เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย•ตอนที่ 13

รอยร้าวบนสรวงสวรรค์

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"เจ้ากำลังเล่นกับไฟที่มอดดับไปนับหมื่นปี หลี่เฟย... หากเจ้าคิดว่าการซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของหุบเขาไร้ลักษณ์จะรอดพ้นจากสายตาของจักรพรรดิเทพได้ เจ้าก็ประเมินค่าของ 'ความเงียบ' ต่ำเกินไปแล้ว" เหมยซูวางม้วนคัมภีร์เก่าแก่ลงบนโต๊ะหินอย่างแผ่วเบา ทว่าเสียงนั้นกลับดังก้องในความรู้สึกของหลี่เฟยราวกับเสียงฟ้าผ่า แววตาของนางที่ปกติจะฉายแววหยอกล้อบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความกังวลจนปิดไม่มิด หลี่เฟยไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากกระดานหินเบื้องหน้า มือเรียวยาวของเขาบรรจงสลักเส้นสายอักขระดวงดาวลงบนแผ่นหยกด้วยปลายพู่กันขนสัตว์อสูร เส้นสายสีทองจางๆ วิ่งวนราวกับกระแสเลือดที่ไหลเวียนในร่างกายของสิ่งมีชีวิต เขาไม่ใช้กำลังภายใน ไม่ใช้ปราณที่ดุดัน ทุกอย่างคือการควบคุม ‘ระเบียบ’ ของฟ้าดินให้เป็นไปตามเจตจำนงของเขา "ความเงียบไม่ได้มีไว้เพื่อซ่อนตัว เหมยซู" หลี่เฟยเอ่ยเสียงเรียบ สายตายังคงจับจ้องที่จุดตัดของอักขระ "มันมีไว้เพื่อฟังเสียงฝีเท้าของศัตรูที่กำลังย่างกรายเข้ามาต่างหาก" เขาวางพู่กันลง แสงสีทองบนแผ่นหยกวูบไหวราวกับลมหายใจ ก่อนจะดับสนิทกลายเป็นเพียงหินธรรมดาที่ดูไร้ราคา หลี่เฟยหันมามองหญิงสาว พลางขยับมุมปากเพียงเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับเปี่ยมด้วยความมั่นใจอันเย็นเยียบ "เจ้าหมายความว่าอย่างไร" นางขมวดคิ้ว "สายข่าวในวังเทพรายงานว่าจักรพรรดิเทียนหยางเพิ่งประกาศกร้าวในที่ประชุมสรวงสวรรค์ว่า พบรอยรั่วของมิติที่เกิดจาก 'อักขระต้องห้าม' ในเขตแดนดินแดนตอนใต้ นั่นมันร่องรอยของเจ้าไม่ใช่หรือ?" หลี่เฟยลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาเดินไปที่หน้าต่างที่เปิดโล่งสู่หุบเขาที่ปกคลุมด้วยไอหมอก "ข้าจงใจทิ้งร่องรอยเอาไว้ต่างหากล่ะ" เหมยซูชะงัก "เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ? การเปิดเผยตัวตนคือการยื่นคอไปให้ดาบอาญาสิทธิ์ของเทียนหยางตัด!" "หากเราไม่ล่อให้งูออกจากรู เราจะเห็นได้ชัดแจ้งได้อย่างไรว่าหัวของมันอยู่ที่ไหน" หลี่เฟยหันกลับมา แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจกระบี่ "เทียนหยางกังวลเรื่องอักขระโบราณเพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ข้ามพ้นกฎเกณฑ์ของสรวงสวรรค์ที่มันสร้างขึ้นมาเอง การที่ข้าขยับตัวเพียงเล็กน้อย แล้วมันตื่นตระหนกจนเริ่มสั่งการคนของมัน นั่นหมายความว่าบัลลังก์ของมันไม่ได้มั่นคงอย่างที่มันพยายามป่าวประกาศ" ในขณะเดียวกัน ณ ที่ที่สูงส่งที่สุดเหนือสรวงสวรรค์ทั้งหมด—วิหารดาราจักร จักรพรรดิเทพเทียนหยาง นั่งอยู่บนบัลลังก์ที่สร้างจากแก่นดาวนพเคราะห์ ร่างกายสูงใหญ่กำยำภายใต้ชุดคลุมมังกรเมฆาที่ขยับเคลื่อนไหวได้ราวกับมีชีวิต ดวงตาของเขามีสีทองอำพันที่มองเห็นทะลุปรุโปร่งถึงก้นบึ้งของจักรวาล แต่ในยามนี้ ดวงตานั้นกลับหรี่ลงด้วยความขุ่นมัว ตรงหน้าเขามีกระจกส่องนรกที่แสดงภาพเหตุการณ์บนโลกมนุษย์ รอยร้าวในมิติเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะไม่มีนัยสำคัญ กลับมีร่องรอยของ 'เส้นสายแห่งฟ้า' ที่ถูกสลักไว้อย่างประณีตบรรจงเกินกว่าที่มนุษย์ทั่วไปจะทำได้ "ปราชญ์อักขระ... ที่ข้าคิดว่าสิ้นชีพไปพร้อมกับตระกูลหลี่เมื่อสิบปีก่อน" เสียงของเทียนหยางทุ้มต่ำและกังวานราวกับเสียงคำรามของฟ้า "เจ้ายังหลงเหลือทายาทเอาไว้อีกงั้นหรือ?" เขายกมือขึ้นเพียงนิ้วเดียว ทันใดนั้น ความกดอากาศทั่วทั้งสวรรค์ก็พุ่งสูงขึ้นจนเหล่านางฟ้าและเทพบริวารต่างพากันคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัว "จงส่ง 'ผู้คุมกฎแห่งเงา' ลงไปยังแดนมนุษย์" เทียนหยางสั่งการโดยไม่หันไปมองใคร "ฆ่าทุกคนที่ขวางหน้า ทำลายเมืองที่มันซ่อนตัวอยู่ แต่จงจำไว้... เอาชีวิตมันมาให้ข้า ข้าต้องการรู้ว่ามันได้รับ 'ความลับนั้น' ไปมากน้อยเพียงใดก่อนที่จะต้องตาย" กลับมาที่หุบเขาไร้ลักษณ์... หลี่เฟยสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของกระแสลมที่พัดผ่านค่ายกลกำบังที่เขาติดตั้งไว้รอบหุบเขา เขาหยุดกะทันหัน อักขระที่เขาวางไว้ในอากาศเริ่มสั่นไหวและเปลี่ยนจากสีขาวนวลเป็นสีแดงฉาน "มาเร็วกว่าที่คิด" หลี่เฟยพึมพำ เหมยซูชักกระบี่สั้นคู่กายออกมาทันที "ศัตรูระดับไหน?" หลี่เฟยขยับยิ้ม ทว่าคราวนี้เป็นรอยยิ้มที่เยือกเย็นจนน่าสะพรึงกลัว เขาดีดนิ้วเพียงหนึ่งครั้ง อักขระนับร้อยที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนดินและในอากาศก็เปล่งประกายพร้อมกัน เกิดเป็นโครงข่ายค่ายกลขนาดยักษ์ที่ห่อหุ้มภูเขาทั้งลูกเอาไว้ "ระดับที่ข้าต้อง 'ถอนรากถอนโคน' ในคราวเดียว" ทันใดนั้น ท้องฟ้าเหนือหุบเขาก็ฉีกขาดออกเป็นช่องโหว่สีดำสนิท ร่างของเงาทมิฬหกสายร่วงหล่นลงมาดั่งอุกกาบาต แรงปะทะทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนไปไกลถึงหมื่นลี้ แต่สิ่งที่น่าตกใจที่สุดไม่ใช่การมาของเหล่านักฆ่าเทพ ทว่า... รอยร้าวบนท้องฟ้านั้นไม่ได้ปิดลง แต่มันกลับขยายตัวออกกว้างขึ้นเรื่อยๆ เผยให้เห็นดวงตาขนาดมหึมาที่จ้องมองลงมาจากสรวงสวรรค์ ดวงตาสีทองอำพันคู่ที่หลี่เฟยจำได้ดีที่สุดในชีวิต... ดวงตาของคนที่ฆ่าล้างตระกูลของเขา! "นั่นไม่ใช่ผู้คุมกฎ..." เหมยซูหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นเทาด้วยความกลัวที่เกินควบคุม "เฟย... นั่นคือกระแสจิตโดยตรงของจักรพรรดิเทียนหยาง มันไม่ได้มาเพื่อล่า แต่มันมาเพื่อ 'ลบ' หุบเขานี้ออกจากแผนที่โลก!" หลี่เฟยก้าวออกมาเบื้องหน้าเหมยซู แผ่นหลังของเขายังคงตั้งตรงดุจภูผา มือของเขาประสานเข้าหากันในท่าที่แปลกประหลาด อักขระโบราณที่ไม่มีใครเคยพบเห็นในรอบล้านปีเริ่มก่อตัวขึ้นรอบกายเขา ราวกับมังกรที่กำลังตื่นจากการหลับใหล "ไม่ใช่มันที่มาหาข้า แต่ข้าต่างหากที่เรียกมันมาที่นี่เอง" หลี่เฟยเอ่ยเสียงก้องกังวานท้าทายผืนฟ้า "และวันนี้... กฎของสวรรค์จะต้องเปลี่ยนมือ" ก่อนที่พลังจากดวงตาบนฟ้าจะตกลงมา หลี่เฟยกลับหันมามองเหมยซูด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "หากข้าหายไป... จงจำไว้ว่าอักขระตัวสุดท้ายที่ข้าซ่อนไว้ ไม่ได้อยู่ในคัมภีร์ แต่มันอยู่ในใจของเจ้า" ขอให้ทุกท่านตื่นเต้นไปกับก้าวต่อไปของปราชญ์อักขระผู้ไร้พ่ายในตอนหน้าด้วยกันนะครับ หมึกทองคำข้ามภพ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%