เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย•ตอนที่ 36

ผสานรวมค่ายกลกับปราณจิต

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"หากเจ้ายังฝืนบีบอัดปราณเช่นนี้ เส้นชีพจรของเจ้าจะไม่ใช่แค่ร้าว แต่มันจะแตกละเอียดกลายเป็นผุยผงเหมือนเศษกระเบื้องที่ถูกค้อนยักษ์ฟาดลงมานะหลี่เฟย!" เหมยซูแผดเสียงขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในถ้ำมิติลี้ลับ นางไม่ได้ถอยห่าง แต่กลับก้าวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นไอควันจางๆ ที่ระเหยออกมาจากร่างของชายหนุ่ม ปลายนิ้วเรียวงามของนางสั่นระริกขณะจดจ้องไปยังจุดตันเถียนของหลี่เฟย ซึ่งในขณะนี้มันไม่ได้หมุนวนดั่งกระแสน้ำ หากแต่บิดเบี้ยวราวกับกำลังพยายามรวมจักรวาลทั้งใบเข้าไว้ในจุดเดียว หลี่เฟยไม่ตอบ ใบหน้าของเขาซีดเผือดจนเกือบไร้สีเลือด หยดเหงื่อเย็นเยียบไหลซึมจากขมับหยดลงบนพื้นหินจนเกิดเสียง 'แปะ' แผ่วเบา แต่ในความเงียบนั้น มันดังก้องราวกับเสียงระฆังแตก "ค่ายกล... ไม่ใช่แค่การวาดเส้นสายบนอากาศ แต่มันคือการสร้างระเบียบขึ้นบนความโกลาหล" เขาเค้นเสียงตอบผ่านไรฟัน น้ำเสียงยังคงความเยือกเย็นได้อย่างน่าประหลาด "ข้าไม่ได้กำลังบีบอัดปราณ เหมยซู... ข้ากำลัง 'ปรับจูน' ร่างกายให้กลายเป็นแกนกลางของค่ายกลเคลื่อนที่" หลี่เฟยหลับตาลง ภาพของเส้นอักขระนับหมื่นที่เขาเคยศึกษาในตำราต้องห้ามของตระกูลหลี่ไหลผ่านเข้ามาในห้วงคำนึง บรรพบุรุษของเขาถูกสังหารเพราะการครอบครองความลับนี้—ความลับที่ว่ามนุษย์สามารถเป็น 'เซียน' ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาไอสวรรค์ที่จักรพรรดิเทียนหยางผูกขาดไว้ หากแต่ใช้เพียง 'จิต' ที่ประสานเข้ากับกฎเกณฑ์ของจักรวาล เขาเริ่มขยับปลายนิ้ววาดเส้นสายที่มองไม่เห็นในอากาศ ลมหายใจเข้าออกสอดประสานกับจังหวะของมิติรอบตัว "นี่เจ้า... กำลังจะทำสิ่งที่ไม่มีใครในรอบหมื่นปีกล้าทำงั้นหรือ?" เหมยซูชะงัก ลมหายใจของนางติดขัดเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนมหาศาลจากแผ่นดินใต้ฝ่าเท้า "เจ้าจะหลอมรวมค่ายกล 'ดาราหมุนวนสยบฟ้า' เข้ากับจุดชีพจรหลักงั้นหรือ? นั่นเท่ากับเจ้ากำลังเอาชีวิตไปแขวนบนเส้นด้ายที่ขาดง่ายยิ่งกว่าใยแมงมุม!" "ถ้าข้าไม่ก้าวข้ามขีดจำกัดนี้ ข้าจะเอาปัญญาที่ไหนไปทวงคืนความยุติธรรมให้ตระกูลที่ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏเล่า" หลี่เฟยลืมตาขึ้น นัยน์ตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้มีเพียงสีดำสนิท หากแต่มีประกายอักขระสีทองหมุนวนดั่งพายุทอร์นาโด "จักรพรรดิเทียนหยางคิดว่าเขาคือผู้คุมกฎ แต่เขาลืมไปว่ากฎที่แท้จริงของโลกนี้... ข้าเป็นคนเขียนมันขึ้นมาเอง" ทันใดนั้น แรงกดดันมหาศาลก็ระเบิดออกมาจากร่างของหลี่เฟย ผนังถ้ำที่เคยแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าเริ่มปรากฏรอยร้าวเป็นทางยาว อักขระสีทองนับพันตัวพุ่งออกมาจากรูขุมขนของเขา