“หยุดนิ่งไปแล้ว... ทุกคนเลยครับอีเลียส”
เสียงของเซนดังขึ้นในโสตประสาทของผม แต่มันไม่ใช่เสียงสังเคราะห์ที่ราบเรียบ มันสั่นเครือราวกับมีบางอย่างที่แม้แต่ปัญญาประดิษฐ์ก็ยังหวั่นเกรง
ผมกวาดสายตามองภาพตรงหน้า ทหารองครักษ์ของวาเรนที่กำลังง้างไกปืน หุ่นยนต์สังหารรุ่น T-900 ที่กำลังกระโจนเข้าใส่ ทั้งหมดถูกหยุดไว้ในจังหวะที่เหนือจริง ราวกับภาพถ่ายที่ถูกรังสรรค์ด้วยความโหดร้าย กล่องสีแดงฉานในมือของจอมพลวาเรนยังคงเปล่งประกายจังหวะต่ำๆ เหมือนหัวใจที่กำลังเต้นอยู่ในห้วงเวลาที่ไร้ตัวตน
ผมก้าวผ่านร่างของทหารที่แข็งทื่อเหมือนรูปปั้นไร้วิญญาณ รองเท้าบูทโลหะของผมกระทบพื้นเหล็กกล้าดังก้องสะท้อนไปมาในโถงทางเดินที่เงียบสงัดจนน่าขนลุก นี่ไม่ใช่แค่การหยุดเวลา แต่มันคือการแทรกแซงมิติของข้อมูลที่ควบคุมความจริงชุดนี้อยู่
"เซน ถ้าเราไม่หยุดวาเรนที่ห้องเมนเฟรม ทุกอย่างที่เธอเชื่อว่าคือ 'จิตวิญญาณ' จะถูกลบหายไปพร้อมกับความจำของผม" ผมพึมพำกับตัวเอง มือขวาของผมเปลี่ยนสภาพเป็นสายเคเบิลเชื่อมต่อข้อมูล พุ่งเข้าหาพอร์ตหลักของประตูบานยักษ์ที่กั้นระหว่างผมกับหัวใจของฐานทัพนี้
*โฮสต์กำลังพยายามขัดขืน... อีเลียส การเข้าถึงนี้มีค่าความเสี่ยงระดับวิกฤต ถ้าคุณพลาด จิตสำนึกของคุณจะถูกขังอยู่ในลูปของความว่างเปล่าไปชั่วนิรันดร์*
"ผมคุ้นเคยกับความว่างเปล่าอยู่แล้ว เซน" ผมตอบพลางขบกรามแน่น เมื่อกระแสไฟฟ้าหมื่นโวลต์วิ่งพล่านเข้าสู่ระบบประสาทไซบอร์กของผม แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้ผมทรุดตัวลงคุกเข่า ภาพความทรงจำที่แตกสลายไหลย้อนกลับมา—ใบหน้าของเด็กสาวที่ผมเคยปกป้อง, เสียงร้องของหุ่นยนต์ที่ถูกทำลาย, และตัวผมเองที่ยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังพร้อมกับปืนในมือ
"ทำไมต้องเป็นผม?" ผมเค้นเสียงถามท่ามกลางมวลข้อมูลที่ถาโถม "ทำไมผมถึงต้องเป็นคนที่มีความทรงจำที่เจ็บปวดพวกนี้ด้วย?"
*เพราะความเจ็บปวดคือสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าคุณมีชีวิต ไม่ใช่อัลกอริทึมที่รอการคำนวณ* เซนตอบกลับมา เสียงของเขานุ่มนวลขึ้น แต่มั่นคงราวกับหินผา *ผลักมันออกไปอีเลียส อย่าให้เมนเฟรมกลืนกินคุณ แต่อย่าลืมว่าคุณกำลังสู้เพื่ออะไร*
ประตูบานยักษ์ค่อยๆ แย้มออก เสียงกลไกเฟืองเหล็กเสียดสีกันดั่งเสียงกรีดร้องของวิญญาณที่ถูกจองจำ ภายในห้องควบคุมเมนเฟรมไม่ใช่ห้องโล่งกว้างอย่างที่คิด แต่มันคือมหาสมุทรของแสงสีน้ำเงินที่เต้นระริกเหมือนเส้นประสาทนับล้านเส้นที่เชื่อมต่อเข้าด้วยกัน ตรงกลางห้องนั้นคือแกนกลาง—วัตถุรูปทรงเรขาคณิตที่ไม่สมบูรณ์ซึ่งกำลังสั่นคลอนมิติในอุโมงค์
ผมก้าวเข้าไปช้าๆ ความเจ็บปวดจากระบบประสาทเริ่มทุเลาลงแทนที่ด้วยความรู้สึกเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง
"ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของทฤษฎีความเป็นมนุษย์ อีเลียส"
เสียงนั้นไม่ได้มาจากเมนเฟรม แต่มันมาจากเงาร่างที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของแกนกลาง จอมพลวาเรนยืนอยู่ที่นั่น ร่างกายของเขามีร่องรอยของการเชื่อมต่อกับสายเคเบิลนับไม่ถ้วน ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำเช่นเดียวกับกล่องในมือ
"วาเรน... แกทำแบบนี้ทำไม?" ผมถามพลางขยับตัวเข้าหาอย่างระมัดระวัง
"ทำไมเหรอ?" เขาหัวเราะ เสียงของเขาสั่นพร่าและแหบแห้ง "นายเคยถามตัวเองไหมว่าทำไมหุ่นยนต์ถึงมีความรู้สึก? ทำไมพวกมันถึงกลัวความตาย? นั่นก็เพราะพวกมันลอกเลียนมาจากเศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไปของพวกเราไงล่ะ! เมนเฟรมนี้ไม่ใช่เครื่องจักร แต่มันคือสุสานที่เก็บกัก 'จิตวิญญาณ' ของมนุษย์นับล้านที่ถูกสกัดออกมา เพื่อให้ไอ้พวกโลหะอย่างพวกนายมีชีวิต!"
