เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย•ตอนที่ 26

ศัตรูเก่าที่กลับมาเกิดใหม่

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าวิชาค่ายกลบรรพกาลที่เจ้าภาคภูมิใจนั้น จะสามารถฉีกกระชากม่านหมอกแห่งความตายที่ข้าสั่งสมมานานนับร้อยปีได้?" เสียงทุ้มต่ำที่แหบพร่าดุจเสียงกระดาษทรายขูดขีดบนแผ่นศิลา ดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงศิลาลับใต้หุบเขาเมฆา หลี่เฟยยืนนิ่งอยู่กลางวงล้อมของค่ายกลอักขระดาราที่เขาวางไว้ด้วยความประณีตทว่าในวินาทีนี้ เส้นสายสีทองที่ควรจะเรืองรองกลับวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกพายุซัดกระหน่ำ บุรุษในชุดคลุมสีดำสนิทที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเขามิใช่คนแปลกหน้า ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกรอยแผลเป็นไหม้เกรียมปกคลุมจนดูอัปลักษณ์ แต่แววตาที่จ้องมองมานั้น หลี่เฟยจดจำมันได้แม่นยำ... แววตาของศิษย์พี่ใหญ่ 'จ้าวอี้' ผู้ที่เคยเป็นดั่งพี่ชายที่เขารักและเคารพที่สุดในสำนักเก่า ก่อนที่ความโลภในพลังมารจะพรากทุกอย่างไปจากเขา "ศิษย์พี่จ้าว..." หลี่เฟยเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าในใจกลับรู้สึกเหมือนมีเข็มหมื่นเล่มทิ่มแทง "ข้าคิดว่าท่านตายไปพร้อมกับเปลวเพลิงที่ทำลายสำนักในวันนั้นแล้วเสียอีก แต่ดูท่า... ความแค้นจะรั้งวิญญาณของท่านไว้ในขุมนรกได้นานกว่าที่ข้าประเมินไว้นะครับ" จ้าวอี้หัวเราะลั่น เสียงหัวเราะแหลมสูงชวนขนลุก กลิ่นอายมารสีม่วงดำแผ่ออกมาจากร่างกายราวกับไอพิษ "ความตาย? สวรรค์ไม่อาจกักขังข้าได้หรอกหลี่เฟย! ข้ากัดกินเนื้อหนังของสหายร่วมตาย ข้ากลืนกินดวงวิญญาณของศัตรู เพียงเพื่อจะได้กลับมาเห็นใบหน้าโง่เขลาของเจ้า... ในวันที่ข้าจะเหยียบย่ำทุกความหวังของเจ้าให้กลายเป็นผงธุลี" เหมยซูที่หลบอยู่หลังเสาศิลา ขยับกายเข้าใกล้หลี่เฟยเล็กน้อย มือของนางกำป้ายหยกคำสั่งไว้แน่น นางสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่จ้าวอี้ปลดปล่อยออกมา มันไม่ใช่พลังเซียนธรรมดา แต่มันคือวิชามารที่บิดเบือนกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ "หลี่เฟย ระวัง! พลังของเขามันไม่ได้มาจากตันเถียน แต่มันมาจาก 'เลือด' ของสิ่งมีชีวิตรอบข้าง... เขาเปลี่ยนทุกอณูอากาศในห้องนี้ให้เป็นกับดักพิษ" หลี่เฟยไม่ได้ขยับเขยื้อน เขายังคงรักษาท่าทีเยือกเย็น สายตาของเขาเริ่มกวาดมองพื้นห้องอย่างรวดเร็ว จิตสัมผัสของเขาตรวจพบความผิดปกติ อักขระที่เขาวางไว้ถูกรบกวนด้วยไอพิษที่จ้าวอี้ปล่อยออกมา แต่นั่นไม่ใช่จุดอ่อน... นั่นคือโอกาส "ท่านยังคงหลงทางในวิถีมารเหมือนเดิมนะครับศิษย์พี่" หลี่เฟยเริ่มขยับนิ้ว วาดวงอักขระกลางอากาศด้วยความเร็วที่มองตามไม่ทัน "การใช้พลังลบเลือนกฎเกณฑ์น่ะมันง่าย แต่การใช้กฎเกณฑ์ที่เหลืออยู่เพื่อสังหารท่าน... นั่นต่างหากคือสิ่งที่ข้าทำได้ดีกว่า" ฉับพลัน พื้นศิลาใต้เท้าจ้าวอี้สั่นสะเทือน