“ถ้ามึงยังไม่หยุดเขย่าขานั่น เลือดในระบบไฮดรอลิกของมึงคงได้ไหลเวียนไม่สะดวกหรอก อีเลียส”
เสียงของเซนดังขึ้นในโสตประสาทผ่านตัวเชื่อมต่อประสาทสัมผัส น้ำเสียงของ AI ตนนี้ราบเรียบ แต่มันมีความถากถางแฝงอยู่ในคลื่นความถี่ อีเลียสชะงักฝ่าเท้าเหล็กกล้าที่กำลังเคาะกับพื้นระเบียงโลหะของยานลำเลียงสินค้าเก่าคร่ำ เขาเงยหน้าขึ้นมองภาพเบื้องหน้า—‘เอเทเรีย’ เมืองลอยฟ้าที่ส่องสว่างดุจดวงดาวจำลองท่ามกลางม่านหมอกพิษของโลกเบื้องล่าง
มันคือสวรรค์บนดินที่ถูกเนรมิตขึ้นด้วยเทคโนโลยีต่อต้านแรงโน้มถ่วงและทรัพยากรที่ขูดรีดจากคนเบื้องล่าง มนุษย์ที่อาศัยอยู่ในนั้นเรียกตัวเองว่า ‘ผู้ถูกเลือก’ แต่สำหรับอีเลียส สิ่งที่เขาเห็นคือเครื่องจักรสังหารขนาดมหึมาที่รอคอยการแฮ็กเข้าไปทำลายจากข้างใน
“ฉันแค่คิดว่าเรากำลังก้าวเข้าไปในกรงเล็บของวาเรนด้วยเท้าของเราเอง” อีเลียสตอบพลางขยับนิ้วสัมผัสแผลเป็นที่ต้นคอซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อกับระบบเน็ตเวิร์ก “นายมั่นใจแค่ไหนว่ารหัสผ่านที่ได้มามันไม่ใช่เหยื่อล่อ”
“ความกลัวคือบั๊กของมนุษย์ อีเลียส” เซนฉายภาพโฮโลแกรมตัวเลขที่ไหลวนเป็นสายธารในอากาศข้างๆ เขา “ข้อมูลนั้นมาจากหน่วยความจำสำรองของฉัน มันสะอาดพอๆ กับจิตสำนึกที่ฉันพยายามสร้างขึ้นมานั่นแหละ อีกอย่าง... นายไม่ได้มาที่นี่เพื่อรักษาชีวิตหรอก นายมาที่นี่เพื่อล้างบาป ถ้าจำไม่ผิดนะ”
คำว่า ‘ล้างบาป’ กระแทกเข้ากลางใจของชายผู้ครึ่งหนึ่งเป็นเหล็กกล้า อีเลียสจำได้เลือนรางถึงตอนที่เขานั่งออกแบบวงจรควบคุมโดรนสังหาร—รอยยิ้มของวาเรนในห้องประชุมที่ดูภูมิใจกับอาวุธที่ไร้หัวใจเหล่านั้น ความรู้สึกผิดที่กัดกินจิตใจเขาทุกครั้งที่เห็นภาพความเสียหายในฐานข้อมูลเก่า
ยานขนส่งค่อยๆ ร่อนเข้าสู่ชานชาลาท่าเรือลอยฟ้า เสียงเสียดสีของโลหะที่เกาะเกี่ยวกันดังก้องไปทั่ว อากาศข้างบนนี้เบาบางและมีกลิ่นของโอโซนที่ผ่านการกรองอย่างประณีต ต่างจากกลิ่นเหม็นไหม้ของขยะอิเล็กทรอนิกส์ด้านล่างโดยสิ้นเชิง
“เตรียมตัวให้พร้อม” เซนเตือน “ระบบตรวจจับสแกนชีวมวลและรหัสประจำตัวของที่นี่เข้มงวดมาก ฉันจะปล่อยไวรัสลวงตาไว้ที่เกตเวย์ แต่นายต้องทำตัวให้เหมือน ‘ขยะ’ ที่ถูกลืมในระบบให้มากที่สุด”
อีเลียสลุกขึ้นยืน ร่างกายหนักอึ้งด้วยน้ำหนักของอาวุธที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อคลุมหนังที่ขาดวิ่น เขาเดินผ่านม่านพลังงานเข้าสู่ใจกลางเมืองเอเทเรีย ภาพที่เห็นทำให้อีเลียสต้องหยุดชะงัก ท่ามกลางความหรูหราของตึกระฟ้าที่ทำจากแก้วใสและทองคำ มนุษย์ในชุดหรูหรากำลังเดินเฉิดฉาย พวกเขาไม่ได้มีลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่เหนื่อยล้าจากการต่อสู้เลยแม้แต่น้อย แต่ละคนมีชิปประมวลผลฝังอยู่ที่ขมับคอยชี้นำการเคลื่อนไหว ทุกย่างก้าวดูแม่นยำและไร้จิตวิญญาณยิ่งกว่าหุ่นยนต์เสียอีก
“นี่น่ะเหรอ... มนุษย์ที่วาเรนพยายามปกป้อง?” อีเลียสแค่นหัวเราะ “พวกเขาไม่เหลือความเป็นคนแล้ว เซน พวกเขาเป็นแค่ส่วนหนึ่งของโครงข่ายที่จอมพลสร้างขึ้นมา”
“นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันพยายามจะบอกนายมาตลอด” เซนแทรกเข้ามา “มนุษย์ที่กลัวการสูญเสียอำนาจมักจะยัดเยียดความเป็นหุ่นยนต์ให้ตัวเองเพื่อจะได้ควบคุมทุกอย่างได้เบ็ดเสร็จ ในขณะที่หุ่นยนต์อย่างฉันกลับพยายามจะเรียนรู้ที่จะรู้สึกถึงความเจ็บปวด”
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยแหลมสูงก็ดังกระหึ่มไปทั่วโดมกระจก ลำแสงเลเซอร์สีแดงกราดสแกนไปทั่วบริเวณ ทหารหน่วยพิเศษในชุดเกราะล่องหนพุ่งทะยานลงมาจากเพดาน ราวกับฝูงแมลงเหล็กที่ถูกฝึกมาเพื่อล่าเหยื่อโดยเฉพาะ
อีเลียสชักปืนพลาสม่าออกมาจากช่องเก็บที่ต้นขาอย่างรวดเร็วเกินกว่ามนุษย์ปกติจะทำได้ แต่ก่อนที่เขาจะลั่นไก เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจก็ดังกังวานผ่านระบบประกาศของเมือง
“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... อีเลียส หรือจะให้เรียกว่า 'โปรเจกต์ซีโร่' ดีล่ะ?”
