เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย•ตอนที่ 9

พ่อค้าข่าวกับความลับใต้ดิน

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
“ราคาที่ท่านเรียกมา มิใช่ค่าข่าว แต่มันคือค่าหัวของข้า... ท่านคิดว่าชีวิตของหลี่เฟยมีค่าเพียงศิลาปราณระดับต่ำร้อยก้อนเช่นนั้นหรือ” น้ำเสียงของหลี่เฟยราบเรียบ ทว่าก้องกังวานอยู่ในหอพักจิบชาที่ดูเหมือนร้านค้าของเก่าทั่วไปในย่านสลัมของเมืองหมื่นเมฆา เขาไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย มือเรียวยาวเพียงแค่แตะลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วน ฝั่งตรงข้าม ‘เถ้าแก่เฉิน’ พ่อค้าข่าวผู้มีสมญานามว่า ‘ลิ้นพิษหมื่นลี้’ หัวเราะร่าจนพุงพลุ้ยสั่นไหว ดวงตาตี่เล็กดุจเมล็ดถั่วของเขาหรี่ลงจนแทบมองไม่เห็นลูกตา “คุณชายหลี่ ท่านอย่าได้กล่าวเช่นนั้น ข้าเป็นเพียงพ่อค้าที่หาเลี้ยงชีพด้วยความสัตย์จริง ข่าวที่ท่านต้องการเกี่ยวกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังการล่มสลายของตระกูลหลี่... นั่นมันคือความลับระดับที่หากหลุดออกไปเพียงครึ่งคำ หัวของข้าคงจะหลุดจากบ่าก่อนที่ท่านจะได้จ่ายค่ามัดจำเสียอีก” หลี่เฟยไม่ตอบ แต่เขากลับค่อยๆ หยิบพู่กันด้ามเล็กออกมาจากแขนเสื้อ ปลายพู่กันสีดำสนิทนั้นไม่ได้แตะหมึก แต่มันถูกแตะลงบนอากาศว่างเปล่า เขาเริ่มวาดลากเส้นสายที่ดูซับซ้อนและเรืองรองด้วยแสงสีครามจางๆ อักขระแต่ละตัวที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศนั้นสั่นไหวราวกับมีชีวิต มันแผ่รัศมีที่กดดันจนอากาศในห้องเริ่มหนักอึ้ง “ท่านเฉิน” หลี่เฟยเอ่ยขึ้นเบาๆ “ข้าเป็นคนที่มีความอดทนสูง แต่ข้าไม่ชอบฟังคำโกหกที่ประดิษฐ์ขึ้นมาอย่างลวกๆ เช่นนี้ ค่ายกล ‘จิตกระจกสะท้อนก้นบึ้ง’ นี้ ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อฆ่าฟัน แต่มันถูกสร้างมาเพื่อดึงเอา ‘ความจริง’ ที่ท่านพยายามฝังกลบไว้ในส่วนลึกของจิตใจออกมา” เถ้าแก่เฉินชะงัก รอยยิ้มที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าแข็งค้าง เหงื่อเม็ดโตเริ่มผุดขึ้นตามไรผม เขาพยายามจะลุกขึ้นยืน ทว่าเขากลับพบว่าร่างกายของตนถูกตรึงไว้กับเก้าอี้ด้วยแรงบีบอัดบางอย่างที่มองไม่เห็น มันเป็นพลังที่อ่อนโยนจนน่ากลัว มันค่อยๆ แทรกซึมผ่านไอหยินในอากาศ เข้าไปกระตุ้นเส้นประสาทและจี้จุดสำคัญในสมองของเขา “ท่าน... ท่านจะทำอะไร!” เถ้าแก่เฉินตะโกน แต่เสียงของเขากลับแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ “เพียงแค่แลกเปลี่ยนครับ” หลี่เฟยแย้มยิ้ม แต่ดวงตาของเขากลับไร้ซึ่งความอบอุ่น “ข้าให้ท่านเลือกว่า จะให้ค่ายกลนี้เปิดเผยความลับของท่านทั้งหมดต่อสาธารณะ หรือจะบอกความจริงกับข้าเพียงคนเดียวในฐานะมิตร” เถ้าแก่เฉินหอบหายใจถี่ ภาพหลอนจากพลังจิตเริ่มปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา เขาเห็นภาพเงาดำของชายผู้หนึ่งที่สวมชุดเกราะทองคำสลักลวดลายเมฆาเพลิง—จักรพรรดิเทพเทียนหยาง—กำลังสั่งการให้กองทัพลับล้างบางตระกูลหลี่ในคืนที่ฝนตกหนัก ความหวาดกลัวที่ถูกกดทับไว้กว่าสิบปีพุ่งพล่านออกมาจนพ่อค้าข่าวร่างท้วมตัวสั่นสะท้าน “มัน... มันคือตราประทับ! ตราประทับเทพเทียนหยาง!” เถ้าแก่เฉินละเมอออกมาด้วยเสียงที่แหบแห้ง “ข้าเห็น! ในบันทึกลับของสำนักประมุขสวรรค์ที่ข้าขโมยมาได้ มันมีชื่อของท่าน... ชื่อของตระกูลท่านที่ถูกขึ้นบัญชีดำในฐานะ ‘ผู้ครองคัมภีร์อักขระต้องห้าม’!” หลี่เฟยผ่อนคลายมือลง อักขระสีครามกลางอากาศค่อยๆ จางหายไป ความกดดันในห้องมลายสิ้นหายไปในพริบตา ทว่าหัวใจของหลี่เฟยกลับเต้นแรงขึ้นด้วยความแค้นที่สั่งสมมานาน เขาหยิบถุงศิลาปราณระดับสูงวางลงบนโต๊ะโดยไม่เสียดาย “ขอบใจท่านมากสำหรับการแลกเปลี่ยนครั้งนี้” หลี่เฟยลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างใจเย็น “แต่จงจำไว้เถิดเฉิน... ความลับที่ท่านถือครองอยู่นั้น มิใช่สิ่งที่จะทำให้ท่านร่ำรวย แต่เป็นตัวเร่งวันตายของท่าน หากท่านยังคงทำตัวเป็นพ่อค้าที่ไร้จรรยาบรรณเช่นนี้อีก” เขาก้าวเท้าออกจากร้าน ทิ้งให้พ่อค้าข่าวผู้โชคร้ายนั่งสั่นเทาอยู่คนเดียว แต่ทว่าในจังหวะที่หลี่เฟยกำลังจะพ้นประตูร้าน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นจากซอยมืดข้างๆ เสียงเหล็กกระทบกันบ่งบอกถึงอาวุธระดับเทพที่ถูกเตรียมมาอย่างดี เงาดำสามสายพุ่งผ่านอากาศเข้ามา ขวางหน้าเขาไว้ ชายทั้งสามสวมหน้ากากทองคำรูปครุฑ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของหน่วย ‘ทัณฑ์สวรรค์’ ที่ขึ้นตรงต่อจักรพรรดิเทพเทียนหยางโดยเฉพาะ “หลี่เฟย” ชายคนกลางเอ่ยเสียงเย็นเยียบ “ท่านมีชีวิตอยู่นานเกินไปแล้ว และสิ่งที่ท่านเพิ่งได้รับรู้ไปเมื่อครู่นี้... จะเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายที่จะถูกฝังไปพร้อมกับศพของท่าน” หลี่เฟยยิ้มมุมปาก มือของเขาค่อยๆ สอดเข้าไปในแขนเสื้ออีกครั้ง เพื่อดึงยันต์อักขระที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกมา “พวกท่านมาได้จังหวะพอดี ข้ากำลังกังวลอยู่เลยว่า จะลองทดสอบ ‘ค่ายกลพันดาราทลายภพ’ กับใครดี” ทว่าก่อนที่ยันต์ในมือจะถูกส่งออกไป เสียงของเหมยซูที่ดังมาจากมุมมืดของหลังคาเรือนก็ทำให้หลี่เฟยต้องชะงักกึก “เฟย! อย่าเพิ่งลงมือ! ดูที่หน้ากากของพวกมันให้ดี... นั่นไม่ใช่หน่วยทัณฑ์สวรรค์!” หลี่เฟยหรี่ตามอง—ใช่... บนหน้ากากครุฑเหล่านั้น มีสัญลักษณ์ ‘เข็มทิศดารา’ ซ่อนอยู่ ซึ่งนั่นหมายความว่า ผู้อยู่เบื้องหลังความพยายามลอบสังหารเขาในครั้งนี้ ไม่ใช่จักรพรรดิเทพเทียนหยางอย่างที่เขาคาดคิดมาตลอด แต่เป็นบุคคลที่ใกล้ตัวเขาที่สุดคนหนึ่งในสำนักเร้นลับ! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางเซียนไปกับผมนะครับ หมึกทองคำข้ามภพ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%