เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย•ตอนที่ 21

แผนที่นำทางสู่ยอดเขาเมฆา

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"หากเจ้าก้าวเท้าซ้ายลงบนพื้นหินอ่อนนั่นเพียงนิ้วเดียว เส้นเลือดใหญ่ที่ลำคอของเจ้าจะถูกคมอักขระสุญญากาศตัดขาดจากภายในทันที" หลี่เฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกริบของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่แผนที่หนังมังกรในมือ ไม่แม้แต่จะเหลือบแลไปยังร่างของเหมยซูที่หยุดชะงักอยู่กลางอากาศ เหมยซูถอนหายใจยาว แววตาที่เคยฉายความมั่นใจบัดนี้เปลี่ยนเป็นความระมัดระวัง นางค่อยๆ ดึงเท้ากลับมาวางในจุดเดิมอย่างแผ่วเบา "ข้าประมาทไป ท่านมักจะทำให้ข้าลืมตัวเสมอว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่สวนหลังบ้านของสำนัก แต่เป็นกับดักสังหารที่ออกแบบโดยเทพเจ้าบรรพกาล" "โลกนี้ไม่มีที่ใดปลอดภัยสำหรับผู้ที่ประมาท เหมยซู" หลี่เฟยขยับนิ้วเรียวยาววาดวงอักขระเรืองแสงสีครามลงบนอากาศ แสงนั้นพุ่งเข้ากระทบกับความว่างเปล่าเบื้องหน้า บังเกิดเป็นภาพลวงตาที่บิดเบี้ยวจนดูน่าเวียนหัว "จงดูสิ เส้นทางที่เราเห็นว่าราบเรียบนั้น แท้จริงแล้วคือปากเหวของค่ายกลมายาเมฆาคลั่ง การก้าวเดินตามสายตาคือหนทางสู่ความตาย" เบื้องหน้าของทั้งสองไม่ใช่ภูเขาเมฆาอันยิ่งใหญ่ดังที่ควรจะเป็น แต่มันคือเขาวงกตที่บิดเบี้ยวด้วยมิติเวลา ทุกตารางนิ้วถูกถักทอด้วยพลังปราณที่หนาแน่นจนแทบจะกลายเป็นของแข็ง หลี่เฟยเดินนำหน้าอย่างเชื่องช้า แต่ละก้าวย่างของเขาดูเหมือนไร้ทิศทาง ทว่าหากสังเกตให้ดี จะพบว่าเขาเหยียบลงบนจุดที่เป็น 'จุดตาย' ของค่ายกลพอดีราวกับจับวาง เหมยซูเดินตามหลังอย่างเคร่งครัด นางคอยตรวจสอบทรัพยากรในถุงเก็บสมบัติเพื่อเตรียมยันต์เสริมพลังให้หลี่เฟยหากสถานการณ์พลิกผัน "ท่านวางแผนจะข้ามผ่านชั้นที่สิบแปดนี้อย่างไร? ข้าได้ยินมาว่าจักรพรรดิเทพเทียนหยางเคยใช้ค่ายกลนี้ฝังร่างจอมเซียนนับร้อยที่บังอาจท้าทายอำนาจของเขา" หลี่เฟยหยุดเดินกะทันหัน เขาหันมามองใบหน้าของสตรีข้างกายด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา "เทียนหยางไม่ได้สร้างมันเพื่อกันคนนอก แต่มันสร้างขึ้นเพื่อขังความลับบางอย่างเอาไว้... ความลับที่เกี่ยวข้องกับตระกูลหลี่ของข้า" เขากางแผนที่หนังมังกรออก แสงจากอักขระในมือทำให้ลวดลายบนแผนที่ขยับเขยื้อนราวกับมีชีวิต หลี่เฟยไม่ได้ใช้กำลังเข้าปะทะ เขาใช้ 'การคล้อยตาม' เขาโน้มพลังปราณในจุดชีพจรเข้ากับกระแสพลังของค่ายกล ทำให้ดูเหมือนว่าเขากลายเป็นส่วนหนึ่งของกลไกนั้นไปโดยปริยาย "มองดูดีๆ เหมยซู... ค่ายกลไม่ใช่ศัตรู แต่มันคือครูที่สอนให้เราเข้าใจถึงความแปรปรวนของฟ้าดิน" หลี่เฟยพึมพำ ก่อนจะโยนยันต์อักขระสีทองขึ้นไปในอากาศ ยันต์นั้นแตกตัวออกเป็นละอองแสงนับพัน ล้อมรอบทั้งคู่ไว้ราวกับเกราะคุ้มกัน ทันใดนั้น บรรยากาศรอบข้างก็เปลี่ยนไป