เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย•ตอนที่ 48

ค่ายกลขังเทพ

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"เลือดของเจ้า... ข้าจะเก็บบันทึกไว้ในคัมภีร์เพลิงสุริยะ เพื่อให้วิญญาณตระกูลหลี่ได้เห็นว่า ความดื้อรั้นของมดปลวกอย่างพวกเจ้า มีจุดจบเช่นไร!" เสียงหัวเราะกึกก้องราสายฟ้าฟาดผ่ากลางฤดูแล้ง จักรพรรดิเทพเทียนหยางลอยเด่นอยู่กลางนภากว้าง ร่างกายของมันแผ่รังสีสีทองเจิดจ้าจนดวงอาทิตย์บนท้องฟ้ายังต้องหมองเศร้า แรงกดดันระดับ "จักรพรรดิเทพขั้นสมบูรณ์" แผ่ซ่านกดทับมิติรอบด้านจนแตกร้าวเป็นรอยแยกสีดำสนิท พื้นดินเบื้องล่างยุบตัวลงเป็นหลุมลึกหลายร้อยจ้างโดยที่มันยังไม่ต้องลงมือโจมตีด้วยซ้ำ นี่คือพลังของผู้ไร้เทียมทานในแดนสวรรค์ ทว่า ห่างออกไปสามสิบลี้ หลี่เฟยกลับยืนนิ่งสงบอยู่บนหน้าผาสูงชัน เสื้อคลุมสีครามสะบัดพลิ้วตามแรงพายุอัคคีที่แผ่มาจากร่างของศัตรู ดวงตาคมกริบราวกับห้วงสมุทรลึกไร้ก้นบึ้ง ไม่มีความหวาดกลัว ไม่มีความตื่นตระหนก มีเพียงความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี ในมือของเขาไม่ได้ถือกระบี่วิเศษหรืออาศัยศาสตراวุธล้ำค่าอันใด มีเพียง "พู่กันกระดูกมังกร" และหมึกสีชาดที่สกัดจากโลหิตของตนเอง "หลี่เฟย เจ้าเสียสติไปแล้วจริงๆ หรือ" เหมยซูที่ยืนอยู่เคียงข้าง กัดริมฝีปากจนห่อเลือด ใบหน้างามซีดเผือดขณะมองดูแผ่นหลังของบุรุษผู้นี้ นางรู้ดีว่าแผนการในครั้งนี้คือการเอาชีวิตเข้าแลก การใช้ร่างของตนเองเป็นจุดศูนย์กลางค่ายกลเพื่อล้อมกักจักรพรรดิเทพ ไม่ต่างอะไรกับการเอาเนื้อไปป้อนเสือร้าย "ค่ายกลสะบัดวิญญาณเก้าชั้นฟ้า แม้จะรarดเร้นและทรงพลังเพียงใด แต่การจะดึงจักรพรรดิเทพตกลงมาในเขตแดนจำกัด ร่างกายของเจ้าจะต้องแบกรับภาระทางพลังงานมหาศาล เจ้าจะแหลกสลายไปพร้อมกับค่ายกลนี้นะครับ..." หลี่เฟยไม่หันกลับไปมอง นางไม่ได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของสตรีผู้ร่วมเป็นร่วมตาย เขากลับยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันต่อโชคชะตาปรากฏขึ้นชั่วพริบตา "เหมยซู... เจ้าจำวันที่ตระกูลหลี่ของเราถูกเผาทำลายได้หรือไม่" เสียงของเขาแหบพร่าแต่มั่นคงดุจภูผา "ในคืนนั้น ข้าสาบานต่อหน้าวิญญาณบรรพชนว่า ต่อให้ต้องใช้กระดูกทุกชิ้นและวิญญาณทุกดวงของข้าหลอมเป็นตะปูตอกฝาโลง ข้าก็จะลากมันลงมาจากบัลลังก์สวรรค์ให้จงได้ ชีวิตของข้า... หมดอายุขัยไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว ที่เหลืออยู่คือร่างเงาที่รอเวลาทวงหนี้ก็เท่านั้น" วาจานั้นสิ้นสุดลง พร้อมกับที่หลี่เฟยสะบัดพู่กันในมืออย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ! *พรวด!