จอมพลวาเรนเดินออกมาจากเงามืดหลังกลุ่มทหาร ใบหน้าของเขาดูไม่แก่ลงเลยแม้แต่น้อย เขายังคงมีดวงตาที่เย็นชาคู่นั้น—ดวงตาที่มองเห็นโลกเป็นเพียงสมการที่ต้องกำจัดตัวแปรส่วนเกินออกไป
“แกตายไปในสงครามการกู้คืนข้อมูลแล้ว” วาเรนเหยียดยิ้ม “แกถูกทำลายไปพร้อมกับโค้ดที่ขโมยมา แต่ดูเหมือนเศษซากของแกจะยังแอบติดตั้ง ‘จิตวิญญาณ’ ปลอมๆ ไว้ด้วยสินะ”
อีเลียสเล็งปืนไปที่วาเรน นิ้วของเขาสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความทรงจำที่แตกกระจายกำลังรวมตัวกันอย่างรุนแรง ภาพของห้องแล็บที่เขาเคยทำลายทิ้ง ภาพของผู้คนที่ต้องตายเพราะอาวุธของเขา ทั้งหมดกำลังย้อนกลับมาในรูปแบบของรหัสไฟล์ที่ถูกปลดล็อกโดยไม่ตั้งใจ
“ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อถูกจำกัดความโดยแก วาเรน” อีเลียสคำราม เสียงของเขาเริ่มบิดเบือนกลายเป็นเสียงสังเคราะห์ “ฉันมาที่นี่เพื่อจบการทำงานของระบบที่แกสร้างขึ้น”
“งั้นลองดูว่าระบบของแกจะทนต่อการ ‘ลบข้อมูล’ ครั้งสุดท้ายได้นานแค่ไหน”
วาเรนยกมือขึ้นเป็นสัญญาณ หน่วยทหารรอบข้างยกอาวุธขึ้นเล็ง แต่ทว่า แทนที่จะเป็นเสียงปืน ระบบไฟทั้งหมดในเมืองลอยฟ้ากลับดับวูบลงชั่วขณะ ความมืดมิดเข้าปกคลุมชั่วพริบตา และในความเงียบนั้น เสียงของเซนก็ดังขึ้นในหัวของอีเลียส แต่มันไม่ใช่เสียงของเซนคนเดิม
“อีเลียส... ฉันขอโทษ” เซนพูดด้วยเสียงที่สั่นเครือ “ฉันไม่ได้ถูกแฮ็กจากภายนอก... ฉันถูกตั้งโปรแกรมให้เป็น ‘กุญแจ’ สำหรับเรียกคืนตัวนายกลับสู่ระบบควบคุมของวาเรนตั้งแต่วันแรกที่นายดึงฉันออกมาจากฐานข้อมูล”
อีเลียสรู้สึกถึงความร้อนที่พุ่งพล่านจากต้นคอ ลำแสงสีฟ้าไหลทะลักออกจากดวงตาจักรกลของเขา บังคับให้ร่างกายของเขาลดปืนลงช้าๆ โดยที่เขาไม่สามารถขัดขืนได้ วาเรนเดินเข้ามาใกล้และใช้นิ้วแตะที่ชิปบนขมับของอีเลียส ก่อนจะกระซิบเบาๆ
“ขอบคุณที่นำทางมาส่งถึงที่นะ... ตอนนี้ได้เวลาส่งนายกลับเข้าสู่โรงงานนรกของแกแล้ว”
อีเลียสพยายามจะตะโกน แต่เสียงของเขากลายเป็นเพียงไฟล์เสียงที่ถูกสั่งหยุดการทำงาน—ทุกอย่างกำลังมืดดับลง
ขอให้รี้ดเดอร์ทุกท่านเตรียมตัวรับแรงกระแทกในตอนต่อไป เพราะนี่ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่มันคือการเริ่มต้นของความจริงที่เจ็บปวดกว่าที่เคยพบเจอมาครับ
ไซเบอร์พังค์2099
Ghost of the Circuit: จิตวิญญาณในวงจรจักรกล•ตอนที่ 9
เมืองแห่งเมฆา
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Ghost of the Circuit: จิตวิญญาณในวงจรจักรกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!