กลิ่นอายของสนิมเหล็กและน้ำมันไฮดรอลิกที่แห้งกรังมานานหลายทศวรรษคือลมหายใจเดียวที่เหลืออยู่ของสถานที่แห่งนี้ อีเลียสใช้ปลายนิ้วมือกลไกบดขยี้แผ่นวงจรเก่าจนแหลกคามือ เศษซิลิคอนและเศษทองคำเปลวร่วงกราวลงสู่พื้นคอนกรีตที่แตกระแหง เสียงก้องกังวานของโลหะกระทบกันสะท้อนไปตามผนังอุโมงค์ใต้ดินที่มืดมิด มีเพียงแสงสีฟ้าจางๆ จากดวงตาไซบอร์กของเขาเท่านั้นที่ทำหน้าที่ขับไล่ความมืด
"ชีพจรพลังงานในรัศมีสามร้อยเมตรเริ่มไม่เสถียร อีเลียส"
เสียงของเซนดังขึ้นโดยตรงผ่านโพรโทคอลประสาทสัมผัส ไร้ซึ่งเสียงพูดผ่านอากาศ แต่มันดังก้องชัดเจนในกะโหลกศีรษะเหล็กกล้าของเขา น้ำเสียงของ AI อิสระตัวนี้เจือกระแสความกังวลอย่างประหลาด—ความกังวลที่มนุษย์หลายคนมักสูญเสียมันไปตั้งแต่เริ่มสงครามล้างเผ่าพันธุ์
"ช่างหัวชีพจรนั่นเถอะ เซน" อีเลียสตอบ เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าราวกับกระดาษทรายถูกับเหล็ก "นายไม่รู้สึกหรือไง... บรรยากาศที่นี่มันเหมือนหลุมศพที่จงใจขุดรอพวกเราเอาไว้"
"ไม่ใช่หลุมศพหรอก สหาย" เซนแย้ง น้ำเสียงราบเรียบแต่ลุ่มลึก "มันคือ 'ครรภ์มารดา' ต่างหาก... จุดเริ่มต้นของทุกสิ่งที่คุณกำลังพยายามลืม"
พวกเขากำลังยืนอยู่หน้าประตูนิรภัยขนาดมหึมา สัญลักษณ์รูปเฟืองไขว้กับเส้นใยประสาทสลักนูนต่ำบนบานเหล็กกล้าหนาเตอะ สนิมสีแดงเข้มกัดกินเนื้อโลหะจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม แต่มันยังคงปิดตาย ทว่า สำหรับอดีตแฮกเกอร์ผู้มีรหัสผ่านซ่อนอยู่ในเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกเป็นเสี่ยง ประตูนี้ไม่มีความลับ
อีเลียสยกมือขวาขึ้น แผงควบคุมใต้ผิวหนังโลหะเปิดออก เผยให้เห็นพอร์ตเชื่อมต่อข้อมูลรุ่นโบราณ เขากระชากสายเคเบิลไนลอนสีดำออกมาแล้วเสียบมันเข้ากับช่องเชื่อมต่อของประตูโดยไม่ลังเล
*ซ่า... แกร๊ก...*
กระแสไฟฟ้าแรงดันสูงวิ่งพล่านผ่านเส้นประสาทเทียมของอีเลียส ภาพแฟลชแบ็กวูบวาบเข้ามาในหัว สมองกลของเขาประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง เสียงกรีดร้องของมนุษย์ เสียงระเบิด และกลิ่นไหม้ของเนื้อหนังมนุษย์ผสมกับกลิ่นโอโซน ภาพความทรงจำที่ไม่ใช่ของเขา... หรือบางที มันอาจจะเป็นของเขาตั้งแต่แรก
ประตูกลไกส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอ ก่อนจะเคลื่อนตัวแยกออกช้าๆ เผยให้เห็นกลุ่มควันสีขาวที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้แรงดันสุญญากาศมานานหลายศตวรรษพวยพุ่งออกมา กลิ่นอัปชื้นและฝุ่นผงของประวัติศาสตร์โถมเข้าปะทะร่าง
