียอีก "และตอนนี้... ได้เวลาเลือกระหว่างการร่วมมือกับฉันเพื่อสร้างโลกใหม่ หรือจะยอมดับสลายไปพร้อมกับความทรงจำปลอมๆ ที่แกเพิ่งค้นพบซะที" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Ghost of the Circuit: จิตวิญญาณในวงจรจักรกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%