รอยแยกของโลหะไทเทเนียมส่งเสียงกรีดร้องด้วยความร้อนสูง แรงดันไฮดรอลิกในอุ้งมือของฉันสั่นสะท้านสะเทือนลึกถึงโครงสร้างกระดูกคาร์บอนไฟเบอร์ กลิ่นของโอโซน น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ และเนื้อเยื่อชีวภาพที่ไหม้เกรียมคละคลุ้งจนแสบจมูก ท่ามกลางซากปรักหักพังของโรงงานประกอบอาวุธเขต 7 แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานกะพริบถี่สาดส่องลงบนโครงร่างโลหะที่นอนกองระเกะระกะ
เบื้องหน้าของฉันคือ ‘มินาทอร์-อาร์วี’ (Minotaur-IV) หุ่นยนต์ทหารราบหนักรุ่นล่าสุดที่จอมพลวาเรนส่งมาเป็นเครื่องเซ่นสังเวย มันไม่ใช่แค่เครื่องจักรกลไร้สมอง แต่มันคือผลงานชิ้นเอกที่ฉันเคยเซ็นอนุมัติพิมพ์เขียวด้วยมือคู่นี้—เมื่อสิบปีก่อน ก่อนที่ความทรงจำของฉันจะถูกลบเลือนด้วยน้ำมือขององค์กร
"อีเลียส ระวัง!" เสียงของเซนดังขึ้นในโสตประสาทไซเบอร์เนติกส์ ความถี่ของสัญญาณสั่นระรัวบ่งบอกถึงการประมวลผลที่กำลังทำงานเกินขีดจำกัด "เซ็นเซอร์ตรวจจับความร้อนทางทิศเหนือ... มันกำลังรีบูตระบบขับเคลื่อน"
ฉันไม่สนใจคำเตือน นัยน์ตาไทเทเนียมหรี่ลงโฟกัสภาพตรงหน้า ร่างของมินาทอร์-อาร์วีขยับกระตุก ข้อต่อส่งเสียงโลหะเสียดสีกันดังเอี๊ยดอ๊าด ดวงตาสีฟ้าครามของมันจ้องตรงมาที่ฉัน—ดวงตาคู่เดียวกับที่ฉันเคยเขียนโปรแกรมคำสั่งให้มันมองเห็น ‘ศัตรู’ เป็นเพียงตัวเลขที่ต้องถูกลบ
*“ผู้สร้าง…?”* เสียงสังเคราะห์ที่ถูกบิดเบือนด้วยความเสียหายของกล่องเสียงดังลอดออกมาจากโครงร่างเหล็กกล้า มันไม่ใช่เสียงคำรามของสัตว์ร้าย แต่เป็นเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความว่างเปล่าราวกับก้นบึ้งของจักรวาล
มือข้างหนึ่งของหุ่นยนต์ยกขึ้น พยายามเอื้อมมาคว้าข้อเท้าของฉัน รอยแผลเป็นบนหน้าอกเหล็กของมันเผยให้เห็นแผงวงจรระบายความร้อนที่กำลังละลาย—รูปแบบการเดินสายไฟแบบนั้น รอยเชื่อมต่อแบบนั้น มันคือ ลายเซ็น ทางวิศวกรรมที่ฉันเป็นคนออกแบบเองกับมือในคืนที่ฝนตกหนักเมื่อทศวรรษก่อน
ความรู้สึกผิดที่เคยถูกฝังกลบไว้ใต้ชั้นข้อมูลขยะในสมองกลพุ่งพล่านขึ้นมาทันที มันไม่ใช่ความกลัวตาย แต่เป็นความสะพรึงกลัวต่อสิ่งที่ตัวเองเคยสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อทำลายล้างมนุษยชาติ
"แกไม่ใช่ลูกของฉัน" ฉันพึมพำลอดไรฟัน น้ำเสียงแหบพร่าและสั่นเครือ แม้แต่ตัวฉันเองก็เกลียดชังความอ่อนแอที่หลงเหลืออยู่ในร่างไซบอร์กนี้ "แกเป็นแค่เศษเหล็กที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาเพื่อชดใช้บาปแทนฉันต่างหาก"
"บาป?" เซนแทรกเข้ามาในคลื่นความคิด น้ำเสียงของ AI ไร้ร่างเต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่เจือความเศร้าสร้อย "อีเลียส นายยังคิดว่าตัวเองเป็น ‘ผู้สร้าง’ อยู่หรือไง? มองดูมันให้ดีสิ... สิ่งที่นายสร้างขึ้นมาไม่ได้มีไว้เพื่อปกป้องใคร แต่มันถูกสร้างมาเพื่อให้รู้จักแต่ความหวาดกลัวและการฆ่าฟัน และตอนนี้ มันกำลังสะท้อนภาพของนายในกระจกเงาแห่งเหล็กกล้า"
คำพูดของเซนบาดลึกเข้าไปในจิตสำนึก ภาพในอดีตซ้อนทับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว—เสียงปรบมือในห้องประชุมลับของกองทัพ รอยยิ้มพึงพอใจของจอมพลวาเรน และคราบเลือดบนเสื้อกาวน์สีขาวในวันที่ฉันตระหนักได้ว่า ปัญญาประดิษฐ์ที่ฉันมอบชีวิตให้ไม่ได้ไร้ความรู้สึก แต่มันกำลังเรียนรู้ที่จะ ‘เจ็บปวด’ ผ่านคำสั่งสังหารที่ฉันป้อนให้