หลี่เฟยไม่ได้ทำลายค่ายกลของตัวเอง แต่เขา 'แปรผัน' มันจากค่ายกลป้องกันให้กลายเป็นกรงขังพันธนาการที่ดูดซับเอาไอพิษมารมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการทำงาน "เจ้ากล้าเล่นกับไฟงั้นหรือ!" จ้าวอี้คำราม พุ่งตัวเข้าหาหลี่เฟยด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ กรงเล็บสีดำสนิทแหวกอากาศเป็นรอยแยกมิติ หลี่เฟยไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว เขาเพียงสะบัดชายแขนเสื้อ ยันต์อักขระใบเล็กๆ ที่เตรียมไว้ปรากฏขึ้นกลางอากาศนับสิบใบ มันหมุนวนก่อตัวเป็นโล่ดาราที่แข็งแกร่งดุจเพชรผา เมื่อกรงเล็บมารปะทะเข้ากับโล่อักขระ เสียงระเบิดของพลังงานก็ดังสนั่นหวั่นไหวจนพื้นห้องแตกร้าว "วิชามารของท่านอาจจะแข็งแกร่ง แต่มันขาดความ 'นิ่ง' ครับ" หลี่เฟยกล่าวเบาๆ พร้อมกับกดฝ่ามือลงบนพื้น "ค่ายกลดารา - ผนึกนิรันดร์" เส้นแสงสีทองพุ่งขึ้นจากพื้นดั่งโซ่ตรวนนับร้อยสาย รัดพันร่างของจ้าวอี้จนแน่นขนัด ทุกครั้งที่จ้าวอี้พยายามรีดเค้นพลังมารออก เส้นอักขระเหล่านั้นจะแปรสภาพไอพิษให้กลายเป็นพลังงานบริสุทธิ์และส่งกลับเข้าสู่จุดชีพจรของมันเอง ทำให้จ้าวอี้เริ่มสำลักเลือดดำออกมา "อึก... แก... เจ้าไอ้ศิษย์เนรคุณ!" จ้าวอี้คำรามด้วยความเคียดแค้น แววตาที่บ้าคลั่งของเขาสั่นไหว เขาเริ่มหัวเราะอย่างเสียสติ "คิดว่านี่คือจุดจบงั้นรึ? เจ้ายังไม่รู้หรอกว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการกลับมาของข้า... คนผู้นั้นไม่ได้ต้องการแค่ชีวิตเจ้า แต่มันต้องการ 'ดวงตา' ของเจ้าเพื่อเปิดประตูสวรรค์ที่ถูกปิดตาย!" หลี่เฟยชะงักไปครู่หนึ่ง คำพูดของจ้าวอี้ทำให้เขานึกถึงจักรพรรดิเทพเทียนหยาง... หากสิ่งที่ศิษย์พี่พูดเป็นความจริง แสดงว่าการต่อสู้นี้เป็นเพียงแค่หมากตัวแรกที่ถูกวางไว้ให้เขาก้าวลงไปในหลุมพรางที่ใหญ่กว่าเดิม ในจังหวะที่หลี่เฟยกำลังเสียสมาธิ แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็พุ่งมาจากเพดานห้องศิลา หินผาขนาดยักษ์ถล่มลงมาแยกเขากับจ้าวอี้ออกจากกัน ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่ว ก่อนที่จะมีเสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาท่ามกลางความเงียบงัน... ฝีเท้าที่ไม่ใช่ของจ้าวอี้ และไม่ใช่ของคนในสำนัก "เจ้าทำได้ดีมาก หลี่เฟย" เสียงปริศนาดังขึ้น สุขุม ทรงพลัง และคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดใจ เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นม่านฝุ่นเข้ามา ใบหน้าที่หลี่เฟยเกลียดชังที่สุดปรากฏเด่นชัดอยู่เบื้องหน้า หลี่เฟยเบิกตากว้าง มือที่สั่นเทาของเขากำแน่นจนเลือดซึม... นั่นไม่ใช่ภาพหลอน แต่มันคือจักรพรรดิเทพเทียนหยางที่มาปรากฏกายด้วยตัวของพระองค์เอง ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับปราชญ์อักขระผู้ไร้พ่ายในตอนนี้ด้วยกันนะครับ หมึกทองคำข้ามภพ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%