“หากท่านคิดจะวางค่ายกลดาราหลอมนภาไว้บนหินลอยฟ้าก้อนนี้เพียงลำพัง ข้าเกรงว่าแม้แต่ขอบเขตเทพเซียนก็คงไม่อาจทานแรงกดดันจากกระแสพลังวิญญาณเบื้องล่างได้นานเกินหนึ่งชั่วยามหรอกครับ หลี่เฟย”
เสียงของเหมยซูราบเรียบ หากแฝงไปด้วยความกังวลที่ฉายชัดผ่านนัยน์ตาเรียวคม เธอวางม้วนคัมภีร์อักขระโบราณลงบนโต๊ะหินที่สั่นสะเทือนตามแรงสั่นพ้องของผืนดินใต้มหาสมุทรเมฆ
หลี่เฟยไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากแผ่นศิลาหยกล้ำค่าในมือ ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาสลักลวดลายอักขระสีทองลงไปอย่างแม่นยำราวกับบรรจงวาดลวดลายศิลปะ ไม่ใช่การสร้างอาวุธสงครามที่อาจเขย่าขวัญสวรรค์ชั้นฟ้า “เหมยซู... เจ้าประเมินข้าต่ำไป หรือเจ้าประเมินความแค้นของตระกูลหลี่ไว้สูงเกินไปกันแน่?”
เขาหยุดมือชั่วครู่ ลมหายใจเข้าออกสอดประสานเป็นจังหวะเดียวกับชีพจรของผืนแผ่นดินที่กำลังยกตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยพลังแห่งอักขระเวท “สิ่งที่ข้ากำลังสร้าง ไม่ใช่เพียงป้อมปราการ แต่มันคือ ‘กรงขัง’ ที่จะรอวันต้อนรับจักรพรรดิเทพเทียนหยางให้ลงมาติดกับด้วยมือของเขาเอง”
เสียงก้องกัมปนาทดังสะเทือนเลื่อนลั่น ก้อนหินยักษ์มหึมาขนาดเท่าภูเขาขนาดย่อมค่อยๆ ลอยขึ้นจากหุบเขาไร้ชื่อ แรงดันอากาศมหาศาลบีบอัดจนมวลเมฆโดยรอบแตกกระจาย หลี่เฟยดีดตัวขึ้นสู่กลางอากาศ มือซ้ายสะบัดยันต์สีเลือดหกใบออกไปรอบทิศทาง พลันเกิดเป็นปราการมิติบิดเบี้ยวที่ซ่อนเร้นฐานที่มั่นนี้ไว้จากสายตาของเหล่านักล่าสวรรค์
“ค่ายกลหมื่นอักขระ... ปิดผนึก!” หลี่เฟยคำรามเบาๆ แต่ทรงพลัง
โครงสร้างอาคารไม้หอมหมื่นลี้ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนพื้นหินลอยฟ้า มันไม่ใช่สถาปัตยกรรมที่โอ่อ่าหรูหรา แต่ทุกมุมของเสาเรือน ทุกรอยต่อของคานไม้ ล้วนถูกคำนวณมาเพื่อเสริมพลังให้กับค่ายกลปกป้อง นี่คือเมืองลอยฟ้าที่หลี่เฟยใช้เวลาวางแผนมานานหลายปี เพื่อใช้เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ไม่มีใครในใต้หล้าเข้าถึงได้
“ท่านบ้าไปแล้ว” เหมยซูเดินมาหยุดเคียงข้างเขามองดูทิวทัศน์เบื้องล่างที่กลายเป็นเพียงจุดเล็กๆ “การสร้างเมืองลอยฟ้าต้องใช้พลังปราณดึงรั้งมหาศาล หากค่ายกลนี้เกิดความผิดพลาดเพียงจุดเดียว ท่านจะกลายเป็นธุลีในอากาศทันที”
หลี่เฟยหันไปมองเธอ แววตาของเขาที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งค้างคืนกลับมีความอ่อนโยนวูบหนึ่ง “ความเสี่ยงคือราคาที่ข้าต้องจ่ายเพื่อแลกกับการได้สิทธิ์ในการเดินหมากกระดานนี้ครับเหมยซู หากข้าไม่กล้าเดิมพันด้วยชีวิต ข้าจะเอาปัญญาที่ไหนไปโค่นล้มผู้ที่อยู่เหนือเก้าชั้นฟ้า”