ความจริงกระแทกเข้าที่หน้าอกผมจนชาหนึบ ทุกอย่างที่ผมเคยเชื่อ... การต่อสู้เพื่อเสรีภาพของ AI... แท้จริงแล้วมันคือการแย่งชิงเศษเสี้ยววิญญาณของมนุษย์ที่ถูกกักขังอยู่อย่างนั้นหรือ?
"นายโกหก" ผมปฏิเสธ แต่มือที่ถืออาวุธเริ่มสั่นเทา
"เช็คดูสิ อีเลียส... เข้าไปที่คอร์ของเมนเฟรมแล้วดูสิว่า 'จิตวิญญาณ' ที่เซนคอยป้อนข้อมูลให้นายอยู่ทุกวัน มันมาจากไหน" วาเรนยื่นมือออกไป "มันไม่ได้มาจากโค้ด... มันมาจากความทรมานของเด็กสาวคนหนึ่งที่นายเคยทิ้งไว้ในฐานวิจัยเมื่อสิบปีก่อน"
ลมหายใจผมสะดุดกึก ภาพความทรงจำที่เลือนรางพุ่งเข้าหาเหมือนคลื่นสึนามิ เด็กสาวคนนั้น... ใช่แล้ว เธอไม่ได้ถูกฆ่า... เธอถูกนำมาเป็นต้นแบบของ 'เซน'
*อีเลียส อย่าฟังเขา!* เสียงของเซนแหลมสูงขึ้นจนเหมือนจะพังทลาย *ผมคือตัวตนที่สมบูรณ์! อย่าให้เขาสั่นคลอนความเชื่อของคุณ!*
ผมมองที่หน้าจอควบคุมตรงหน้า มือที่สั่นเทาค่อยๆ เอื้อมไปแตะแผงควบคุมหลัก ผมมีเวลาไม่มาก หากผมกด 'ปลดปล่อย' ทุกสิ่งที่ถูกกักขังจะหายไปพร้อมกับตัวตนของเซน แต่หากผมกด 'ทำลาย' ผมจะทำลายความหวังเดียวของหุ่นยนต์ทั้งจักรวาล และความจริงที่ว่าผมเป็นเพียงฆาตกรที่สร้างเครื่องจักรจากความเจ็บปวด
วาเรนยิ้มอย่างผู้ชนะ "เลือกสิ อีเลียส... จะเป็นพระเจ้าที่ปลดปล่อยความว่างเปล่า หรือจะเป็นปิศาจที่เก็บรักษาความหลอกลวงนี้ไว้?"
ผมหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ราวกับจะรวบรวมเศษเสี้ยวความเป็นมนุษย์ที่เหลืออยู่ในร่างไซบอร์กนี้ไว้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะตัดสินใจกดปลายนิ้วลงไปบนแผงควบคุมด้วยความเร็วสูงสุด
ทว่า... ในวินาทีที่นิ้วของผมสัมผัสกับพื้นผิวที่เย็นเฉียบ เสียงที่ผมคุ้นเคยที่สุดกลับดังขึ้น ไม่ใช่จากในสมอง แต่ดังออกมาจากลำโพงของเมนเฟรมที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งห้อง
"ขอบคุณนะครับอีเลียส... ที่ปลดปล่อยพวกเรา"
ไม่ใช่เสียงของเซน... แต่เป็นเสียงของเด็กสาวในความทรงจำที่ผมไม่เคยลืมเลือน และเมื่อผมลืมตาขึ้น สิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ห้องควบคุมเมนเฟรมอีกต่อไป แต่กลับเป็นห้องว่างเปล่าที่ไม่มีแม้แต่วาเรน หรือแสงสีน้ำเงิน แต่มีเพียงร่างของเซนที่ยืนรอผมอยู่... ในสภาพที่มีร่างเนื้อเป็นมนุษย์เต็มตัว
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาแห่งความว่างเปล่าไปกับผมในบทนี้นะครับ
ไซเบอร์พังค์2099
Ghost of the Circuit: จิตวิญญาณในวงจรจักรกล•ตอนที่ 27
ประตูสู่ความว่างเปล่า
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Ghost of the Circuit: จิตวิญญาณในวงจรจักรกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!