* โลหิตสีแดงฉานพุ่งออกจากปลายนิ้วและบาดแผลที่ฝ่ามือ หยดลงบนศิลาอักขระโบราณเจ็ดสิบสองก้อนที่ฝังอยู่ตามจุดชีพจรของขุนเขา ศิลาแต่ละก้อนเปล่งแสงสีทองคำขาวสว่างวาบขึ้นพร้อมกัน เสียงอักขระโบราณนับล้านตัวดังก้องกังวานในอากาศ ราวกับเสียงสวดมนต์ส่งวิญญาณจากขุมนรก บนท้องฟ้า จักรพรรดิเทพเทียนหยางขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของพลังปราณรอบตัว มันกวาดสายตาดุจเหยี่ยวลงมาเบื้องล่าง ก่อนจะแค่นเสียงเย็นชาออกมา "คิดจะเล่นกลอันใดกับข้า ลูกหลานตระกูลหลี่ผู้อภิบาลเศษสัจจะ แม้เจ้าจะพยายามสักเพียงใด มดก็คือมด วันนี้ข้าจะทำให้วิญญาณของเจ้าแตกดับจนมิอาจกลับมาเกิดใหม่ได้อีกตลอดกาล!" สิ้นคำประกาศิต จักรพรรดิเทพเทียนหยางสะบัดแขนเสื้อครั้งหนึ่ง เพลิงสุริยะสีทองเจิดจ้าพุ่งทะยานลงมาจากฟากฟ้าดุจดาวตกพันดวง ความร้อนระอุแผดเผาทุกสิ่งทุกอย่างจนกลายเป็นเถ้าธุลีในพริบตา เป้าหมายของมันคือหน้าผาที่หลี่เฟยยืนอยู่! เปรี้ยง! แรงกระแทกมหาศาลระเบิดขึ้นจนพื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ฝุ่นควันและเปลเพลิงพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าบังแสงตะวันจนมืดมิด ทว่า ในวินาทีที่ควันจางลง ร่างของหลี่เฟยกลับไม่ได้ถูกเผาผลาญจนแหลกสลายอย่างที่ควรจะเป็น รอบกายของเขากลับปรากฏม่านพลังโปร่งใสรูปทรงแปดเหลี่ยม หมุนวนด้วยความเร็วสูงจนเกิดเป็นพายุหมุนอักขระสีทอง ม่านพลังนั้นรับการโจมตีระดับจักรพรรดิเทพได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้จะมีรอยร้าวปรากฏขึ้นบ้าง แต่ก็ซ่อมแซมตัวเองได้อย่างรวดเร็วด้วยการดูดซับพลังปราณจากธรรมชาติรอบด้าน จักรพรรดิเทพเทียนหยางหรี่ตาลงเล็กน้อย ความประหลาดใจฉายชัดขึ้นในแววตาที่เคยหยิ่งผยอง "ค่ายกลย้อนดารา... เจ้าสามารถใช้ขุนเขาเหล่านี้เป็นฐานพลังและสะท้อนการโจมตีของข้าได้งั้นหรือ? น่าสนใจ... เจ้าเด็กนี่ซ่อนเร้นฝีมือถึงเพียงนี้เชียวหรือ" "ท่านเข้าใจผิดแล้ว..." เสียงของหลี่เฟยดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางเสียงคำรามของสายฟ้า เขาไม่ได้หลบหนี แต่กลับก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทุกย่างก้าวที่เขาวางเท้าลงบนพื้น ศิลาอักขระแต่ละก้อนจะระเบิดแสงสว่างเจิดจ้าขึ้นตามลำดับ พู่กันในมือตวัดวาดลวดลายกลางอากาศอย่างไร้ที่ติ "ข้าไม่ได้ใช้ค่ายกลนี้เพื่อรับการโจมตีของท่าน... แต่ข้าใช้มันเพื่อ 'ขัง' ท่านต่างหาก" *โครมคราม!* ทันใดนั้น ท้องฟ้าที่เคยไร้ขอบเขตกลับปรากฏระเบียบอักขระยักษ์สี่ทิศ โซ่ตรวนสีทองนับหมื่นเส้นพุ่งทะลวงออกมาจากมิติว่างเปล่า พุ่งเข้าพันธนาการแขน ขา และลำตัวของจักรพรรดิเทพเทียนหยางอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ ความเร็วของโซ่ตรวนนั้นเหนือกว่าความเร็วแสง ทำให้จักรพรรดิเทพผู้ยิ่งใหญ่ไม่ทันได้ตั้งตัว "อึก! บ้าน่า... นี่มันพลังอันใดกัน!" จักรพรรดิเทพเทียนหยางคำรามลั่นด้วยความตกใจ พลังปราณทั่วร่างถูกกดทับจนแทบระเบิด มันพยายามระเบิดพลังเพื่อสะบัดโซ่ตรวนออก แต่ยิ่งมันดิ้นรนมากเท่าไหร่ โซ่ตรวนอักขระกลับยิ่งรัดแน่นขึ้นและซึมซาบเข้าสู่กระดูกเซียนของมันราวกับปรสิต เหมยซูเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางมองภาพตรงหน้าด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา ค่ายกลนี้ไม่ได้ใช้พลังของฟ้าดินเพียงอย่างเดียว แต่มันใช้ "อายุขัยและดวงจิต" ของหลี่เฟยเองเป็นตัวหล่อเลี้ยงเสาหลักทั้งสี่ทิศ! เวลานี้ ผมสีดำสนิทของหลี่เฟยเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนอย่างรวดเร็ว ผิวพรรณที่เคยเปล่งปลั่งกลับเหี่ยวย่นลงตามกาลเวลาที่ถูกสูบออกไป แต่นัยน์ตาของเขากลับยิ่งเปล่งประกายเจิดจ้า คมกริบ และดุดันยิ่งกว่าเดิม "เทียนหยาง..." หลี่เฟยเอ่ยชื่อศัตรูด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ราวกับเทพมรณะที่กำลังพิพากษาบาป "ท่านตกลงมาอยู่ในกำมือของข้าแล้ว..." จักรพรรดิเทพเทียนหยางกัดฟันกรอด เลือดสีทองไหลรินออกจากมุมปาก ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวเป็นครั้งแรกในรอบหมื่นปี มันคำรามเสียงต่ำด้วยความอาฆาตมาดร้าย "คิดว่าเจ้าจะฆ่าข้าได้หรือ เจ้าสารเลว! ต่อให้เจ้าเอาชีวิตเข้าแลก ข้าก็เป็นอมตะในแดนสวรรค์ เจ้าไม่มีวัน..." "ข้าไม่ได้บอกว่าจะฆ่าท่าน..." หลี่เฟยยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ทำให้จักรพรรดิเทพรู้สึกหนาวเหน็บถึงกระดูกสันหลัง "ข้าเพียงแต่จะพาKüนลงไปสู่นรกอเวจี พร้อมกับความทรงจำที่ว่า... มดปลวกที่ท่านเคยเหยียบย่ำ สามารถฝังกลบเซียนสวรรค์เช่นท่านได้อย่างไร" พูดจบ หลี่เฟยก็ยกพู่กันขึ้นชี้ฟ้า ท่องมนตราโบราณด้วยเสียงอันดังสนั่นหวั่นไหว พื้นดินใต้ร่างของจักรพรรดิเทพเทียนหยางพังทลายลงกลายเป็นหลุมดำขนาดยักษ์ที่ดูดกลืนทุกสิ่งแม้กระทั่งแสงสว่าง! ทว่า ในขณะที่ค่ายกลกำลังจะปิดผนึกร่างของจักรพรรดิเทพลงสู่ห้วงมิติ นิรันดร์ เงาดำปริศนาร่างหนึ่งก็พุ่งวาบออกมาจากความว่างเปล่าด้านหลังเหมยซูอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย! ปลายกระบี่สีดำสนิทจ้วงแทงทะลุหัวใจของเหมยซูในเสี้ยววินาที โดยที่หลี่เฟยไม่ทันได้คาดคิด! "ระวัง..." เหมยซูพ่นเลือดออกมาคำโต ดวงตาคู่งามเบิกกว้างด้วยความตกใจ ขณะที่ร่างของนางทรุดฮวบลงสู่อ้อมแขนของหลี่เฟยที่พุ่งเข้ามาคว้าไว้ได้ทันท่วงที หลี่เฟยหันขวับไปมองผู้ที่ลงมือด้วยความตกตะลึงถึงขีดสุด นัยน์ตาสีชาดหดแคบลงทันทีเมื่อพบว่า บุคคลที่ถือกระบี่แทงสตรีผู้เป็นที่รักหาใช่ศัตรูจากสวรรค์ แต่กลับเป็น "ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักเร้นลับ" ผู้มีศักดิ์เป็นอาจารย์ลุงของเหมยซูเอง! "ฮ่าๆๆ หลี่เฟย เจ้าคำนวณไว้ทุกอย่าง ยกเว้นแต่... เกลือเป็นหนอนภายในบ้านของตนเองสินะครับ" เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังขึ้นจากปากของผู้อาวุโสผู้ทรยศ พร้อมกับรอยยิ้มที่ซ่อนความลับอันดำมืดเอาไว้ ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเส้นทางอักขระสายนี้ด้วยกันนะครับ *หมึกทองคำข้ามภพ*
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%