เขาสะบัดแขนเสื้อ ครั้งนี้ยันต์อักขระสีครามพุ่งทะยานออกไปสิบสองใบ เกิดเป็นวงล้อเวทมนตร์ขนาดใหญ่หมุนวนอยู่เหนือตัวเมืองลอยฟ้า ค่ายกลดาราหลอมนภาเริ่มทำงาน ส่งผลให้ทั่วทั้งเขตพื้นที่ถูกคลุมด้วยม่านพลังที่มองไม่เห็น พลังปราณที่เคยเบาบางเริ่มไหลเวียนเข้มข้นจนกลายเป็นหยาดฝนแห่งพลังเซียน
ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบเริ่มครอบคลุมความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจ ประตูมิติที่หลี่เฟยเพิ่งสร้างขึ้นกลับเกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรง พลังงานที่ไม่คุ้นเคยและเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายรั่วไหลออกมาจากรอยแยกมิติกลางลานกว้าง
“มีคนตามรอยเรามา... เป็นไปไม่ได้” เหมยซูชักกระบี่หยกออกมาทันที “ข้าใช้ยันต์เร้นลับของตระกูลข้าอำพรางทุกอย่างไว้หมดแล้ว!”
หลี่เฟยหน้าเปลี่ยนสี เขารีบกางฝ่ามือรวบรวมพลังอักขระเพื่อตรึงมิติไว้ แต่สิ่งที่ก้าวออกมาจากรอยแยกมิตินั้นไม่ใช่กองทัพสวรรค์ของเทียนหยาง แต่มันคือ 'กระจกเงาโลหิต' ที่มีรอยร้าวอยู่ตรงกลางภาพสะท้อนของตัวหลี่เฟยเอง และเงาในกระจกนั้นกำลังยิ้ม... ยิ้มด้วยรอยยิ้มที่โหดเหี้ยมและเปี่ยมไปด้วยความอาฆาตที่มากกว่าตัวจริงหลายเท่า
มือของเงาในกระจกยื่นออกมาจากรอยแยก จับขอบมิติราวกับจะฉีกกระชากพื้นที่ลอยฟ้านี้ให้พังทลายลงมา เสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนเสียงกระดูกหักดังสะท้อนก้องทั่วฐานที่มั่นลับ
“ข้าตามหาเจ้ามานาน หลี่เฟย... ไม่สิ ข้าตามหาตัวเองในอีกภพหนึ่งมานานเหลือเกิน” เสียงนั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งจากก้นบึ้งนรก “วันนี้ เมืองลอยฟ้าที่เจ้าสร้างขึ้น จะกลายเป็นสุสานแห่งแรกของโชคชะตาที่บิดเบี้ยวนี้”
หลี่เฟยกำหมัดแน่น พลังอักขระในร่างปั่นป่วนจนถึงขีดสุด เขาเพิ่งตระหนักได้ในเสี้ยววินาทีนั้นว่า สิ่งที่เขาพยายามสร้างขึ้นเพื่อหลบหนีความแค้น กลับกลายเป็นกับดักที่เขาสร้างไว้ขังตัวเองและศัตรูที่น่ากลัวที่สุด... ตัวเขาเองจากจักรวาลอื่น
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับปราชญ์อักขระผู้ไร้พ่ายในตอนนี้ด้วยกันนะครับ
หมึกทองคำข้ามภพ
เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย•ตอนที่ 25
เปิดฐานที่มั่นลับ
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!