เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย•ตอนที่ 23

การล้อมปราบจากสวรรค์

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"หมากกระดานนี้... ท่านคิดว่ามันคุ้มค่ากับการทิ้งเมืองทั้งเมืองให้กลายเป็นเถ้าถ่านหรือไม่ เทียนหยาง?" หลี่เฟยกล่าวเบาๆ ขณะที่ปลายพู่กันขนสัตว์ในมือแต้มหมึกสีชาดลากผ่านแผ่นหยกใสบนโต๊ะทำงาน ตัวอักษรอักขระโบราณวูบไหวราวกับมีชีวิต มันไม่ได้เป็นเพียงลวดลาย แต่เป็นเส้นสายของกฎเกณฑ์ฟ้าดินที่เขากำลังถักทอเข้าด้วยกัน เหมยซูที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่างฝั่งตะวันออกขยับตัวเล็กน้อย เธอไม่ได้หันกลับมามองเขาทันที แต่สายตาจ้องเขม็งไปยังเส้นขอบฟ้าที่บัดนี้ถูกฉาบด้วยสีม่วงคล้ำอันผิดปกติ "มันไม่ใช่คำถามเรื่องความคุ้มค่าหรอกหลี่เฟย... แต่มันคือการประกาศศักดา ทูตสวรรค์ทั้งเจ็ดตนนั่นไม่ได้มาเพื่อเจรจา พวกเขามาเพื่อปิดผนึก... ผนึกทั้งเมืองนี้ให้กลายเป็นสุสานไร้เสียง" ในจังหวะที่สิ้นเสียงของเธอ ท้องฟ้าเหนือเมืองจินหลันก็พลันแตกออกราวกับกระจกที่ถูกค้อนยักษ์ฟาดฟัน คลื่นพลังงานสีทองอร่ามพุ่งทะลุผ่านม่านเมฆลงมาดั่งสายฝนแห่งความตาย ไม่ใช่สายฝนที่ชุ่มฉ่ำ แต่เป็นสายฝนแห่งคมดาบปราณที่สามารถตัดผ่าร่างของจอมยุทธ์ทั่วไปให้กลายเป็นเศษเนื้อได้ในพริบตา หลี่เฟยยังคงนิ่งสงบ เขาไม่ได้เร่งรีบวางอักขระตัวสุดท้าย เพียงแค่ขยับนิ้วอย่างแช่มช้า ท่วงท่าของเขาเหมือนนักดนตรีที่กำลังบรรเลงเพลงพิณชั้นยอด มากกว่าจะเป็นชายหนุ่มที่กำลังเผชิญกับมหาภัยพิบัติจากสรวงสวรรค์ "คนเหล่านั้นจะพินาศเพราะความถือดีของตัวเอง" หลี่เฟยเอ่ยพลางวางพู่กันลง "เหมยซู... เจ้ายังจำ 'ค่ายกลหมื่นดาราคืนถิ่น' ที่เราซ้อมกันได้ไหม?" เหมยซูหันกลับมา รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้าเรียวสวย "ถ้าเพียงแต่ท่านจะบอกว่าท่านใช้ทรัพยากรที่ข้าหามาให้ไปในจุดที่ถูกต้องทั้งหมด... ข้าก็พร้อมจะกระตุ้นมันเดี๋ยวนี้ครับ" "ไปเถิด" ทันทีที่สิ้นคำ เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วสารทิศ แรงกดดันจากทูตสวรรค์กดทับลงมาจนพื้นศิลาใต้เท้าพวกเขาร้าวฉาน ชาวเมืองที่อยู่เบื้องล่างต่างกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว แต่หลี่เฟยกลับเดินไปยังระเบียง เขามองดูร่างของชายในชุดเกราะสีขาวเจิดจ้าเจ็ดร่างที่ลอยเด่นอยู่เหนือน่านฟ้า แต่ละร่างแผ่ไอสังหารที่หนักอึ้งดั่งขุนเขา "หลี่เฟย! เจ้าลูกทรพีแห่งตระกูลที่ล่มสลาย" หนึ่งในทูตสวรรค์กางปีกสีขาวนวลออก แสงสว่างจ้าจนไม่อาจลืมตา "จักรพรรดิเทพมีบัญชา ให้เจ้าคุกเข่าลงยอมจำนน แล้วเราจะละเว้นวิญญาณเจ้าไว้ให้ทรมานในขุมนรกชั้นต่ำที่สุด ไม่ต้องเป็นผุยผงไปพร้อมกับเมืองโสโครกแห่งนี้!" หลี่เฟยหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะของเขานั้นเย็นเยียบและเย้ยหยัน "บัญชาจากเทียนหยางงั้นหรือ? ช่างเป็นคำสั่งที่โง่เขลาเสียจริง ท่านคิดว่าพวกท่านล้อมเมืองนี้ไว้... แต่พวกท่านกลับไม่รู้เลยว่า พวกท่านเพียงแค่เดินเข้ามาในกรงขังที่ข้าสร้างไว้รอต้อนรับเท่านั้น" สิ้นคำพูดของเขา พื้นดินทั่วทั้งเมืองก็เรืองแสงสีครามขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียง เส้นสายอักขระที่ถูกฝังไว้ตามฐานรากอาคาร ตามเสาหิน และตามท้องถนนทุกสายพลันเชื่อมโยงกันดั่งใยแมงมุมที่มองไม่เห็น มันไม่ได้พุ่งเข้าโจมตีทูตสวรรค์โดยตรง แต่มันเริ่ม 'ดูดกลืน' พลังปราณฟ้าดินรอบตัวจนเหือดแห้ง ทูตสวรรค์ทั้งเจ็ดถึงกับชะงัก ร่างที่เคยลอยเด่นอยู่พลันสั่นไหวและร่วงหล่นลงมาในระดับต่ำอย่างควบคุมไม่ได้ "นี่มันวิชาอะไรกัน! พลังปราณของข้า... พลังปราณของข้ากำลังถูกถ่ายโอนไปที่ใด!" ทูตสวรรค์ตนหนึ่งแผดเสียงอย่างตื่นตระหนก หลี่เฟยประสานมือเข้าหากันแน่น "วิชาที่ข้าไม่ได้สร้างเพื่อทำลาย... แต่สร้างเพื่อ 'ยืม' พลังของพวกท่านมาเป็นเชื้อเพลิงให้กับกรงขังของข้าเอง ขอบพระคุณสำหรับพลังปราณระดับเทพที่มอบให้นะครับ มันช่างหอมหวานและเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่ข้าเฝ้าตามหามาตลอด" เขาก้าวเท้าออกไปกลางอากาศ ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงประหนึ่งเดินอยู่บนพื้นราบ ท่ามกลางสายตาที่ตื่นตะลึงของเหล่าทูตสวรรค์ที่ไร้ซึ่งพลังอำนาจเบื้องบนปกป้อง เขากลายเป็นผู้คุมเกมเพียงหนึ่งเดียวในสมรภูมินี้ เหมยซูมองดูแผ่นหลังของเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเลื่อมใส เธอรู้ดีว่าในใจของชายผู้นี้ไม่ได้มีความแค้นที่มืดบอด แต่เป็นความแค้นที่ถูกวางแผนมาอย่างเยือกเย็นและรัดกุม ทว่า... ในวินาทีที่หลี่เฟยกำลังจะดีดนิ้วเพื่อปิดผนึกค่ายกลขั้นสุดท้าย แรงกดดันมหาศาลที่คุ้นเคยก็แผ่ซ่านลงมาจากมิติที่สูงกว่า พลังนั้นไม่ได้มาจากทูตสวรรค์ทั้งเจ็ด แต่มันเป็นพลังที่กดทับจนแม้แต่หลี่เฟยเองก็ต้องชะงักค้าง "เจ้าคิดว่าข้าจะส่งทูตกระจอกๆ มาเพียงแค่นี้หรือ หลี่เฟย?" เสียงที่ก้องกังวานมาจากทุกทิศทาง เสียงนั้นคือเสียงของจักรพรรดิเทพเทียนหยางที่แทรกผ่านมิติลงมา "เจ้าเก่งกาจที่คำนวณหมากได้ทุกตัว... แต่เจ้าลืมไปหรือไม่ ว่าบนกระดานนี้... ข้าเป็นคนวางกฎเกณฑ์ใหม่ขึ้นมาเอง!" ทูตสวรรค์ตนที่เจ็ดที่บาดเจ็บสาหัสพลันเปลี่ยนสีหน้าไป มันแสยะยิ้มที่บิดเบี้ยว ก่อนที่ร่างของมันจะแตกสลายออก เผยให้เห็นดวงตาที่สามกลางหน้าผากที่เปิดกว้าง... ดวงตานั้นคือเนตรแห่งการทำลายล้างที่สามารถลบเลือนอักขระทุกอย่างที่หลี่เฟยเคยสร้างขึ้น! ทุกอย่างรอบกายหลี่เฟยเริ่มสั่นสะเทือน ค่ายกลที่เขาทุ่มเทแรงกายวางไว้กำลังถูกกัดกินด้วยพลังลึกลับบางอย่างที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับปราชญ์อักขระผู้ไร้พ่ายในตอนนี้ด้วยกันนะครับ หมึกทองคำข้ามภพ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%