"เจ้าไม่ได้สู้กับข้า... เจ้ากำลังสู้กับความหวาดกลัวที่ฝังรากลึกในจิตใจของเจ้าเองต่างหาก"
เสียงของมันดังก้องสะท้อนไปมาภายในโถงกระจกแปดทิศ น้ำเสียงนั้นเรียบเฉย เย็นชา และเป็นจังหวะเดียวกับหลี่เฟยอย่างไร้ที่ติ ร่างแยกที่สวมชุดสีขาวบริสุทธิ์เช่นเดียวกับเขา กำลังยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ห่างออกไปเพียงสามก้าว ภายในดวงตาของร่างแยกนั้นมีประกายแสงสีฟ้าจางๆ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของอักขระพันธนาการที่หลี่เฟยใช้บ่อยครั้ง
หลี่เฟยไม่ได้ขยับกายตอบโต้ในทันที เขายืนนิ่งดุจรูปปั้นหิน สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบข้าง โถงแห่งนี้คือ ‘ค่ายกลกระจกวิญญาณ’ ที่เขาหลงเข้ามาหลังจากสัมผัสกับศิลาจารึกต้องห้ามในตอนที่แล้ว ทุกทิศทางรอบตัวเป็นกระจกเงาที่สะท้อนภาพเขาซ้ำไปซ้ำมานับพันครั้ง แต่มีเพียงร่างตรงหน้าเท่านั้นที่ดูเหมือนจะมี ‘เจตจำนง’ เป็นของตัวเอง
"เจ้าเลียนแบบฝีมือข้าได้ แต่เจ้าไม่มีวันเลียนแบบ 'วิถี' ของข้าได้" หลี่เฟยกล่าวเบาๆ มือขวาของเขาสอดเข้าไปในแขนเสื้อหยิบยันต์เปล่าใบหนึ่งออกมา ความเย็นเยียบของกระดาษยันต์ทำจากหนังมังกรทิพย์ช่วยดึงสติให้คงที่
ร่างแยกยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่หลี่เฟยไม่เคยเห็นบนใบหน้าของตัวเองมาก่อน มันเหยียดหยามและเย็นชา "วิถีงั้นรึ? วิถีของผู้แพ้ที่ต้องสูญเสียครอบครัวไปเพราะความอ่อนแอ? วิถีของคนที่ต้องอยู่อย่างหลบซ่อนใต้เงามืดของจักรพรรดิเทพเทียนหยาง?"
หลี่เฟยขมวดคิ้วฉับ การยั่วยุนี้แม่นยำเกินไป มันดึงเอาจุดอ่อนในใจเขาออกมาวางไว้กลางแจ้ง ร่างแยกนั้นไม่ได้รอให้เขาตั้งตัว มันดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว อักขระสีทองนับสิบตัวพลันปรากฏขึ้นกลางอากาศ กระจกโดยรอบสั่นไหวอย่างรุนแรง พลังปราณที่รุนแรงพุ่งเข้าจู่โจมหลี่เฟยดุจห่าฝน
*ฟึ่บ!*
หลี่เฟยเบี่ยงตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิว เขาสะบัดนิ้วเขียนอักขระ ‘ต้าน’ ลงบนยันต์ในมืออย่างรวดเร็วเป็นเส้นสายที่ซับซ้อนและงดงาม กระแสพลังสีหยกปะทะกับรังสีสังหารของร่างแยกจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่สิ่งที่หลี่เฟยสังเกตเห็นกลับทำให้เขาต้องใจหาย... ร่างแยกนั้นไม่ได้ใช้กำลังเข้าแลก แต่มันกำลัง ‘วิเคราะห์’ รูปแบบการวางอักขระของเขาในเสี้ยววินาทีที่เขาลงมือ
"เจ้ากำลังใช้ค่ายกลดักศัตรูแบบเดิมๆ อีกแล้ว" ร่างแยกกล่าวพลางเคลื่อนไหวอย่างลื่นไหล มันไม่ได้แค่เลียนแบบ แต่มันกำลัง ‘ดัดแปลง’ ค่ายกลของเขาให้กลายเป็นกับดักที่ย้อนกลับมาหาตัวเขาเอง
"คนส่วนใหญ่แพ้ภัยตัวเองเพราะมักจะลืมไปว่า... ตัวเองนั่นแหละคือศัตรูที่น่ากลัวที่สุด" หลี่เฟยพึมพำกับตัวเอง เขาหลับตาลงชั่วครู่ ตัดเสียงรบกวนรอบข้างทิ้งสิ้น หูของเขาสัมผัสได้ถึงกระแสลมปราณที่หมุนวนภายในห้องโถงนี้