มันไม่ได้ทำลายล้าง แต่กลับจัดเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบราวกับกองทัพที่กำลังเข้าประจำตำแหน่งรอบๆ ร่างกายของเขา นี่ไม่ใช่การบำเพ็ญเพียรแบบเดิม แต่นี่คือการ 'ปฏิรูป' โครงสร้างทางกายภาพด้วยหลักการค่ายกล เหมยซูรีบถอยกรูดออกไปจนหลังชนผนังถ้ำ นางตระหนักได้ทันทีว่ารัศมีที่แผ่ออกมานั้นร้อนแรงยิ่งกว่าลาวาและเย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลกในเวลาเดียวกัน นี่คือผลลัพธ์ของการดึงเอาพลังงานจากต่างมิติมาใช้งานผ่าน 'ร่างเนื้อ' ที่หลี่เฟยใช้อักขระจำลองขึ้นมาแทนเส้นชีพจรมนุษย์ "หลี่เฟย! หยุดเดี๋ยวนี้! หากเจ้าดึงพลังจากจุดศูนย์กลางค่ายกลนั้นเข้ามามากไปกว่านี้ ร่างกายเจ้าจะรับไม่ไหว!" "ยังไม่พอ..." หลี่เฟยพึมพำ จิตของเขาดำดิ่งลงไปในความว่างเปล่า เขาเห็นฟันเฟืองของสวรรค์ เห็นกระแสธารของปราณที่เทียนหยางใช้ควบคุมโลกใบนี้ เขาเห็นช่องว่าง... ช่องว่างที่เล็กจนแทบมองไม่เห็น แต่เพียงพอให้เขาสอดแทรกวิถีอักขระของเขาเข้าไปได้ เขารวบรวมสมาธิทั้งหมดเข้าที่ฝ่ามือ แล้วตบลงบนพื้นหินอย่างหนักหน่วง! *เปรี้ยง!* คลื่นพลังกระแทกจนถ้ำทั้งหลังสั่นสะเทือนดั่งจะพังทลายลงมา เสียงคำรามของมังกรอักขระดังก้องไปทั่วหุบเขา อักขระสีทองพุ่งขึ้นสู่ฟากฟ้าทะลุเพดานถ้ำ เผยให้เห็นดวงดาราที่เปลี่ยนทิศทางอย่างประหลาดในยามค่ำคืนนี้ ในใจกลางของพายุอักขระ หลี่เฟยยืนนิ่งสงบ ร่างกายของเขาเริ่มเปล่งแสงสีทองเรืองรอง เส้นเลือดตามร่างกายปูดโปนและเรืองแสงราวกับสายน้ำที่เต็มไปด้วยพลังงานอันไร้ที่สิ้นสุด เขาทำสำเร็จ... เขาได้ก้าวข้ามขอบเขตของมนุษย์สู่ขั้นเซียนด้วยหนทางที่ไม่มีใครคาดคิด เหมยซูมองภาพนั้นด้วยความทึ่งปนหวาดหวั่น นางไม่เคยเห็นใครที่สามารถควบคุมกฎของจักรวาลให้กลายเป็นพลังในมือได้ดั่งใจนึกเช่นนี้มาก่อน แต่ทว่า ในจังหวะที่ทุกอย่างกำลังจะเข้าสู่ความสงบ เสียงหัวเราะแผ่วเบาที่ฟังดูเยือกเย็นและคุ้นเคยกลับดังแทรกเข้ามาในโสตประสาทของหลี่เฟย—เสียงที่ทำให้ความสำเร็จในใจของเขาแทบสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน "ช่างเป็นความพยายามที่น่าชื่นชม... เจ้าหนูตระกูลหลี่" หลี่เฟยเบิกตากว้าง สัมผัสได้ถึงเงาร่างหนึ่งที่ปรากฏขึ้นที่หน้าปากถ้ำ เงาร่างที่เขารู้จักดีที่สุดในฐานะศัตรูคู่อาฆาต "เจ้าคงคิดว่าการผสานค่ายกลเข้ากับกายเนื้อจะทำให้เจ้าก้าวข้ามข้าได้งั้นหรือ?" จักรพรรดิเทียนหยางก้าวเข้ามาในถ้ำด้วยท่าทีผ่อนคลาย มือหนึ่งถือพัดที่ประดับด้วยอักขระลวงตานับหมื่น "ข้าเฝ้าดูเจ้ามาตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา เพื่อรอให้เจ้าสร้าง 'ทางผ่าน' นี้ขึ้นมา... ขอบใจมากที่อุตส่าห์เปิดประตูให้ข้าใช้ร่างกายของเจ้า เป็นภาชนะบรรจุพลังเซียนที่สมบูรณ์แบบที่สุด" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับข้าพเจ้าครับ หมึกทองคำข้ามภพ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%