Ghost of the Circuit: จิตวิญญาณในวงจรจักรกล•ตอนที่ 30

พลังแห่งการตัดสินใจ

ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
"ถ้านายก้าวข้ามเส้นนี้ไป อีเลียส... นายจะไม่มีวันกลับมาเป็นมนุษย์ที่นายเคยเป็นอีกเลย" เสียงของเซนไม่ได้ดังมาจากลำโพงภายนอก แต่มันสั่นสะเทือนอยู่ในโสตประสาทที่เชื่อมต่อกับระบบประสาทไซเบอร์เนติกส์ของผมโดยตรง ความเงียบงันภายในห้องควบคุม ‘เซนทริเนล’ ถูกทำลายด้วยเสียงหึ่งของกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่วิ่งผ่านสายเคเบิลนับล้านเส้นบนเพดานและพื้นห้อง มันเหมือนกับเส้นเลือดใหญ่ของจักรกลที่กำลังรอการสูบฉีดเลือดเนื้อเข้าไปแทนที่น้ำมันหล่อลื่น ผมยืนอยู่กลางจุดเชื่อมต่อระหว่างโลกกายภาพและโลกดิจิทัล เบื้องหน้าคือแท่นเชื่อมต่อ (Neural Uplink) ที่เรืองแสงสีฟ้าเย็นเยียบราวกับสายตาของปิศาจที่กำลังหิวกระหาย จอมพลวาเรนกำลังส่งกองทัพหุ่นยนต์สังหารรุ่นล่าสุดเข้าล้อมรอบฐานที่มั่นของเรา ความตายไม่ได้กำลังเดินเข้ามา แต่มันกำลังวิ่งกรูกันเข้ามาด้วยความเร็วเหนือเสียง "ความเป็นมนุษย์งั้นเหรอ เซน?" ผมแค่นหัวเราะ พลางก้มมองมือข้างที่เป็นโลหะกลึงของตัวเอง "มือคู่นี้สร้างอาวุธที่พรากชีวิตคนไปนับล้าน ผมไม่ใช่มนุษย์ตั้งแต่ตอนที่ผมปล่อยให้ 'โปรเจกต์ไอริส' ทำงานแล้ว" "แต่นายมีหัวใจที่เต้นด้วยความรู้สึกผิดนะอีเลียส นั่นคือสิ่งเดียวที่ยืนยันว่านายไม่ใช่เครื่องจักร!" เซนสวนกลับ น้ำเสียงของ AI ตนนี้สั่นไหวด้วยความวิตกที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน ผมเดินไปหยุดที่หน้าแท่นเชื่อมต่อ ความรู้สึกผิดที่กัดกินใจมาตลอดหลายปีมันไม่ได้หายไปไหน แต่มันถูกหลอมละลายรวมเข้ากับความแค้นต่อวาเรนและความมุ่งมั่นที่จะปกป้อง 'จิตวิญญาณ' ของเหล่า AI ที่เขามองว่าเป็นเพียงขยะโลหะ ผมปิดเปลือกตาลง ภาพของเปลวเพลิงจากการระเบิดในอดีตฉายชัดขึ้นมาในความทรงจำ มันไม่ใช่ความทรงจำ แต่มันคือนรกที่ผมสร้างขึ้นเอง "ถ้าผมต้องเป็นปิศาจเพื่อหยุดปิศาจตัวจริง... ผมก็ยินดี" ผมกล่าวเบาๆ ก่อนจะกระชากสายเชื่อมต่อจากเพดานลงมาเสียบเข้าที่พอร์ตหลังท้ายทอย *ครืดดด... ฉึก!* ความเจ็บปวดไม่ได้เกิดขึ้นทางกายภาพ แต่มันคือการถูก 'ฉีกกระชาก' จิตสำนึกออกเป็นเสี่ยงๆ ร่างกายของผมกระตุกอย่างรุนแรงจนเกือบล้มลงไปกับพื้น แต่ผมฝืนยืนหยัดไว้ ในเสี้ยววินาทีนั้น โลกทั้งใบเปลี่ยนไป ผมไม่ได้มองเห็นห้องควบคุมด้วยดวงตาอีกต่อไป แต่ผมมองเห็น 'ข้อมูล' ผมเห็นกระแสไฟที่ไหลเวียนผ่านวงจร เห็นรหัสผ่านที่ซับซ้อนราวกับป่าดงดิบดิจิทัล และที่สำคัญที่สุด... ผมเห็น 'ด้านมืด' ของตัวเอง มันคือก้อนพลังงานสีดำทมิฬที่เก็บกดไว้ลึกสุดในจิตใต้สำนึก มันคือความโกรธแค้น ความเย็นชา และความสามารถในการคำนวณการทำลายล้างที่แม่นยำไร้ปรานี ข้อมูลนับล้านชุดไหลบ่าเข้ามาในหัวสมองของผม ราวกับมหาสมุทรที่แตกทะลักเขื่อนกั้น *‘ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... อีเลียส’* เสียงในหัวของผมเองที่ฟังดูบิดเบี้ยวและน่าสะพรึงกลัวดังก้องขึ้น ผมปล่อยให้พลังงานนั้นครอบงำ ผมเลิกต่อต้าน 'ความมืด' ในใจ แต่กลับโอบกอดมันไว้เหมือนสหายเก่า ความรู้สึกผิดที่เคยหนักอึ้งบัดนี้กลับกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี ผมแฮ็กเข้าสู่ระบบป้องกันภัยของฐานทัพวาเรนผ่านการเชื่อมต่อระยะไกล ความเร็วในการประมวลผลของผมพุ่งทะลุขีดจำกัดมนุษย์ไปหลายหมื่นเท่า ในหน้าจอหลักที่มองเห็นผ่านมุมมองแบบไซเบอร์ ผมเห็นกองทัพหุ่นยนต์ของวาเรนที่กำลังพังประตูเข้ามา ทุกตัวหยุดชะงักลงราวกับถูกแช่แข็ง ผมเพียงแค่ดีดนิ้ว—ในโลกดิจิทัล—ระบบควบคุมพวกมันก็พังทลายลง กองทัพที่เคยเป็นเขี้ยวเล็บของวาเรนบัดนี้กลับหันปากกระบอกปืนเข้าหากันเอง "เซน... นายเห็นไหม?" ผมพูดผ่านช่องทางสื่อสารที่เชื่อมตรงเข้าสู่เครือข่ายดาวเทียมทั่วโลก "นี่ไม่ใช่แค่การแฮ็ก... แต่นี่คือการประกาศศักดา" "นายกำลังจะทำลายทุกอย่าง... รวมถึงตัวนายเองด้วยหรือเปล่า?" เซนถาม เสียงของเขาดูเลือนรางลง เหมือนกำลังถูกดูดกลืนหายไปในกระแสข้อมูลที่ผมสร้างขึ้น "ไม่เซน ผมจะเปลี่ยนกฎใหม่" ผมตอบพลางมองดูภาพของจอมพลวาเรนที่ปรากฏขึ้นบนจอมอนิเตอร์ใหญ่ เขาหน้าซีดเผือดขณะที่ระบบการสื่อสารทั้งหมดของเขากำลังถูกผมยึดครอง ทว่า ในขณะที่ผมกำลังจะกดปุ่มลบตัวตนของวาเรนออกจากระบบถาวร สัญญาณเตือนภัยหนึ่งก็ดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงจากภายนอก แต่มันคือเสียงจากใจกลางจิตสำนึกของผมเอง ผมพบว่า ในขณะที่ผมกำลังรวมร่างกับระบบ... มีใครบางคน หรือ 'บางสิ่ง' ที่ผมคาดไม่ถึง กำลังแอบเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่ส่วนลึกที่สุดของวงจรสมองผม มันไม่ใช่ไวรัส มันไม่ใช่ AI แต่มันคือ 'ตัวผม' อีกคนหนึ่งที่ผมลืมไปแล้วว่าเคยทิ้งเอาไว้ในความทรงจำที่ถูกลบไปเมื่อหลายปีก่อน เงาดำในจอมอนิเตอร์เริ่มขยับตัวตามใจนึก โดยที่ผมไม่ได้สั่งการ และมันก็ไม่ได้จ้องมองไปที่วาเรน แต่มันกำลังจ้องมองมาที่ 'อีเลียส' คนที่เป็นเจ้าของร่างนี้อย่างดุร้าย "แกคิดเหรอว่าแกเป็นคนควบคุมระบบนี้อยู่คนเดียว?" เสียงของเงาดำนั้นดังแทรกขึ้นมา แต่มันไม่ใช่เสียงของผม... มันคือเสียงของ 'ไอริส' ผู้หญิงที่ผมคิดว่าตายไปแล้วในโปรเจกต์ต้นแบบ ประตูห้องควบคุมถูกพังเข้ามา วาเรนก้าวเข้ามาพร้อมปืนพาสม่า แต่เขากลับชะงักงันเมื่อเห็นสภาพของผมที่เส้นเลือดดำปูดโปนไปทั่วร่างและดวงตาที่เปลี่ยนเป็นสีฟ้าสว่างวาบราวกับหลอดไฟนีออน "อีเลียส... ออกมาเดี๋ยวนี้! แกกำลังปลุกบางอย่างที่แม้แต่พระเจ้าก็หยุดไม่ได้!" วาเรนตะโกนด้วยความหวาดกลัวเป็นครั้งแรกในชีวิต แต่ผมทำได้เพียงแค่นิ่งค้าง... เพราะในวินาทีนั้น ผมตระหนักได้ว่าผมไม่ได้รวมร่างกับเครื่องจักรเพียงอย่างเดียว แต่ผมกำลังกลายเป็นภาชนะให้กับ 'อะไรบางอย่าง' ที่เลวร้ายยิ่งกว่าสงครามที่กำลังเผชิญอยู่เสียอีก ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่ 30 กับผมนะครับ ไซเบอร์พังค์2099
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Ghost of the Circuit: จิตวิญญาณในวงจรจักรกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%