ใช่แล้ว... ค่ายกลนี้ไม่ใช่การสู้ด้วยกำลัง แต่เป็นการสู้ด้วย 'ตรรกะ' ของกระบวนท่า หากเขายังคงวางค่ายกลแบบเดิม ร่างแยกจะอ่านทางเขาออกจนหมดสิ้น
หลี่เฟยตัดสินใจก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว แทนที่จะสร้างอักขระป้องกันตามตำรา เขากลับใช้นิ้วเขียนอักขระ ‘สูญสิ้น’ ลงบนพื้นดิน แต่นี่ไม่ใช่การเขียนเพื่อสร้างค่ายกลโต้กลับ แต่เป็นการเขียนเพื่อ ‘ทำลาย’ กระจกที่สะท้อนภาพเขาเอง
*เปรี๊ยะ!*
กระจกบานหนึ่งข้างหลังร่างแยกแตกร้าว ร่างแยกชะงักไปชั่วครู่ ความมั่นใจในแววตาของมันสั่นคลอน เพราะมันไม่สามารถคำนวณการเคลื่อนไหวที่ ‘ไร้ระเบียบ’ ของหลี่เฟยได้
"เจ้าไม่จำเป็นต้องชนะด้วยกลยุทธ์เสมอไป" หลี่เฟยพุ่งตัวเข้าหาร่างแยกโดยไม่ใช้พลังปราณ แต่ใช้กระบวนท่าวิชาตัวเบาของตระกูลที่สาบสูญไปนาน เขาพุ่งเข้าประชิดตัวและคว้าข้อมือของร่างแยกเอาไว้ สัมผัสที่ได้รับนั้นไม่ต่างจากการสัมผัสกระจกที่เย็นเฉียบ
"แต่ข้าจะชนะเจ้า... ด้วยความจริงที่ว่า ข้าคือผู้ที่ก้าวข้ามผ่านความเจ็บปวดนั้นมาแล้ว ส่วนเจ้า... ก็เป็นได้แค่ภาพสะท้อนในกระจกที่ไร้จิตวิญญาณ"
ทันทีที่หลี่เฟยกระซิบคำนั้นจบ เขาก็ถ่ายเทพลังปราณบริสุทธิ์เข้าไปในร่างแยก ร่างนั้นเริ่มแตกร้าวและเปลี่ยนเป็นผงธุลีอักขระ แต่ก่อนที่มันจะสลายไป ร่างแยกที่กำลังจะจางหายไปกลับเอื้อมมือมาคว้าคอเสื้อของเขาไว้แน่น แววตาที่ว่างเปล่าของมันพลันเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับก้นบึ้งของมหาสมุทร
"เจ้าคิดว่าเรื่องทั้งหมดนี้คือฝีมือของข้าอย่างนั้นหรือ หลี่เฟย?" ร่างแยกกระซิบด้วยเสียงที่แหบพร่าและเยือกเย็นเกินกว่าจะเป็นเสียงของเขาเอง "หันไปดูข้างหลังเจ้าสิ... คนที่เฝ้ามองเจ้าอยู่ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่กระจกเงาเหล่านี้ แต่เป็น 'นาง' ผู้ที่เจ้าไว้ใจมากที่สุดต่างหาก"
หลี่เฟยตัวชาวาบ ความรู้สึกไม่ชอบมาพากลแล่นปราดเข้าสู่หัวใจ เขารีบหันกลับไปมองยังทางเข้าโถงกระจกที่ควรจะว่างเปล่า แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับทำให้เขาลืมหายใจ
เหมยซูยืนอยู่ที่นั่น ในมือของนางถือกระจกบานเล็กที่เรืองแสงสีม่วงประหลาด และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... ดวงตาของนางในตอนนี้ ไม่ใช่ดวงตาที่เขาเคยรู้จัก แต่มันเป็นดวงตาสีทองดั่งมังกรทิพย์ อันเป็นสัญลักษณ์ของข้ารับใช้ผู้ภักดีที่สุดของจักรพรรดิเทพเทียนหยาง
"ขอบพระคุณที่ช่วยเปิดทางให้พวกเราเสียทีนะ หลี่เฟย" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงด้วยความอำมหิต ก่อนจะกดกระจกในมือลงพื้น ทำให้พื้นโถงทั้งหมดถล่มลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่างที่ไม่มีจุดสิ้นสุด
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับปราชญ์อักขระผู้ไร้พ่ายในตอนนี้ด้วยกันนะครับ
หมึกทองคำข้ามภพ
เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย•ตอนที่ 22
เงาสะท้อนในกระจกวิญญาณ
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!