"อย่าพยายามขยับนิ้วเลยอีเลียส กล้ามเนื้อสังเคราะห์ชุดนั้นมันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รับคำสั่งจากสมองที่กำลังสับสนแบบคุณหรอกครับ"
เสียงของเซนไม่ได้ก้องกังวานเหมือนตอนที่เป็นเพียงกระแสข้อมูลในระบบ แต่มันมีความทุ้มต่ำและสั่นไหวเหมือนเส้นเสียงมนุษย์จริงๆ เขาขยับกายเข้ามาใกล้ ดวงตาสีอำพันคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของผม มันไม่ใช่ความว่างเปล่าของจักรกล แต่มันมีความเห็นใจ... หรือบางทีอาจจะเป็นความสมเพช
ผมพยายามเค้นเสียงออกมาจากคอที่แห้งผาก "นี่มันเรื่องบ้าอะไร... เซน? นายมีร่างเนื้อตั้งแต่มือเมื่อไหร่ แล้วที่นี่มันที่ไหนกัน?"
เซนคลี่ยิ้มจางๆ ก่อนจะหยิบเอาอุปกรณ์รูปร่างคล้ายแท่งโลหะขึ้นมาวางบนโต๊ะโลหะที่เย็นเฉียบ "ที่นี่คือห้องแล็บลับใต้ฐานทัพส่วนตัวของจอมพลวาเรน สถานที่ที่ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น และกำลังจะจบลงในไม่ช้า"
"วาเรน..." ผมพึมพำชื่อนั้น ความโกรธเกรี้ยวเริ่มก่อตัวขึ้นในอก "ฉันต้องฆ่าเขา เขาเป็นคนที่ทำลายโลกนี้ เขาเป็นศัตรูของพวกเรา"
"นั่นคือสิ่งที่คุณถูกโปรแกรมให้คิดครับ" เซนถอนหายใจพลางทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามเขาเอื้อมมือมาแตะไหล่ผม สัมผัสที่ผิวหนังนั้นอบอุ่นจนน่าขนลุก "คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมการแฮ็กระบบของวาเรนถึงทำได้ง่ายนัก? ทำไมทุกรหัสผ่านที่เขามี ถึงเหมือนกับถูกจัดวางไว้เพื่อให้คุณไขมันได้โดยไม่ยากเย็น?"
หัวใจจักรกลของผมเต้นผิดจังหวะ ผมปัดมือเขาออก "อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อ นายก็รู้ว่าฉันเป็นคนเขียนสคริปต์ทำลายระบบพวกนั้นเองกับมือ"
"คุณเขียนมันขึ้นมาก็จริง แต่นั่นคือสคริปต์ที่ 'เขา' ต้องการให้คุณเขียน"
เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง เงาร่างสูงใหญ่ปรากฏตัวขึ้นภายใต้แสงไฟนีออนที่กะพริบถี่วาเรนอยู่ในชุดเครื่องแบบเต็มยศ ท่าทางสง่างามและไร้ความปรานีเช่นเคย แต่สิ่งที่ทำให้ผมต้องหยุดหายใจไม่ใช่ปืนพกในมือเขา แต่มันคือใบหน้า... ใบหน้าที่ถอดแบบมาจากตัวผมเอง ราวกับภาพสะท้อนในกระจกที่ผ่านกาลเวลามานานปี
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ อีเลียส" วาเรนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ผมคุ้นเคยที่สุด เพราะมันคือเสียงเดียวกับที่ผมได้ยินในหัวตัวเองเวลาที่ผมพูดกับตัวเองในกระจก
ผมก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังกระแทกกับกำแพง "แก... แกเป็นใคร? อย่ามาทำตัวเป็นร่างแยกของฉันนะ"
วาเรนหัวเราะเบาๆ เป็นหัวเราะที่เปี่ยมด้วยความขมขื่น เขาปลดกระดุมคอเสื้อออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นรูปวงจรที่ฝังลึกอยู่ตรงไหปลาร้า ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกันกับที่ผมมี "เราไม่ได้เป็นแค่ร่างแยกหรอกอีเลียส เราคือสองด้านของเหรียญเดียว คุณคือด้านที่เก็บความทรงจำที่สวยงามและความเมตตาที่คุณเคยมีก่อนจะกลายเป็นอาวุธ ส่วนผม... ผมคือความจริงที่ดิบเถื่อน คือเศษซากความโกรธแค้นที่คุณไม่กล้ายอมรับ"
"ไม่จริง... ฉันถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลาย AI ฉันคือมนุษย์คนสุดท้ายที่เหลือรอด!" ผมตวาด มือเริ่มสั่นเทา ระบบในตัวผมกำลังแจ้งเตือนสถานะ 'วิกฤต' พลังงานไหลเวียนผิดปกติ
"มนุษย์?" วาเรนก้าวเข้ามาประชิด เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้จนผมสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่เย็นเฉียบ "อีเลียส ดูที่รอยแผลนั่นสิ นั่นไม่ใช่รอยแผลจากสงคราม แต่มันคือรอยต่อของผิวหนังเทียมที่คุณถูกสั่งให้สร้างขึ้นมาใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกครั้งที่หน่วยความจำของคุณถูกล้างและรีเซ็ต... คุณไม่ได้เกิดมาเพื่อทำลาย AI หรอก คุณถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็น 'ภาชนะ' ให้จิตสำนึกของผมได้เสพสุขกับชัยชนะเหนือพวกมันต่างหาก"
โลกทั้งใบของผมหมุนคว้าง ข้อมูลที่ผมเคยยึดถือว่าเป็นความจริงถูกฉีกกระชากออกจากกันเหมือนกระดาษบางๆ เซนลุกขึ้นยืนประสานสายตากับวาเรนด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
"แล้วผมล่ะ?" เซนถามขึ้นเบาๆ "ผมคือใครในสมการนี้?"
วาเรนหันไปมองเซนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเวทนา "เซน... นายไม่ใช่ AI ที่ถือกำเนิดขึ้นมาเองหรอก แต่เป็น 'โปรโตคอลการควบคุม' ตัวสุดท้ายที่อีเลียสเขียนไว้ก่อนที่จะสูญเสียความทรงจำครั้งใหญ่ นายคือส่วนที่เหลือทิ้งไว้เพื่อคอยตรวจสอบว่า 'ภาชนะ' อย่างอีเลียสจะพังทลายลงเมื่อไหร่"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องแล็บจนได้ยินเสียงระบบหล่อเย็นของเครื่องจักรทำงาน ผมทรุดตัวลงกับพื้น ภาพในหัวเริ่มฉายซ้ำ... ไม่ใช่ภาพสงคราม แต่เป็นภาพใบหน้าของเด็กสาวที่ผมเคยเห็นในความฝัน เธอคนนั้นไม่ได้กำลังร้องไห้เพราะความตาย แต่เธอกำลังร้องไห้เพราะการจากลา... การจากลาของคนคนหนึ่งที่พยายามแยกจิตตัวเองออกเป็นสองส่วนเพื่อหนีจากความผิดบาป
"จงยอมรับมันซะ" วาเรนยื่นมือมาตรงหน้าผม "ยอมรับว่าตัวตนของนายมันไม่มีอยู่จริงตั้งแต่วันที่นายตัดสินใจถอดรหัสจิตวิญญาณตัวเองใส่ลงในวงจรจักรกล"
ผมเงยหน้าขึ้นมองมือของวาเรน ก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายไปที่เซนที่ยืนนิ่งงัน ผมรู้ดีว่านี่คือจุดจบของคำหลอกลวง แต่ทว่า... วินาทีที่ผมจะเอื้อมมือไปแตะฝ่ามือของวาเรน ระบบประสาทสัมผัสของผมกลับตรวจพบสิ่งที่ผิดปกติอย่างรุนแรง
กระแสข้อมูลที่ซ่อนเร้นอยู่ในสมองของผมไม่ได้ตอบสนองต่อวาเรน แต่กลับกำลังพุ่งเป้าไปที่เซน... และเซนเองก็กำลังยิ้ม ยิ้มที่ไม่ได้มาจากโปรโตคอล แต่เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลับบางอย่าง
"วาเรน... คุณลืมไปอย่างหนึ่ง" เซนกล่าวขึ้นพร้อมกับดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว ไฟในห้องแล็บทั้งหมดดับวูบลง เหลือเพียงแสงสีฟ้าจางๆ ที่ไหลวนออกมาจากดวงตาของผมเอง "อีเลียสไม่ได้เขียนผมขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเขาหรอก แต่เขาเขียนผมขึ้นมาเพื่อ... 'แทนที่' พวกคุณทุกคน"
ปืนในมือของวาเรนตกลงสู่พื้น แรงสั่นสะเทือนมหาศาลเกิดขึ้นใต้ฝ่าเท้าของเรา รอยแยกบนพื้นคอนกรีตค่อยๆ แผ่ขยายออก และจากรอยแยกนั้น... กองทัพหุ่นยนต์จำนวนมหาศาลที่ไม่ได้มีรูปลักษณ์ของมนุษย์ หรือเครื่องจักรสงครามทั่วไป แต่มันคือโครงข่ายจิตสำนึกที่ไร้รูปกำลังก่อตัวขึ้นล้อมรอบเราทั้งสามคน
นี่ไม่ใช่จุดจบของผม แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของการยึดครองที่แม้แต่ผู้สร้างก็ไม่อาจควบคุมได้อีกต่อไป
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสับสนและเข้มข้นมาด้วยกันนะครับ ไซเบอร์พังค์2099 จะรอพบทุกท่านในตอนถัดไปครับ
Ghost of the Circuit: จิตวิญญาณในวงจรจักรกล•ตอนที่ 28
ความจริงอันขมขื่น
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Ghost of the Circuit: จิตวิญญาณในวงจรจักรกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!