"หากเจ้ามั่นใจว่าพลังแห่งสวรรค์นั้นยิ่งใหญ่เหนืออักขระของข้า เหตุใดมือของเจ้าจึงสั่นเทาขณะที่ดาบยังไม่ทันออกจากฝักเล่า ท่านแม่ทัพเซียน?"
หลี่เฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังสนทนาเรื่องดินฟ้าอากาศ ท่ามกลางวงล้อมของขุนพลสวรรค์นับร้อยที่รายล้อมอยู่บนยอดเขากระดูกมังกร เบื้องหน้าของเขาคือแม่ทัพเพลิงดารา ผู้ซึ่งจักรพรรดิเทพเทียนหยางส่งมาเพื่อบดขยี้ปราชญ์อักขระที่กล้าท้าทายอำนาจเบื้องบน
แม่ทัพเพลิงดาราแค่นเสียงหัวเราะอย่างเหยียดหยาม ดวงตาที่ลุกโชนด้วยเพลิงเซียนสีครามวาวโรจน์ "เจ้าก็แค่หนอนแมลงที่รู้จักเพียงการขีดเขียนอักขระประหลาด คิดว่าวิชาตื้นเขินของเจ้าจะต้านทานคมดาบสวรรค์ได้หรือ? วันนี้ข้าจะพิสูจน์ให้เห็นว่า พลังที่แท้จริงคือความแข็งแกร่ง ไม่ใช่การเล่นกลเล่ห์เพทุบาย!"
หลี่เฟยไม่ได้โต้ตอบด้วยอารมณ์ เขาเพียงขยับปลายนิ้ววาดเส้นสายจางๆ ลงบนอากาศเบื้องหน้า พื้นดินที่เหยียบยืนอยู่เริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ เหมยซูที่ยืนอยู่ด้านหลังในเงามืด ขยับกายเล็กน้อยเพื่อโปรยผงหินดาราสีเงินลงบนพื้นตามจุดที่กำหนดไว้ในแผนการโดยไร้ซุ่มเสียง
"ท่านแม่ทัพ..." หลี่เฟยขยับยิ้มที่มุมปาก "พลังของสวรรค์นั้นมหาศาลก็จริง แต่สิ่งที่ท่านพลาดไปคือ... พลังที่มากเกินไป หากไม่มีภาชนะที่เหมาะสมรองรับ มันก็ไม่ต่างจากมหาสมุทรที่ไหลบ่าเข้าสู่โอ่งน้ำขนาดเท่าฝ่ามือ"
"เจ้าพล่ามเรื่องอะไร!" แม่ทัพเพลิงดาราคำรามลั่น สั่งการด้วยการชี้ดาบยาวไปที่หลี่เฟย "ทหาร! สังหารมันเสีย! อย่าให้เหลือแม้แต่เถ้ากระดูก!"
กองทัพสวรรค์นับร้อยต่างแผ่รัศมีพลังงานมหาศาล พลังแห่งเทพที่กดดันจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยวเริ่มพุ่งเข้าใส่หลี่เฟยพร้อมกัน ราวกับพายุเพลิงที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง
แต่ในวินาทีที่คมดาบและหอกเทพกำลังจะถึงตัว หลี่เฟยกลับเพียงแค่ดีดนิ้ว
*กึก*
เสียงสะท้อนดังก้องไปทั่วหุบเขา อักขระทองคำที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นดินพลันสว่างวาบขึ้น มันไม่ใช่ค่ายกลป้องกัน แต่เป็น 'ค่ายกลกระจกเงาเทวะ' ที่หลี่เฟยบรรจงสร้างขึ้นจากการรวบรวมเศษเสี้ยวพลังของจักรพรรดิเทพเทียนหยางที่เขาสัมผัสได้จากความทรงจำของศัตรูที่เคยสังหารไปก่อนหน้า
เส้นสายอักขระเหล่านั้นทำงานราวกับใยแมงมุมที่ชักนำกระแสพลังงาน พลังโจมตีที่รุนแรงจากกองทัพสวรรค์ไม่ได้ปะทะกับตัวของหลี่เฟย แต่มันถูกหักเหทิศทางด้วยม่านอักขระโปร่งใส พลังทำลายล้างมหาศาลเหล่านั้นหมุนวนกลับไปหาตัวผู้กระทำเองในทันที
"อะไรกัน... นี่มันวิชาอะไร!" แม่ทัพเพลิงดาราตื่นตระหนก เมื่อเห็นดาบเพลิงของลูกน้องตนเองพุ่งตรงเข้าใส่หน้าอกของรองแม่ทัพฝ่ายตน
"กลยุทธ์ยืมดาบฆ่าคน ไม่จำเป็นต้องลงมือเองให้แปดเปื้อน" หลี่เฟยกล่าวเบาๆ ขณะที่เขาเดินผ่านท่ามกลางความโกลาหลด้วยก้าวเดินที่มั่นคง สายตาจ้องมองไปยังแม่ทัพเพลิงดาราที่กำลังพยายามใช้พลังทั้งหมดต้านทานกระแสพลังของพวกเดียวกันเอง
เหมยซูที่หลบอยู่ในที่กำบังมองภาพเหตุการณ์ด้วยแววตาเป็นประกาย เธอรู้ดีว่านี่คือจุดที่อันตรายที่สุด เพราะอักขระเหล่านี้ต้องการสมาธิสูงลิ่ว หากมีใครสักคนหลุดรอดการลวงตาเข้ามาได้ หลี่เฟยจะตกอยู่ในสภาวะสิ้นไร้การป้องกันทันที
แม่ทัพเพลิงดารากัดฟันกรอด พลังเทพในตัวระเบิดออกมาจนชุดเกราะสีทองร้าวราน เขาสลายพลังที่พุ่งเข้ามาและกระโจนข้ามร่างทหารที่กำลังบาดเจ็บพุ่งตรงเข้าหาหลี่เฟย "ต่อให้เป็นค่ายกลขยับดวงดาว ข้าก็จะบดขยี้หัวใจเจ้าให้ได้!"
