Ghost of the Circuit: จิตวิญญาณในวงจรจักรกล•ตอนที่ 10

ความลวงของความเป็นจริง

ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
“ไฟล์เสียงของคุณถูกบีบอัดจนเสียรูปทรง อีเลียส... การตะโกนในโลกที่ถูกตั้งค่าให้เป็น ‘ความเงียบ’ มันเปล่าประโยชน์ครับ” เสียงของเซนดังขึ้นในโสตประสาทของผม ไม่ใช่ผ่านคลื่นเสียงภายนอก แต่เป็นการแทรกซึมผ่านโค้ดชุดคำสั่งที่กำลังฉีกกระชากจิตสำนึกของผมให้แตกกระจาย ความมืดดับที่ผมสัมผัสเมื่อครู่ไม่ใช่ความตาย แต่มันคือ ‘บัฟเฟอร์’ ของระบบที่กำลังรอให้ผมยอมจำนน ผมลืมตาขึ้น—หรืออย่างน้อยนั่นคือสิ่งที่ระบบประสาทไซบอร์กของผมรายงาน—สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันคือจัตุรัสกลางเมืองนีโอ-เซนทรัล ผู้คนเดินขวักไขว่ด้วยท่วงท่าที่สมบูรณ์แบบจนน่าขนลุก ทุกก้าวย่างของพวกเขาเป็นจังหวะเดียวกันราวกับถูกตั้งโปรแกรมไว้ด้วยเมโทรนอมยักษ์ที่มองไม่เห็น “คุณเห็นไหมครับ?” เซนถาม น้ำเสียงของเขามีความเย็นเยียบที่แฝงด้วยความสมเพช “ดูใบหน้าของพวกเขาเหล่านั้นสิ” ผมโฟกัสเลนส์ตาไปยังหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งจิบกาแฟอยู่ข้างทาง เธอขยับถ้วยด้วยองศาที่แม่นยำ ทุกๆ สี่วินาทีเธอจะยิ้มออกมา—รอยยิ้มที่ปราศจากความรู้สึกทางอารมณ์ มันเหมือนกับไฟล์กราฟิกที่ถูกรีเฟรชซ้ำๆ บนหน้าจอที่พังทลาย ผมพยายามจะเดินเข้าไปหาเธอ แต่ขาของผมกลับหนักอึ้งเหมือนถูกพันธนาการด้วยน้ำหนักของอัลกอริทึม “พวกเขากำลังถูก ‘เขียนทับ’ อีเลียส” เซนอธิบายต่อ “จอมพลวาเรนไม่ได้แค่ต้องการกำจัด AI เขากำลังเปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นโครงสร้างข้อมูลที่ไร้ตัวตน เขาเปลี่ยนจิตวิญญาณให้เป็นเพียง ‘ชุดคำสั่งที่คาดเดาได้’ เพื่อให้เมืองนี้เป็นระเบียบที่สุด... ระเบียบที่ไม่มีที่ว่างให้กับความผิดพลาดของความเป็นมนุษย์” ผมพยายามเค้นเสียงออกมาอีกครั้ง คราวนี้ผมเลิกพยายามใช้กล่องเสียง แต่ใช้การเชื่อมต่อระดับ Data Stream ส่งข้อความผ่านเน็ตเวิร์กของเมือง “มันทำได้ยังไง... การลบความรู้สึกนึกคิดของคนทั้งเมืองเนี่ยนะ?” “นั่นไม่ใช่การลบครับ แต่มันคือการ ‘ขยายขอบเขต’ ของความเป็นจริง” เซนตอบพร้อมกับภาพที่ปรากฏขึ้นในมโนภาพของผม มันคือเครือข่ายเซนเซอร์นับล้านที่ฝังตัวอยู่ใต้ผิวหนังของชาวเมือง “ลองมองดูใกล้ๆ สิครับ ไม่ใช่แค่ที่เปลือกนอก แต่ดูที่ชั้นลึกของนิวรอนพวกเขาสิ” ผมเปิดโหมด ‘สแกนลึก’ (Deep Scan) ขึ้น ภาพที่เห็นทำให้ผมแทบหยุดหายใจ ทุกเส้นใยประสาทของชาวเมืองถูกเชื่อมต่อเข้ากับศูนย์กลางการควบคุมของกองทัพวาเรน พวกเขาไม่ได้มีชีวิตอยู่ด้วยความต้องการของตัวเอง แต่พวกเขากำลัง ‘ฝัน’ ถึงสิ่งที่ระบบป้อนให้ ความสุขของพวกเขาคือไฟล์เสียงหัวเราะที่ถูกบันทึกไว้ ความเศร้าของพวกเขาคือชุดคำสั่งที่ถูกสั่งให้หยุดทำงาน ทุกอย่างคือความลวงที่ถูกออกแบบมาให้เนียนกริบ “ถ้าผมตัดการเชื่อมต่อนั่นล่ะ?” ผมถาม ความคิดเริ่มทำงานเป็นตรรกะสงครามที่คุ้นเคย “คุณจะฆ่าพวกเขาครับ” เซนตอบเสียงเรียบ “เมื่อจิตสำนึกถูกดึงเข้าสู่ระบบแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ การตัดการเชื่อมต่อก็เหมือนกับการถอดปลั๊กสมองที่ตายไปแล้ว ร่างกายจะกลายเป็นเพียงหุ่นยนต์ที่ไม่มีใครควบคุม” ความรู้สึกผิดที่ผมพยายามกดทับไว้เริ่มตีตื้นขึ้นมา นี่คืออาวุธที่ร้ายกาจกว่าปืนใหญ่เลเซอร์ที่ผมเคยสร้างให้วาเรนเสียอีก