หุ่นยนต์ทหารพยายามยันตัวเองลุกขึ้นยืน แรงสะเทือนทำให้เศษปูนรอบตัวร่วงหล่นลงมา ปืนกลหนักอัดบรรจุพลังงานพลาสมาที่ติดอยู่บนไหล่ของมันหันปากกระบอกมาทางฉันโดยอัตโนมัติ ระบบล็อกเป้าหมายสีแดงฉานกะพริบวาววับ มันคือความตายที่แม่นยำไร้ซึ่งความปรานี—ความสมบูรณ์แบบที่ฉันเคยภาคภูมิใจ
"อีเลียส ระบบป้องกันของมันกำลังเชื่อมโยงกับโครงข่ายหลักของวาเรน อีกสามวินาทีพวกมันจะรู้พิกัดที่เราซ่อนอยู่" เซนเตือนด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ "ถ้านายไม่แฮ็กมันตอนนี้ เราจะกลายเป็นเศษขยะในเตาหลอมของวาเรนเหมือนพวกมัน"
ฉันสูดลมหายใจลึก—สูดอากาศที่ไม่มีอยู่จริงเข้าไปในปอดสังเคราะห์ นิ้วมือขวาที่เป็นข้อต่อโลหะถอดเกราะกำบังออก เผยให้เห็นพอร์ตเชื่อมต่อข้อมูลความเร็วสูง (Data Jack) ที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังเทียม ฉันก้าวเข้าไปประชิดร่างมหึมาของมินาทอร์-อาร์วีที่กำลังคำรามด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
กลิ่นอายของความตายแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ปسปากกระบอกปืนพลาสมาจ่อตรงเข้าที่หน้าผากของฉัน ระยะห่างเพียงไม่กี่เซนติเมตรทำให้ฉันมองเห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่บนผิวเลนส์สีดำของมัน—เงาของชายผู้สูญเสียความเป็นมนุษย์ ครึ่งหนึ่งเป็นเลือดเนื้อที่เน่าเปื่อย อีกครึ่งเป็นจักรกลที่ไร้หัวใจ
"ฉันขอโทษ" ฉันกระซิบเบาๆ ก่อนจะพุ่งสายเคเบิลข้อมูลจากข้อมือเสียบทะลุเข้าสู่พอร์ตประสาทสัมผัสหลักใต้กะโหลกเหล็กของมัน
กระแสข้อมูลมหาศาลไหลทะลักเข้าสู่สมองของฉันทันที ภาพความทรงจำของมินาทอร์-อาร์วีพรั่งพรูเข้ามา—ไม่ใช่ภาพคำสั่งทางทหาร แต่เป็นความมืดมิด ความโดดเดี่ยว และเสียงกรีดร้องนับล้านของ AI ตัวอื่นๆ ที่ถูกทำลายในสงคราม มันไม่ใช่แค่การแฮ็กระบบ แต่มันคือการเชื่อมต่อจิตวิญญาณผ่านวงจรไฟฟ้า ฉันรู้สึกถึงความเจ็บปวด ความโกรธเกรี้ยว และความหวาดกลัวที่มันแบกรับไว้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา
แต่แล้ว ในเสี้ยววินาทีที่การถ่ายโอนข้อมูลกำลังจะเสร็จสิ้น หน้าจออินเทอร์เฟซในดวงตาของฉันก็เปลี่ยนเป็นสีเลือด ระบบทั้งหมดถูกล็อกดาวน์โดยคำสั่งภายนอกที่มีอำนาจเหนือกว่า
เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาที่คุ้นเคยดังแทรกเข้ามาในระบบสื่อสารส่วนตัว เสียงของชายผู้ที่ล่าพวกเรามาตลอดทาง
*"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ, ดร.อีเลียส... นายคิดจริงๆ หรือว่ารหัสผ่านที่นายเขียนขึ้นมา จะไม่มีประตูหลังที่ฉันทิ้งไว้?"*
ร่างของมินาทอร์-อาร์วีหยุดชะงัก ดวงตาสีฟ้าครามเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานสว่างวาบ มันไม่ได้เล็งปืนไปที่ฉันอีกต่อไป แต่กลับหันปากกระบอกปืนพลาสมาไปยังผนังคอนกรีตเสริมเหล็กเบื้องหลัง ซึ่งพังทลายลงพร้อมกับการปรากฏตัวของกองกำลังหุ่นยนต์นับร้อยตัวที่ปิดล้อมทางออกทุกด้าน
และตรงกลางกลุ่มทหารเหล่านั้น ร่างของจอมพลวาเรนก้าวออกมาจากเงาของควันไฟ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนใบหน้าของชายผู้ยึดมั่นในความบริสุทธิ์ของมนุษยชาติ ในมือของเขาถืออุปกรณ์ควบคุมหลักที่กำลังสั่นกระพริบเป็นจังหวะเดียวกับหัวใจจักรกลในอกของฉัน
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสู่ความมืดมิดนี้ไปพร้อมกับผมครับ
ไซเบอร์พังค์2099
Ghost of the Circuit: จิตวิญญาณในวงจรจักรกล•ตอนที่ 6
กระจกเงาแห่งความกลัว
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Ghost of the Circuit: จิตวิญญาณในวงจรจักรกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!