หลี่เฟยหยุดเดิน เขานิ่งสงบราวกับบึงน้ำลึกที่ไร้ระลอกคลื่น เขามองสบตาแม่ทัพเพลิงดาราด้วยสายตาที่ว่างเปล่าราวกับกำลังมองดูคนตายคนหนึ่ง
"เจ้าลืมไปหนึ่งอย่าง แม่ทัพ" หลี่เฟยเอ่ยขึ้น "ในค่ายกลของข้า... กฎเกณฑ์ที่นี่คือสิ่งที่ข้าเป็นผู้กำหนด"
เขาสะบัดแขนเสื้อ อักขระตัวสุดท้ายที่แอบซ่อนอยู่บนปกเสื้อของแม่ทัพเพลิงดารา—ซึ่งเหมยซูแอบติดไว้ให้ในจังหวะที่เขาพุ่งเข้ามา—พลันเปล่งแสงสีดำสนิท พลังชีวิตของแม่ทัพเพลิงดาราเริ่มไหลย้อนกลับเข้าไปสู่อักขระนั้น ไม่ใช่เพื่อเพิ่มพลังให้หลี่เฟย แต่เพื่อสูบฉีดพลังสวรรค์ของตัวเขาเองให้ทะลักออกมาจนเกินขีดจำกัด
แม่ทัพเพลิงดาราเบิกตากว้าง ร่างกายของเขาสั่นกระตุกอย่างรุนแรง ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีเลือด "ไม่... ข้าคือยอดฝีมือระดับเซียน... ข้าจะไม่..."
*ตูม!*
ร่างกายของผู้แข็งแกร่งระเบิดออกด้วยพลังของตนเอง แรงปะทะรุนแรงจนยอดเขากระดูกมังกรถล่มลงเป็นแถบ หลี่เฟยประคองร่างเหมยซูถอยออกมาในระยะปลอดภัย ทิ้งให้กองทัพสวรรค์ที่เหลือต้องเผชิญกับพายุพลังงานที่ยังคงหมุนวนอยู่ในค่ายกลไม่รู้จบ
ฝุ่นควันจางลง หลี่เฟยยืนสงบนิ่งท่ามกลางซากปรักหักพัง แต่ทว่า... รอยยิ้มบนใบหน้าของเขากลับหายไปโดยสิ้นเชิง เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงไอพลังที่กดดันยิ่งกว่าแม่ทัพนับร้อยรวมกัน
บนก้อนหินสูงชันเบื้องหน้า ปรากฏร่างของชายในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ เส้นผมยาวสลวยสีเงินประหนึ่งแสงจันทร์ ดวงตาคู่นั้นเยือกเย็นและทรงอำนาจจนแม้แต่อากาศรอบข้างยังต้องยอมสยบ
จักรพรรดิเทพเทียนหยาง... มาปรากฏตัวด้วยตนเอง
"เจ้าใช้ค่ายกลได้ดีมาก ปราชญ์อักขระ" เสียงของเทพสูงสุดกังวานดุจระฆังทอง "แต่เจ้าคงไม่คิดว่า ความฉลาดเพียงเล็กน้อยของเจ้า จะปกปิดเส้นทางสู่ความตายที่เจ้าขีดเขียนขึ้นมาเองได้หรอกนะ?"
เทียนหยางยกนิ้วขึ้นเพียงนิดเดียว และในวินาทีนั้นเอง พื้นดินใต้เท้าของหลี่เฟยและเหมยซูก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นตราประทับสีทองขนาดมหึมาที่กดทับพวกเขาไว้จนขยับไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว
หลี่เฟยสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายที่ใกล้เข้ามาถึงตัว ทว่าเขากลับแค่นยิ้มออกมาเบาๆ "ท่านจักรพรรดิ... ท่านรู้ไหมว่าทำไมข้าถึงต้องสร้างค่ายกลกระจกเงาที่นี่?"
หลี่เฟยกระซิบคำสุดท้ายก่อนที่ตราประทับจะบดขยี้ลงมา "เพราะข้าไม่ได้ต้องการยืมดาบของแม่ทัพท่านฆ่าคน... แต่ข้าต้องการยืม 'รอยแยกของมิติ' ที่ท่านเปิดออกมาเพื่อลงมาที่นี่... เพื่อส่งท่านกลับไปสู่ขุมนรกที่ท่านจากมาอย่างไรเล่า"
ทันใดนั้น ท้องฟ้าเบื้องบนก็แยกออกเป็นช่องโหว่สีดำสนิท ดูดกลืนพลังของเทียนหยางเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับปราชญ์อักขระผู้ไร้พ่ายในตอนนี้ด้วยกันนะครับ
หมึกทองคำข้ามภพ
เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย•ตอนที่ 24
กลยุทธ์ยืมดาบฆ่าคน
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!