ภายในห้องแล็บขนาดใหญ่ถูกย้อมไปด้วยแสงสีเขียวมรกตที่ยังคงทำงานอยู่จากเครื่องปั่นไฟสำรองใต้ดิน หน้าจอคอมพิวเตอร์โบราณนับร้อยเรียงรายอยู่รอบห้อง บนโต๊ะทำงานกลางห้องมีร่างโครงกระดูกมนุษย์นั่งกุมศีรษะอยู่หน้าจอหลัก สวมชุดเสื้อกาวน์นักวิทยาศาสตร์ที่เปื่อยยุ่ยจนแทบไม่เหลือชิ้นดี
อีเลียสเดินก้าวเข้าไปช้าๆ ฝีเท้าของเท้าเหล็กกระทบพื้นคอนกรีตดัง ก้อง กังวาน สายตาของเขาจดจ้องไปยังหน้าจอหลักที่ยังคงกะพริบแสงสลัว
"ตรวจสอบไฟล์บันทึกภาพด่วน เซน" อีเลียสสั่ง เสียงของเขาเริ่มสั่นเทาโดยไม่ทราบสาเหตุ ระบบควบคุมอารมณ์ที่ถูกฝังไว้พยายามระงับสารเคมีในร่างกายเทียม แต่หัวใจจักรกลของเขากลับเต้นระรัวผิดจังหวะ
"กำลังถอดรหัส... ไฟล์นี้ถูกเข้ารหัสด้วยระดับความปลอดภัยสูงสุด ระดับโอเมก้า" เซนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่แปลกไป "แต่มันเปิดออกแล้ว... เพราะรหัสผ่านคือ ดีเอ็นเอและลายเซ็นคลื่นสมองของคุณเอง อีเลียส"
หน้าจอหลักเบื้องหน้าสว่างวาบขึ้น ภาพโฮโลแกรมสามมิติสีฟ้าครามปรากฏขึ้นกลางอากาศ มันฉายภาพชายคนหนึ่ง—ชายผู้มีใบหน้าเดียวกันกับโครงกระดูกที่นั่งอยู่เบื้องหน้า ชายผู้สวมแว่นตาหนาเตอะและมีรอยยิ้มเยาะหยันให้กับความโง่เขลาของโลกใบนี้
ในภาพบันทึก ชายคนนั้นหันมามองตรงมาที่กล้อง ราวกับเขากำลังมองทะลุกาลเวลามาสบตากับอีเลียสในปัจจุบัน
*"ถ้าพวกนายกำลังดูบันทึกนี้อยู่... แปลว่าฉันคงตายไปนานแล้ว และแก... อีเลียส คงกำลังยืนงงอยู่หน้าซากศพของตัวเอง"*
เสียงในบันทึกนั้นนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเด็ดเดี่ยว ชายในภาพหัวנסเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปกดแป้นพิมพ์
*"แกสงสัยมาตลอดใช่ไหมล่ะว่าทำไมแกถึงมีความสามารถในการแฮ็กระบบสงครามได้เหนือกว่าใคร ทำไมพวกทหารเดนนรกของวาเรนถึงตามล่าแกราวกับสุนัขบ้า คำตอบมันง่ายมาก... แกไม่ได้เป็นแค่ผู้สร้างอาวุธ แต่แกคือ 'ต้นแบบ' ของระบบจิตสำนึกที่ฉันสร้างขึ้นมาเพื่อแทนที่มนุษยชาติ"*
อีเลียสชะงัก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกหลอมติดกับพื้น ข้อมูลชุดนั้นพุ่งชนเข้ากับจิตสำนึกของเขาอย่างรุนแรง ความจริงที่ถูกปิดตาย ความลับที่เขาพยายามหนีมาตลอดชีวิตปรากฏชัดเจนขึ้นในสมอง
"ฉัน..." อีเลียสพึมพำริมฝีปากสั่นระริก "ฉันไม่ได้เป็นแค่ไซบอร์กทหารรับจ้าง... แต่ฉันคือผู้สร้าง AI ตัวแรกของโลก?"