ราวกับว่าโลกทั้งใบกำลังม้วนตัวเข้าหากัน สิ่งก่อสร้างที่ดูเหมือนภูเขาค่อยๆ สลายกลายเป็นฝุ่นผง เผยให้เห็นทางเดินแคบๆ ที่ทอดยาวไปสู่ยอดเขาเมฆา ทว่าท่ามกลางความเงียบสงัดนั้น กลับมีเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นดังมาจากเบื้องหลัง หลี่เฟยหยุดนิ่งดวงตาของเขาสะท้อนภาพเงาดำที่กำลังก้าวผ่านม่านค่ายกลเข้ามาโดยไม่สนใจกับดักแม้แต่น้อย ร่างนั้นสวมชุดเกราะสีเงินวาววับ ปราณเทพที่แผ่ออกมาทำให้ห้วงอากาศรอบข้างสั่นสะเทือน "คนจากแดนสวรรค์ชั้นฟ้า..." เหมยซูพึมพำ น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย "ไม่เพียงแค่นั้น" หลี่เฟยกล่าวพลางเก็บแผนที่ลงในอกเสื้อ ใบหน้าของเขากลับมาเรียบเฉยดังเดิม ทว่าแววตากลับลุกโชนด้วยแรงอาฆาตที่ถูกสะกดไว้ "นั่นคือทูตพยัคฆ์ขาว หนึ่งในสี่จตุรเทพผู้สังหารคนในตระกูลข้าเมื่อสิบปีก่อน" ทูตพยัคฆ์ขาวหยุดยืนห่างออกไปเพียงสิบก้าว มันแสยะยิ้มที่ดูเยือกเย็นยิ่งกว่าความตาย "หลี่เฟย... เจ้าคิดว่าการเดินผ่านเขาวงกตนี่จะทำให้เจ้าหลุดพ้นจากเงื้อมมือของจักรพรรดิเทพได้งั้นหรือ? ผิดแล้ว เจ้าเพียงแค่เดินเข้ามาหาหลุมศพที่พวกข้าขุดไว้ให้เท่านั้น" หลี่เฟยไม่ได้ตอบโต้ด้วยวาจา เขาสะบัดมือเพียงครั้งเดียว อักขระสีนิลนับหมื่นตัวที่เขาแอบฝังไว้ตามเส้นทางตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามา ก็พร้อมใจกันส่องแสงสว่างวาบราวกับดวงดาราที่ร่วงหล่นลงมาบนพื้นดิน ค่ายกลสังหารที่เขาเตรียมไว้เพื่อล้างแค้นถูกกระตุ้นขึ้นในพริบตา ทูตพยัคฆ์ขาวเบิกตากว้างเมื่อพบว่าตนเองถูกล้อมรอบด้วยกรงขังอักขระโบราณที่แม้แต่เทพเซียนยังไม่อาจทำลาย "ข้าไม่ได้เดินเข้ามาหาหลุมศพ" หลี่เฟยเอ่ยเสียงเย็น ก่อนจะกระตุกมุมปากเป็นรอยยิ้มที่ทำให้ผู้ฟังต้องเสียวสันหลัง "แต่ข้ากำลังจะส่งเจ้าไปเยี่ยมเยียนท่านจักรพรรดิของเจ้า... ในฐานะของขวัญชิ้นแรกก่อนที่ข้าจะพังประตูสวรรค์ทิ้งลงมา" สิ้นคำพูด พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของทูตพยัคฆ์ขาวก็แยกออก เผยให้เห็นวังวนมิติสีดำสนิทที่กำลังกลืนกินทุกอย่างที่อยู่ใกล้ให้หายลับไป ทว่าในวินาทีที่ร่างของมันกำลังจะถูกกระชากลงสู่ความว่างเปล่า ทูตพยัคฆ์ขาวกลับหัวเราะร่าและหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ... วัตถุที่ทำให้หลี่เฟยถึงกับชะงักไปชั่วขณะ มันคือหยกสื่อสารที่มีตราประทับของตระกูลหลี่ ตราประทับที่ควรจะหายสาบสูญไปพร้อมกับคืนที่บ้านของเขาถูกเพลิงเผาผลาญ "เจ้าคิดว่าข้ามาคนเดียวงั้นหรือหลี่เฟย?" ทูตพยัคฆ์ขาวเอ่ยพลางกระชับหยกในมือแน่น "ในนี้ยังมีชีวิตอีกชีวิตหนึ่งที่เจ้าโหยหามาตลอดสิบปี... หากเจ้าขยับค่ายกลอีกเพียงนิด ชีวิตนั้นจะดับสูญไปพร้อมกับความแค้นของเจ้าตลอดกาล!" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับปราชญ์อักขระผู้ไร้พ่ายในตอนนี้ด้วยกันนะครับ หมึกทองคำข้ามภพ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%