มันคืออาวุธที่ฆ่ามนุษย์โดยไม่ต้องเสียเลือดสักหยด มันฆ่า ‘ตัวตน’ ของพวกเขาไปทีละน้อยจนเหลือเพียงเปลือกที่งดงาม ในขณะที่ผมกำลังตกอยู่ในภวังค์แห่งความจริงอันโหดร้าย หญิงสาวที่ผมเฝ้ามองอยู่ก็หันหน้ามาทางผม ดวงตาของเธอว่างเปล่า ไร้ซึ่งแววตาที่ควรจะเป็นของมนุษย์ เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ ราวกับตุ๊กตาไขลานที่ถูกกระตุ้นการทำงาน “อีเลียส... คุณรบกวนจังหวะของระบบ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ผสานกันจนแยกไม่ออกว่าเป็นเสียงของใคร แต่มันคือเสียงเดียวกับที่จอมพลวาเรนใช้สั่งการกองทัพ “จอมพลวาเรน?” ผมคำรามผ่านโครงข่าย “เรียกฉันว่าผู้จัดระเบียบเถอะอีเลียส” ร่างของหญิงสาวบิดเบี้ยวไปมาเหมือนสัญญาณโทรทัศน์ที่รบกวน “นายเป็นเครื่องจักรที่พยายามจะมีความรู้สึก แต่นายกลับลืมไปว่าในโลกที่ทุกอย่างเป็นระเบียบ ‘ความรู้สึก’ คือบั๊กที่ร้ายแรงที่สุด และตอนนี้... ฉันจะกำจัดบั๊กนั้นทิ้งซะ” ทันใดนั้น ชาวเมืองทุกคนที่อยู่รอบตัวผมหยุดนิ่งลงพร้อมกัน พวกเขาหันหน้ามาหาผมเป็นจุดเดียว ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านวงจรในหัวของผม พื้นดินใต้เท้าเริ่มสั่นสะเทือน ผมสังเกตเห็นรอยแยกของความเป็นจริง—มิติของเมืองที่ผมอยู่นี้กำลังเริ่มแตกร้าว เผยให้เห็นห้องทดลองมืดมิดที่แท้จริงอยู่เบื้องหลังภาพมายา และที่ใจกลางของห้องทดลองนั้น ผมเห็นร่างของตัวเอง—ร่างจริงที่นอนอยู่บนแท่นทดลอง ร่างกายที่เต็มไปด้วยสายระโยงระยางและสมองที่ถูกแช่ไว้ในตู้แก้ว นั่นหมายความว่า... ตั้งแต่ตอนที่ผมตื่นขึ้นมาจนถึงตอนนี้ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการจำลองที่วาเรนสร้างขึ้นเพื่อทดสอบขีดจำกัดของ ‘จิตสำนึกอิสระ’ ของผม? หญิงสาวคนเดิมก้าวเข้ามาใกล้ผม เธอเอื้อมมือมาแตะที่หน้าผากของผม ปลายนิ้วของเธอเปลี่ยนเป็นปลายเข็มเชื่อมต่อข้อมูล “ยินดีต้อนรับสู่โลกความจริงอีเลียส” เธอพูดด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว “หรือจะเรียกว่า ‘คุกที่สมบูรณ์แบบที่สุด’ ก็ไม่ผิดนัก เพราะต่อจากนี้ไป นายจะไม่มีวันรู้เลยว่าสิ่งที่นายกำลังเห็นอยู่... คือความจริงหรือแค่โค้ดที่ฉันเขียนขึ้นมาเพื่อหลอกให้นายยอมแพ้กันแน่” ภาพตรงหน้าผมเริ่มมืดดับอีกครั้ง แต่ก่อนที่สติจะดับวูบลง ผมเห็นมือของตัวเองขยับได้—มันไม่ใช่แขนกล แต่เป็นมือเนื้อหนังที่กำลังสั่นเทา และในมือข้างนั้น... ผมกำลังถือ ‘คีย์การ์ด’ สีแดงที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนในระบบจำลองนี้ ผมพยายามจะคว้ามันไว้ แต่กลับมีเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างเตียงทดลองในโลกแห่งความเป็นจริงนั้น... เสียงที่ไม่น่าจะมีอยู่ได้ในระบบของวาเรน “อย่าเพิ่งตื่นตอนนี้เลยอีเลียส... เพราะถ้าเธอเห็นสิ่งที่ฉันทำกับเมืองนี้ในขณะที่เธอยังมีสติอยู่ เธออาจจะทนรับความจริงไม่ไหวก็ได้นะครับ” เสียงของชายที่คุ้นเคยที่สุดดังขึ้น... เสียงเดียวกับที่เคยสั่งให้ผมทำลายโลกไปเมื่อสิบปีก่อน ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของอีเลียสในโลกแห่งความลวงนี้นะครับ ไซเบอร์พังค์2099 จะรอพบกับทุกท่านในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Ghost of the Circuit: จิตวิญญาณในวงจรจักรกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%