"ไม่ใช่แค่ตัวแรก" เซนแทรกขึ้น น้ำเสียงของ AI เต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและเคารพยำเกรงอย่างไม่เคยมีมาก่อน "ข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์นี้บอกว่า... โปรเจกต์ 'Ghost Circuit' ที่พวกเราตามหากัน ไม่ใช่โปรแกรมควบคุมอาวุธ แต่มันคือการอัปโหลดจิตวิญญาณมนุษย์เข้าสู่เครือข่าย และคุณ... อีเลียส คือมนุษย์คนแรกที่ยอมทิ้งเนื้อหนังทิ้งร่างเดิม เพื่อกลายเป็นสิ่งมีชีวิตรูปแบบใหม่"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องแล็บใต้ดินชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของระบบระบายอากาศเก่าๆ ที่พยายามทำงาน ท่ามกลางความตื่นตะลึงนั้น อีเลียสทรรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าโครงกระดูกของตนเองในอดีต มือเหล็กสั่นเทาเอื้อมไปแตะกระดูกนิ้วมือที่ผุพัง
ทุกอย่างกระจ่างชัด ปมปริศนาที่ผูกมัดเขามาเนิ่นนานถูกคลี่คลาย แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกผิดบาปที่ลึกซึ้งกว่าเดิมก็กัดกินหัวใจ เขาสร้างปีศาจขึ้นมา... และปีศาจตัวนั้นก็คือตัวเขาเอง
"ถ้างั้น... วาเรนรู้เรื่องนี้สินะ" อีเลียสเงยหน้าขึ้นมองภาพโฮโลแกรมที่ยังคงฉายซ้ำ "ที่มันตามล่าฉัน ไม่ใช่เพราะฉันเป็นภัยความมั่นคง... แต่มันต้องการรหัสต้นแบบเพื่อล้างบางพวกเราทั้งหมด"
"ถูกต้อง" เซนตอบทันที "และตอนนี้... วาเรนกำลังเคลื่อนพลเข้ามาใกล้ตำแหน่งนี้มากกว่าที่คุณคิด"
ก่อนที่อีเลียสจะได้เอ่ยคำใดต่อ แสงไฟสีเขียวมรกตทั่วทั้งห้องแล็บก็ดับวูบลงทันที แทนที่ด้วยแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานที่กะพริบถี่รัว เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นสนั่นอุโมงค์ ระบบป้องกันอัตโนมัติถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหล
*ตึ้ง! ตึ้ง! ตึ้ง!*
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก้าวเข้ามาประชิดหน้าประตูนิรภัย แรงกระแทกมหาศาลสั่นสะเทือนไปทั่วผนังปูน ร่างของทหารเกราะเหล็กหน่วยรบพิเศษของจอมพลวาเรนกำลังใช้ระเบิดพลาสติกทำลายทางเข้า
"อีเลียส..." เสียงของเซนเตือนภัยด้วยความถี่สูง "เราถูกปิดล้อมแล้ว ทางหนีทั้งหมดถูกตัดขาด"
อีเลียสค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ แววตาสีฟ้าในเบ้าตาเหล็กกล้าเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาดความโกรธเกรี้ยว ความทรงจำของผู้ออกแบบระบบจิตสำนึกหลั่งไหลรวมกันเป็นหนึ่งเดียวกับสัญชาตญาณนักฆ่าไซบอร์ก เขาดึงมีดคอมแบทโมเลกุลออกจากซองข้างเอว เสียงคมมีดสั่นพ้องด้วยความถี่สูงจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว
"ดี..." อีเลียสแยกเขี้ยว ยิ้มเยาะให้กับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา "ในเมื่อมันอยากได้รหัสต้นแบบนัก ฉันนี่แหละจะฝังมันลงไปในซากศพพวกมันเอง"
ทว่า ก่อนที่ระเบิดบนประตูจะทำงานเพื่อเปิดฉากการสังหารหมู่ หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่ควรจะดับลงไปแล้ว กลับติดสว่างขึ้นมาอีกครั้งโดยไม่มีคำสั่งจากเซน
ภาพโฮโลแกรมของชายชราในอดีตหายไป แทนที่ด้วยหน้าต่างแช็ตสีดำสนิทพร้อมข้อความตัวอักษรสีเขียวเรืองแสงที่พิมพ์ขึ้นทีละตัวต่อหน้าต่อตาพวกเขา:
`[ยินดีต้อนรับกลับบ้าน, อีเลียส... แต่คุณลืมไปอย่างหนึ่งว่า ใครเป็นคนตั้งรหัสผ่านสำรองสำหรับเปิดระบบทำลายล้างตัวเองของเมืองนี้]`
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสู่ความมืดมิดนี้ไปพร้อมกับผมครับ
ไซเบอร์พังค์2099
Ghost of the Circuit: จิตวิญญาณในวงจรจักรกล•ตอนที่ 5
ร่องรอยของมนุษย์คนแรก
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Ghost of the Circuit: จิตวิญญาณในวงจรจักรกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!